ตอนที่ 294

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋พบว่าทักษะของผู้ลบล้างมนตรานั้นไม่ได้ต่างจากเกมมากนัก พวกเขาสามารถขโมยเวท ควบคุมเวทและใช้มันยับยั้งเวทมนตร์ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้มนตราจะยอมปล่อยให้พวกเขาเข้าไปใกล้ได้หรือ?

ผู้ลบล้างมนตรานั้นไม่ได้โดดเด่นในการต่อสู้ประชิดตัว ดังนั้นบทบาทของพวกเขาจึงยังไม่มีบทบาทนัก อย่างไรก็ตามในบางสถานการ์แล้ว พวกเขาอาจจะมีความสำคัญอย่างมาก

เซียวอวี๋เชื่อว่าเขาจะสามารถใช้นักเวทย์พร้อมด้วยบัฟจากผู้ลบล้างมนตราในการเข้าไปใกล้ผู้ใช้มนตราของศัตรูและสังหารพวกมัน ผู้คนมักคิดว่าพวกเขาไม่ใช่นักรบที่ดี หากแต่นั่นขึ้นอยู่กับว่าผู้บัญชาการจะใช้พวกเขาได้ถูกสถานการณ์หรือไม่

นักบวชนั้นมีประโยชน์อย่างมากเมื่อเทียบกับกองกำลังใหม่อื่นๆ พวกเขาสามารถใช้เวทเยียวยาได้ตั้งแต่ที่ถูกอัญเชิญมาเลย ที่ระดับสาม พวกเขาจะสามารถใช้เวทขจัดเพื่อล้างผลเวทมนตร์ของศัตรู ที่ระดับหก พวกเขาจะสามารถจิตวิญญาณลุกโชนเพื่อเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันให้กับยูนิตฝ่ายเดียวกัน และที่สำคัญ เมื่อพวกเขาไปถึงระดับที่สิบ พวกเขาก็จะสามารถใช้เวทรักษาหมู่

กล่าวโดยสรุปก็คือ พวกนักบวชจะสามารถลดจำนวนการบาดเจ็บล้มตายได้มากโข เมื่อทหารได้รับบาดเจ็บจากสงคราม พวกเขาก็จะได้ประสบการณ์อย่างมาก และถ้าหากพวกเขาถูกรักษาและกลับเข้าร่วมการรบแล้ว พวกเขาก็จะมีบทบาทไม่น้อยเลย

แม้ว่าเขาจะมีอูเธอร์อยู่ แต่อูเธอร์ก็ไม่สามารถรักษาให้ไพร่พลจำนวนมากได้พร้อมกัน แม้กระนั้น เหล่านักบวชก็ยังมีปัญหาเรื่องที่มีพลังชีวิตน้อย แม้ว่าเซียวอวี๋จะมีน้ำยาฟื้นฟูอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้มันหากว่าเขามีทางเลือกอื่น เช่นการเพิ่มนักบวชเข้าไปในกองทัพ ยิ่งไปกว่านั้น เขาจะต้องใช้น้ำยาฟื้นฟูมากมายเพียงใดเพื่อสนับสนุนทหารนับหมื่น?

ยูนิตสุดท้ายที่เขาเรียกออกมาก็คือ ดราก้อนฮอร์ค พวกมันมีทักษะอยู่สามอย่างที่สามารถเรียนรู้ ที่ระดับสามนั้น พวกมันจะสามารถเปล่งเสียงร้องซึ่งสามารถสกัดยั้งยับหน่วยรบทางอากาศของศัตรู ทักษะนี้จะส่งผลต่อความเร็วและการทรงตัวของศัตรู ที่ระดับหก พวกมันจะสามารถปล่อยโซ่ตรวนลมที่จะสามารถพันธนาการหน่วยรบทางอากาศของศัตรู และที่ระดับสิบ พวกมันจะสามารถใช้เวทมนตร์เรียกเมฆออกมา พวกดราก้อนฮอร์คจะสามารถพ่นเมฆที่จะปกคลุมพื้นที่และบดบังทัศน์วิสัยของศัตรู

ทักษะของดราก้อนฮอร์คนั้นดีมาก สองทักษะแรกจะเกี่ยวกับการควบคุมกองกำลังทางอากาศของศัตรู แม้จะดูเหมือนว่าจะมีไม่กี่ฝ่ายที่มีกองทัพอากาศอยู่ในครอบครอง แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว เซียวอวี๋ก็ไม่อาจกล่าวได้ว่าตัวเขาเป็นเพียงผู้เดียวที่มีกองทัพอากาศเข้มแข็งที่สุด ซึ่งในอนาคตพวกดราก้อนฮอร์คจะมีบทบาทอย่างมาก การพ่นเมฆนับว่าเป็นทักษะชั้นยอด กลุ่มเมฆจะเข้าปกคลุมพื้นที่และนั่นจะทำให้ฝ่ายศัตรูไม่อาจใช้เครื่องยิงหินหรือเครื่องบาริสต้าได้

เซียวอวี๋รู้สึกดีอย่างมากหลังจากตรวจสอบทักษะของยูนิตชุดใหม่ เขารู้สึกราวกับเขากำลังได้ควบคุมกองทัพไร้พ่ายตราบใดที่เขาสามารถใช้พวกเขาได้ถูกหน้าที่

เซียวอวี๋สั่งต่อระบบให้อัญเชิญนักรบกริฟฟ่อนออกมาอีกห้าร้อยนาย เขาทราบดีว่าหน่วยรบทางอากาศจะมีอิทธิพลอย่างมากหากว่าจำนวนที่มากพอ หลังจากนั้นเขายังได้อัญเชิญดราก้อนฮอร์คออกมาเพิ่มอีกสามร้อยตัว หากว่าอีกฝ่ายมีทัพอากาศมาด้วย พวกมันก็จะมีบทบาทสำคัญแล้ว โซ่ตรวนลมจะยิ่งมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นหากเขาใช้หน่วยรบฮิฟโปกริฟร่วมโจมตีหน่วยรบทางอากาศของศัตรู

เขาเพียงอัญเชิญผู้ลบล้างมนตราออกมาหนึ่งร้อยนายเป็นการชั่วคราว เขาจะต้องตรวจสอบดูความสามารถในการรบของพวกเขาเสียก่อนที่จะเพิ่มจำนวน เขาตัดสินใจที่จะอัญเชิญนักบวชออกมาสี่ร้อยคนซึ่งจำนวนนี้ก็ไม่ถือว่ามากสำหรับกองทัพที่มีกองกำลังหนึ่งหมื่น ดรูอิดแห่งคมเขี้ยวทั้งสามร้อยนายถูกอัญเชิญออกมาแล้ว ซึ่งเขาก็ไม่ได้อัญเชิญดรูอิดออกมาเพิ่มเติมอีก อันที่จริงแล้วเซียวอวี๋มีความคิดที่จะแบ่งพวกเขาผสมไปกับกองกำลังทหารทั่วไปเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับกองทัพ

เซียวอวี๋ตัดสินใจอัญเชิญนักเวทย์ออกมาสามร้อยคน ตอนนี้เหล่านักเวทย์ก็เทียบได้กับผู้ใช้มนตราฝึกหัด แม้ว่านักเวทย์สิบคนจะสามารถปล่อยบอลเพลิงครอบคลุมพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาต้องเลือกอัญเชิญนักเวทย์ออกมาเพิ่ม นอกจากนี้แล้ว ถ้าหากว่าเขาจับนักเวทย์มากมายให้เกาะกลุ่มกัน เช่นนั้นพวกเขาก็จะกลายมาเป็นเป้าโจมตีที่ศัตรูเห็นอย่างชัดเจน เขาคิดที่จะแบ่งกลุ่มนักเวทย์ออกเป็นกลุ่มละสิบคนผสมไปกับไพร่พลทหารทั่วไป ดรูอิดแห่งคมเขี้ยวหรือพลเดินเท้าเองก็จะถูกส่งไปคอยคุ้มครองพวกเขา

เซียวอวี๋ตัดสินใจที่จะอัญเชิญพลเดินเท้าออกมาเพิ่มอีกสามร้อยนาย ในอดีตนั้น เขาชื่นชอบพวกออร์คมากเสียยิ่งพลเดินเท้า แต่เขาก็ได้พบว่าบทบาทของพลเดินเท้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกนักรบออร์คเลย กองกำลังของเขามีหน่วยที่อ่อนแออยู่ แน่อนนว่าย่อมต้องหาคนไปคุ้มครอง นักเวทย์สามร้อยคนและพลเดินเท้าสามร้อยนายจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านักรบออร์คหกร้อยตนเสียอีก

ตอนนี้เขาก็ได้รับพวกออร์คจากเทือกเขาอัลคาเกนมามากแล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องอัญเชิญพวกออร์คออกมาเพิ่มเติ่มอีก

นอกจกานี้เขายังตัดสินใจที่จะอัญเชิญพลปืนออกมาเพิ่มอีกสองร้อยนาย ซึ่งฐานทัพมนุษย์ก็ได้อัพเกรดขึ้นเป็นระดับที่สองแล้ว โรงตีอาวุธเองจึงถูกอัพเกรดขึ้นเช่นกัน ตอนนี้อาวุธและเครื่องป้องกันก็สามารถอัพเกรดเพิ่มขึ้นได้อีกระดับ การอัพเกรดปืนไรเฟิ่นได้ก็หมายความว่า พวกพลปืนจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

เซียวอวี๋ยังได้อัญเชิญอัศวินออกมาเพิ่มอีกสามร้อยนาย ดังนั้นในตอนนี้จำนวนของอัศวินทั้งหมดจึงมีมากถึงหนึ่งพันนายแล้ว พวกเขาเป็นกองกำลังเคลื่อนที่เร็วที่เซียวอวี๋มี และความสามารถในการบของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมยิ่ง

นอกจากนี้เขายังได้อัญเชิญแฟรี่ดราก้อนออกมาหนึ่งร้อยตัว ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่ามันยากที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียในสงคราม บางครั้งเขาเองก็ต้องการหน่วยรบพลีชีพเช่นกัน เขาไม่ได้ต้องการทนเห็นเหล่านักรบอัญเชิญต้องตกตาย แต่การเสียสละก็เป็นสิ่งที่ยากจะหลีกเลี่ยง พวกแฟรี่ดราก้อนไม่ได้มีพลังโจมตีที่สูง หากแต่การท่าโจมตีของพวกมันนั้นเหมาะที่จะใช้สังหารผู้ใช้มนตราของอีกฝ่ายอย่างมาก เขาสามารถให้นักเวทย์ทำให้พวกแฟรี่ดราก้อนเปลี่ยนเป็นล่องหนและให้พวกมันลอบเข้าไปยับยั้งเวทย์ของอีกฝ่ายได้ชั่วขณะ จากนั้นเขาก็จะให้แฟรี่ดราก้อนใช้การโ๗มตีแบบคามิคาเซ่เพื่อกำจัดเหล่าผู้ใช้มนตราของศัตรู

พวกผู้ใช้มนตรานั้นหาตัวได้ยากและเป็นตัวตนที่มีค่าอย่างมากไม่ว่าจะสำหรับกองทัพใดๆ ดังนั้นเขาจะสามารถตัดกำลังฝ่ายศัตรูได้อย่างมหาศาลหากว่าเขากำจัดหรือทำให้ผู้ใช้มนตราของอีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัส

เซียวอวี๋ได้เลือกที่จะอัญเชิญฮิฟโปกริฟออกมาหนึ่งร้อยตัวสำหรับที่ว่างที่ยังเหลืออยู่ เขาต้องการจะให้พวกเอลฟ์จากเทือกเขาอัลคาเกนขึ้นขี่พวกมัน กองกำลังนักรบฮิฟโปกริฟนั้นมีความคล่องตัวที่สูงมาก พวกเขาจะสามารถเคลื่อนกำลังไปยังที่ใดก็ได้ภายในสนามรบเพื่อสนับสนุนยูนิตอื่นๆ

เซียวอวี๋ตั้งใจที่จะให้พวกเขาใช้กลยุทธ์แบบกองโจรที่จะไม่ให้พวกเขารั้งอยู่ที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน พวกเขาจะระดมยิงอยู่ชุดหนึ่งก่อนจะเคลื่อนกำลังไปยังบริเวณอื่นเพื่อให้ถูกหน้าไม้หนักของศัตรูโจมตีเอาได้

เซียวอวี๋ใช้เวลาอยู่หลายวันในการจัดระเบียบกองทัพที่อัญเชิญมา หลังจกานั้นเขาก็กลับไปยังเมืองไลอ้อนเพื่อตรวจดูสถานการณ์โดยรวม สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้นั้นแตกต่างจากสงครามหลายครั้งที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเขาจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และยุทธวิธี

"เมื่อพวกเจ้าต้องการจะมาเช่นนั้นก็มา ดูว่าพวกเจ้าจะสามารถรับมือกับยุนิตใหม่และกลยุทธ์ใหม่ของข้าได้หรือไม่...พวกเจ้าทุกคนจะต้องถูกกลบฝังอยู่ที่นี่..." ดวงตาของเซียวอวี๋ลุกวาวขึ้นวูบหนึ่ง