ตอนที่ 133

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ได้คิดเอาไว้ก่อนแล้วมาจะเลื่อนระดับให้ฐานทัพไหนก่อน ในฐานะที่เป็นคนสมัยใหม่เขาเข้าใจว่าส่วนที่สำคัญที่สุดของสงครามก็คือ การควบคุมน่านฟ้า ฝ่ายไหนมีกองทัพทางอากาศ ฝ่ายนั้นจะได้กุมสงคราม

เขารู้ว่าทั้ง 4 ฐานทัพต่างมีหน่วยรบทางอากาศ ปัญหาในตอนนี้ก็คือ ยูนิตใดกันที่เหมาะสมสำหรับสงครามในยุคนี้ที่สุด การเป็นจ้าวแห่งน่านฟ้านั้นขึ้นอยู่กับยูนิตที่ทิ้งระเบิดได้ หลังสงครามโลกครั้งที่่ 1 มีนักวิทยาศาสตร์ทางทหารจำนวนมากที่เชื่อว่าผลของสงครามสามารถคาดการณ์ได้โดยการทราบว่าผู้ใดควบคุมน่านฟ้า การทิ้งระเบิดขนาดใหญ่สามารถทำลายแนวป้องกันของฝ่ายศัตรูและจำกัดการมีส่วนร่วมของกองทัพทางภาคพื้นดินให้เหลือน้อยที่สุด

ในกรณีที่หน่วยรบทางอากาศไม่สามารถใช้สำหรับการฆ่าเป็นวงกว้างได้ เช่นนั้น พวกมันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากหน่วยสอดแนม หน่วยรบทางอากาศถูกพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีเครื่องบินบรรทุกระเบิดที่รุนแรงมากมายปรากฏออกมาให้เห็น

ยูนิตทางอากาศนั้นมีอยู่ทั้งสี่ฐาน หากแต่มีไม่กี่ยูนิตที่สามารถทำลายเป็นวงกว้างได้ กริฟฟ่อนสามารถบรรทุกระเบิดได้มากน้อยเพียงใด? เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่สามารถพกติดตัวไปได้มากนัก ปัญหาที่เซียวอวี๋กำลังเผชิญอยู่ก็คือ โลกนี้ไม่มีระเบิด

นั่นหมายความว่า แผนหน่วยรบทางอากาศของเขาคงต้องเป็นหมันไป เขาได้คิดเกี่ยวกับเรื่องระเบิดเอาไว้นานแล้วและตัดสินใจที่จะเลือก บาทิเดอร์ มีเพียงบาทิเดอร์ของเผ่าออร์คเท่านั้นที่มี ระเบิดเพลิงซึ่งสามารถนำมาใช้แทนระเบิดได้ หากว่าเขาต้องการที่จะสร้างระเบิดขึ้นมาเอง เช่นนั้นเขาก็จะต้องเผชิญกับปัญหาอีกมาก ประการแรกเลย เขาไม่ทราบวิธีการสร้างระเบิด นอกจากนี้ เขายังไม่ทราบว่าในโลกนี้จะมีวัสดุที่เขาต้องสำหรับการทำระเบิดอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ดราก้อนฮอร์ค กริฟฟ่อน ฮิปโปกริฟและแฟรี่ดราก้อนในการโจมตีเป้าหมายเดี่ยวได้ การโจมตีประเภทนี้จะแสดงประสิทธิภาพได้มากกว่าหากว่าฝ่ายศัตรูไม่มีหน่วยต่อต้านการโจมตีทางอากาศ ทว่าในโลกใบนี้ยังมีบาริสต้าอยู่ เซียวอวี๋เชื่อว่ามันจะเป็นฝันร้ายของหน่วยโจมตีทางอากาศเลยทีเดียว หากว่าหน่วยรบทางอากาศอยู่สูงจากพื้นดินมากจนเกินไป เช่นนั้น การโจมตีก็จะไม่มีประสิทธิภาพหรือกระทั่งไม่อาจโจมตีได้

หลังจากพิจารณาจากข้อดีและข้อเสียแล้ว เซียวอวี๋ก็ตัดสินใจเลือกอัพเกรดฐานทัพออร์ค เขากำลังจะสร้างโรงฝึกสัตว์อสูรและเริ่มต้นการสร้างบาทิเดอร์

เขายังคงกังขาในเรื่องความรุนแรงของระเบิดเพลิงที่บาทิเดอร์ใช้ เขาคิดว่ามันอาจจะไม่ค่อยได้ผลกับทัพทหารเกราะหนักมากนัก อย่างไรก็ตาม เขายังคงออกคำสั่งอัพเกรดฐานทัพออร์ค

...........................

...........................

เซียวอวี๋ทราบว่าจะต้องมีผู้คนหาทางโจมตีฐานทัพของเขา ดังนั้นเขาจึงสร้างหอสังเกตการณ์เอาไว้รอบฐานทุกแห่ง นอกจากนี้ เขายังตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าฐานทัพและเมืองไลอ้อนจะมีเส้นทางเชื่อมต่อกันเพื่อให้สามารถสนับสนุนกันได้หากที่ใดที่หนึ่งถูกโจมตี เขาได้ใช้จ่ายเงินออกไปเป็นจำนวนมากในการสร้างหอสังเกตการณ์ในเขตชายขอบของฐาน เฉพาะการก่อสร้างหอเหล่านี้เขาก็ใช้จ่ายไปมากกว่า 150,000 เหรียญทองแล้ว เขาจะไม่สามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้หากไม่มีเงินที่ได้รับมาจากการเดิมพัน กองทัพที่จะเข้าโจมตีฐานทัพนั้นจะต้องผ่านป่าผืนใหญ่ หอสังเกตการณ์จะมีบทบาทอย่างมากเมื่อกองทัพขนาดใหญ่ต้องแบกแยกกำลังกัน

บนหอสังเกตการณ์นั้นติดตั้งเอาไว้ด้วยบาริสต้าเอาไว้ใช้สำหรับโจมตีศัตรูและมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน เหล่านักผจญภัยที่ออกล่าพวกออร์คและเอลฟ์นั้นต่างถูกจัดการด้วยบาริสต้าเหล่านี้เอง

เซียวอวี๋ยังต้องการพึ่งพาหอสังเกตการณ์ในส่วนของการป้องกันเมืองด้วย ทว่าเขาก็พบว่าไม่สามารถสร้างพวกมันได้ที่ด้านบนกำแพงเมือง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหอสังเกตการณ์มีบาริสต้าและพลธนูอยู่ด้านในมันก็จะยิ่งทรงอานุภาพอย่างมาก หอเหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญสำหรับฐานทัพที่ไม่มีกำแพงเมือง เมืองไลอ้อนนั้นถูกล้อมรอบเอาไว้ด้วยกำแพงเมืองอันแข็งแกร่งอยู่แล้ว ดังนั้นหอสังเกตการณ์จึงสูญเสียวัตถุประสงค์หลักไป

ภายในเกม หอสังเกตการณ์นั้นแข็งแกร่งอย่างมาก หากแต่ในชีวิตจริงพวกมันยังยิงได้รวดเร็วยิ่งกว่าบาริสต้าโดยทั่วไปเสียอีก บางที หากว่าเขาอัพเกรดระดับของพวกมันให้สูงขึ้น เขาก็อาจจะสามารถสร้างพวกมันที่เมืองได้

เซียวอวี๋รู้สึกกระสับกระส่ายขณะเฝ้ารอฐานทัพใช้เวลาอัพเกรดอยู่สามชั่วโมง เขามีความสุขอย่างมากเมื่อได้เห็นฐานทัพออร์คอยู่ในระดับที่สองแล้ว เขาออกคำสั่งสร้างโรงฝึกสัตว์อสูรขึ้นมา 5 โรงทันที หากว่าเขาจัดสร้างเพียงหนึ่งโรง เช่นนั้นมันก็คงจะช้าเกินไป ตอนนี้เขาต้องการหน่วยรบทางอากาศจำนวนมาก

เมื่อระดับของเขาเลื่อนขึ้นเป็นหัวหน้าทหาร เขาก็สามารถควบคุมนักรบได้ถึง 4,000 คน เขาจะสามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมายหากมีนักรบแต่ละกองกำลังอย่างสมดุล

นอกจากนี้เขายังพบว่า จำนวนสูงสุดของเครื่องยิงทำลายที่สามารถครอบครองได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 50 แล้ว เขาจึงออกคำสั่งจัดสรา้งขึ้นอีก 40 เครื่องทันที ในตอนนี้เขาสามารถสร้างนักรบได้อีก 2,000 นาย เขากำลังขบคิดถึงกองกำลังที่จะสร้าง สุดท้าย เซียวอวี๋ก็ตัดสินใจจะสร้างบาทิเดอร์ 1,000 ตน หากว่าขอบเขตของการโจมตีไม่กว้างพอ เช่นนั้นมันก็คงจะสร้างความแตกต่างได้ไม่มากนัก

หลังจากนั้นเขาก็ตัดสินใจที่จะสร้าง ไรเดอร์ อสูรโคโด วิชดอกเตอร์และชาแมน เหล่าไรเดอร์นั้นเป็นหน่วยรบเคลื่อนที่ที่มีหมาป่าเป็นพาหนะ นอกจากนี้ หมาป่าของพวกเขายังสามารถสร้างความตื่นกลัวให้กับม้าได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังสามารถช่วยโจมตี นี่เท่ากับว่าไรเดอร์จะสร้างโจมตีได้ถึง 2 ครั้งในคราเดียว พวกเขาก็เปรียบได้กับหน่วยนักล่าของเอลฟ์ หากแต่มีพลังโจมตีที่มากกว่า เซียวอวี๋คิดที่จะสร้างทหารม้าเกราะหนักของเผ่ามนุษย์ แต่ก็คิดว่าพวกเขายังไม่มีประโยชน์เท่าหน่วยไรเดอร์

เซียวอวี๋เห็นว่าโรงฝึกสัตว์อสููรแห่งแรกก่อสร้างเสร็จแล้ว เขาจึงไม่รีรอที่จะออกคำสั่งสร้างบาทิเดอร์ทันที อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องเบรคจนตัวโก่งอีกครั้ง การจะสร้างบาทิเดอร์นั้นจำเป็นจะต้องใช้ค่าผลงานในการปลดล็อค ดังนั้นเขาจะต้องใช้ค่าผลงานทั้งหมด 10,000 แต้ม

เซียวอวี๋แทบจะระเบิดความโกรธออกมา นี่ไม่คิดจะปล่อยปละละเว้นกันเลยใช่ไหม? คอยดูเถอะเราจะสร้างมันทุกอย่างแล้วปราบพิชิตโลกนี้ให้สิ้นซากกันไปข้าง!

โชคดีที่เซียวอวี๋เพิ่งสั่งสร้างโรงฝึกสัตว์อสูรไปเพียง 5 โรง ดังนั้นเขาจึงยังมีค่าผลงานเหลืออยู่อีก 50,000 หน่วย เขาไม่ลังเลที่จะใช้ค่าผลงาน 30,000 แต้มเพื่อสร้างบาทิเดอร์ ไรเดอร์ อสูรโคโด ส่วนที่เหลืออีก 20,000 แต้มนั้นเขาตัดสินใจที่จะใช้สร้างสปิริตรอดจ์

เขาคิดที่จะสร้างอสูรโคโด 100 ตัวและไรเดอร์ 500 ตน ชาแมน 300 ตนและวิชดอกเตอร์อีก 100 ตน

โรงฝึกสัตว์อสูรแห่งแรกจะใช้สร้างบาทิเดอร์ 1,000 ตนจากนั้นจึงเป็นอสูรโคโดและปิดท้ายด้วยหน่วยไรเดอร์

บาทิเดอร์นั้นจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งตน ดังนั้นในหนึ่งวันเขาจะได้รับบาทิเดอร์ 48 ตน โรงฝึกสัตว์อสูร 5 แห่งก็จะสามารถสร้างบาทิเดอร์ 240 ตนได้ภายในหนึ่งวัน ดังนั้นมันจึงจำเป็นต้องใช้เวลาราว 4 วันในการสร้างบาทิเดอร์ทั้ง 1,000 ตน

เซียวอวี๋สร้างสปิริตรอดจ์ขึ้นมาเพียง 1 หลังเท่านั้น เขาจ่ายค่าผลงานออกไปอีกไม่กี่พันแต้มเพื่อปลดล็อคการสร้างชาแมนและวิชดอกเตอร์

"หึหึ ตอนนี้เรามีฐานทัพระดับที่สองแล้ว....สุบารุเอย รอข้าก่อนเถอะ อีกไม่นานข้าจะไปรับเอาชีวิตของเจ้า!" ประกายตาของเซียวอวี๋ฉายแววฆ่าฟันออกมา