ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋ผูกม้าของเขาเอาไว้ภายในป่าและเปิดใช้ทักษะวินด์วอร์คกลับเมืองไลอ้อน
ทุกคนต่างอยู่ในห้องโถงขณะที่กำลังหารือขั้นครั้งสุดท้ายก่อนสงครามจะเกิดขึ้น ทอร์ล กรอม ทิรันด้าและคนอื่นๆต่างอยู่กันครบถ้วน
ทุกคนลุกขึ้นยืนเมื่อเซียวอวี๋เข้ามาที่ห้องโถง หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่คัดค้านแผนการที่เซียวอวี๋จะเสี่ยงแฝงตัวเข้าไปในค่ายเหยี่ยวเพื่อล้วงเอาข้อมูล เรื่องนี้มีความเสี่ยงมากเกินไปสำหรับลอร์ดของดินแดน แต่เซียวอวี๋ก็ยิ้มให้พวกเขาและกล่าว "ข้าทราบว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่..."
เซียวอวี๋ทราบว่าพวกโจรนั้นเป็นปัญหาใหญ่และนี่เป็นโอกาศอันดีที่พวกมันทั้งหมดได้มารวมตัวกันที่ค่ายเหยี่ยว เขาไม่อาจปล่อยโอกาศที่กำจัดปัญหาเรื่องกลุ่มโจรหลุดมือไป
เซียวอวี๋ย่อมไม่เข้าร่วมปฏิบัติการที่อันตรายนี้หากว่ามีคนที่เหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม เขายังไม่พบผู้ที่เหมาะสมไปกว่าเขาไม่ว่าจะมองจากมุมใด
เซียวอวี๋มีวินด์วอร์ค เทเลพอต พุ่งทะยานและทักษะที่ทรงพลังมากมาย ดังนั้นเขาเชื่อว่าเขาสามารถหลบหนีได้ทันทีหากเกิดปัญหาขึ้น
อย่างไรก็ตาม แผนการของเซียวอวี๋ก็ประสบความสำเร็จและทำให้เขาแฝงตัวเข้าไปภายในค่ายได้ เขาสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากมาย
หลังจากกำจัดกลุ่มพันธมิตรลงได้ โจรกลุ่มอื่นๆที่เหลือก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป
เขาจะสามารถดึงดูดผู้คนได้มากขึ้น หากว่าเขาสามารถกวาดล้างพวกโจรได้สำเร็จ หลังจากนั้นเขาก็จะสามารถก่อตั้งรัฐได้ เมื่อมีประชากรเพียงพอ
"นั่งลงเถอะ ไม่จำเป็นต้องเคร่งครัดมากนัก ข้านำข่าวดีมามากมาย ค่ายเหยี่ยวนั้นเป็นหนทางสู่ความมั่งคั่ง! พวกมันมีเหรียญทองมากกว่าสิบล้านเหรียญ....พวกเราจะไม่ต้องกังวลเรื่องการเงินอีกต่อไปหากจัดการพวกมันลงได้" เซียวอวี๋ยิ้ม
ทว่าคนอื่นๆต่างไม่มีความสุขเช่นเดียวกับเขา เหล่าฮีโร่จากระบบนั้นต่างนิ่งเฉย พวกเขาเพียงแต่คิดแค่เรื่องทำสงคราม พวกเขาเพียงติดตามเซียวอวี๋ หากพวกเขาได้รับชัยชนะ พวกเขาก็จะมีความสุข หากว่าพวกเขาตกตาย เช่นนั้นก็เพียงแค่ความตาย
อย่างไรก็ตามทั้งหัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ต่างรู้สึกกดดันอย่างหนัก
"ดูพวกท่านสิ ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ผ่อนคลาย มาดื่มไวน์กันเถอะ...เล่าให้ข้าฟังเกี่ยวกับสิ่งที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในดินแดนไลอ้อน ทว่าข้าไม่ต้องการที่จะฟังเรื่องการทหารหรือการปกครอง...."
เซียวอวี๋เริ่มเล่าเรื่องตลก เขายังเล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับพวกออร์ค เอลฟ์และเผ่าพันธุ์อื่นๆจาก วอร์คราฟ เขารู้สึกเก้อเขินเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดร่วมหัวเราะไปกับเขา
"อา ช่างน่าเบื่อจริงๆ เอาเถอะ ตอนนี้ข้าจะไปแล้วและจะกลับมาก่อนสงครามจะเกิด" เซียวอวี๋ลุกขึนยืน
มู่หลี่ยืนขึ้นเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋จะไปแล้วจริงๆ "ท่านลอร์ด พวกเรายังไม่ได้หารือแผนการรบใดๆเลย"
เซียวอวี๋เผยรอยยิ้ม "หากท่านต้องการวางแผน เช่นนั้นก็จัดการได้เลย ข้าจะกลับมาในวันพรุ่งนี้"
มู่หลี่ตกตะลึงในการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบของ เซียวอวี๋ เขายังไม่เคยร่วมรบกับเซียวอวี๋ ดังนั้นจึงไม่ทราบว่าเซียวอวี๋ต้องการจะทำอะไร ลอร์ดประเภทนี้อาจจะเป็นพวกโง่งมหรืออัจฉริยะที่รู้ว่ากุมชัยชนะเอาไว้ในกำมือได้แล้ว
มู่หลี่นึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาและเชื่อว่าเซียวอวี๋ไม่ใช่คนปัญญาอ่อน หากแต่เป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดซึ่งคำนวณทุกรายละเอียดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
เซียวอวี๋มีไอเทมเวทมนตร์ที่จะสามารถจบสงครามได้งั้นหรือ? นั่นก็อาจเป็นไปได้เพราะท่าทีของเขาดูไม่ใส่ใจต่อสงครามในครั้งนี้เลย....
ภายในใจมู่หลี่นั้นเต็มไปด้วยความสงสัย เขาเชื่อว่าเซียวอวี๋ได้ใช้อาวุธที่พิเศษบางอย่างในการเอาชนะกองทัพของแคร์รี่
คนที่เหลือเองก็จากไปเช่นกัน ขณะที่หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่อยู่หารือเรื่องการป้องกันเมือง กองทัพจากฐานทัพทั้งสามแห่งนั้นอยู่ภายใต้การบัญชาการของเซียวอวี๋ มู่หลี่ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงใดๆได้
ถึงกระนั้น มู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นหลังจากได้พบปะกับเซียวอวี๋ พวกเขาต่างเชื่อว่าเซียวอวี๋ซ่อนลูกไม้เอาไว้ในแขนเสื้อจากท่าทีที่ผ่อนคลายของเขา
การแสดงออกของเซียวอวี๋นั้นช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับฝ่ายเขาได้เป็นอย่างดี
เซียวอวี๋จะทำเช่นนี้ทุกครั้งก่อนการต่อสู้ ตัวอย่างเช่น ครั้งที่แล้วเขาขึ้นไปนั่งจิบไวน์อยู่บนกำแพงเมืองเพื่อขจัดความหวาดกลัวของเหล่าไพร่พล เขาให้พวกออร์คร่วมเล่นหมากรุกก็เพื่อสลายความกดดันให้ผู้คนโดยรอบ
บางครั้งขวัญกำลังใจของไพร่พลยังสำคัญยิ่งกว่าอาวุธที่อยู่ในมือพวกเขา หากว่าเป็นทัพแกร่ง แต่มีขวัญกำลังใจที่ต่ำติดดินก็อาจจะนำพวกเขาไปสู่ความพ่ายแพ้ได้
ในแอฟริกาเหนือช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง รอมเมิลนั้นมีทัพแกร่งกว่ากองทัพอังกฤษถึงสองเท่า รอมเมิลบุกโจมตีในขณะที่ฝ่ายกองทัพอังกฤษได้แต่ถอยร่น มันเป็นเช่นนั้นจนกระทั่งการมาถึงของมอนต์โกเมอรี่ จากนั้นสถานการณ์ก็เกิดการพลิกผัน
ในยามเช้านายทหารคนสนิทวิ่งเข้าไปในเต็นท์ของมอนต์โกเมอรี่ "ท่านครับ ฝ่ายศัตรูเริ่มใช้รถถังแล้วครับ"
มอนต์โกเมอรี่ถามออกมา "ตอนนี้กี่โมงแล้ว?"
ทหารคนสนิทตอบ "ตีสี่ครับ"
มอนต์โกเมอรี่ถามต่อ "ฉันบอกให้นายเข้ามาปลุกกี่โมง?"
ทหารคนสนิทตอบ "ตีห้าครับ"
มอนต์โกเมอรี่ตะโกนออกมา "แล้วนายมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้ ฮะ?"
ทหารคนสนิทนิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง "แต่พวกมัน...."
มอนต์โกเมอรี่จ้องไปที่เขา "แต่อะไร? ไสหัวไป! แล้วบอกห้องครัวด้วยว่าให้เตรียมไข่ดาวสองฟองสำหรับมื้อเช้า"
ซึ่งในความจริงแล้วมอนต์โกเมอรี่ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน หน่วยข่าวกรองของอังกฤษได้ดักฟังเวลาที่รอมเมิลจะโจมตีได้ เช้าวันรุ่งขึ้นมอนต์โกเมอรี่กินไข่ดาวไป 2 ฟองเป็นมื้อเช้าและเอาชนะการรบครั้งนั้น
ซึ่งเซียวอวี๋ก็กำลังทำเฉกเช่นเดียวกัน เขาทราบแผนการของฝ่ายศัตรูอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเขาจึงพยายามที่จะเล่าเรื่องตลกและอื่นๆ เพื่อที่คนของเขาจะได้รู้สึกราวกับว่าเขาไม่ได้ใส่ใจต่อการสู้รบเลยเพราะเขาสามารถเอาชนะได้โดยง่าย อย่างไรก็ตาม เขายังต้องกำหนดแผนการและยุทธวิธีที่จะเอาชนะสงคราม
หากว่าทางฝ่ายของเขาเกิดความปั่นป่วนขึ้นเสียก่อน เช่นนั้นเขาอาจจะพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มสู้
เขากลับไปยังเนินเขาที่ซ่อนตัวของทัพม้าเกราะหนัก เขากวาดมองใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของเหล่าโจร "ไฉนจึงต้องเคร่งเครียดถึงเพียงนั้นเล่า? พวกเราไม่ได้มารบเสียหน่อย ทิ้งคนบางส่วนไว้ลาดตระเวน ส่วนคนอื่นๆเข้านอนกันได้แล้ว" หลังจากนั้นเข้าก็เข้ากระโจมไปพักผ่อน
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved