ตอนที่ 156

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

สายตาของเซียวอวี๋จดจ้องอยู่ที่ร่างของหญิงสาว เขาเคยเห็นหญิงงามมามาก พี่สะใภ้ทุกคนของเขานับเป็นสาวงามทุกนาง ลีอาและทิรันด้าเองก็โดดเด่น ทว่าหญิงสาวที่อยุ่เบื้องหน้าเขาตอนนี้นั้นไร้ที่ติ พระเจ้าสามารถสรรค์สร้างหญิงงามเช่นนี้ขึ้นมาบนโลกได้ด้วยหรือ?

คำสมบูรณ์ไร้ที่ติเป็นเพียงถ้อยคำเดียวที่เซียวอวี๋สามารถให้คำจำกัดความตัวนางได้ นางทั้งสง่างาม ให้อารมณ์ราวกับเป็นคุณหนูที่สูงส่ง ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบ ฟันขาวดุจดั่งไข่มุกที่เรียงตัวอย่างงดงาม สัดส่วนอันไร้ที่ติ เอวบางอันอ้อนแอ้นสวมใส่ไว้ด้วยชุดสีฟ้าอ่อน นางดูราวกับเทพธิดาแห่งท้องทะเล

ทิรันด้าดูสูงส่งราวกับจักรพรรดินีผู้ปกครองโลก ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นเทพธิดาแห่งเผ่าพันธุ์เอลฟ์ ลักษณะท่าทางอันสูงส่งของนางราวกับไม่ได้เป็นคนของโลกใบนี้เพราะเสน่ห์เฉพาะตัวของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้นางต้องปิดบังใบหน้าเอาไว้ตลอดเวลามิเช่นนั้นจะก่อเกิดความปั่นป่วนขึ้น ทว่ามันยากที่จะจินตนากรได้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีหญิงสาวชาวมนุษย์ที่มีความงามทัดเทียมกับทิรันด้าอยู่ หากเปรียบเทียบกันแล้ว อาจกล่าวได้ว่าหลินมู่เสวี่ยนับเป็นโฉมงามแห่งหมู่มวลมนุษย์

"นางเป็น....เป็นคู่หมั้นของข้าหรือ? ชั่วชีวิตคงไม่อาจหาดียิ่งกว่านี้ได้จากที่ใดอีกแล้ว" เซียวอวี๋คิดขึ้นในใจ เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าคู่หมั้นของเขาจะเป็นหญิงสาวที่งดงามไร้คู่เปรียบเช่นนี้มาก่อน

เขาเพียงหวังเอาไว้ว่าคู่หมั้นของเขาจะงดงามไม่แพ้ซีเหวิน ทว่าหลินมู่เสวี่ยกลับเหนือยิ่งกว่า

หลินอ้าวเทียนหัวเราะออกมาเมื่อได้เห็นท่าทางตกตะลึงของเซียวอวี๋ "มู่เสวี่ย มานี่สิ เขาคือเซียวอวี๋ บุตรชายของเซียวซานเทียนและเป็นลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน เขาคือผู้ที่ได้รับสืบทอดบรรณาศักดิ์แกรนดยุค"

หลินมู่เสวี่ยมองเห็นเซียวอวี๋แล้ว ในฐานะบุตรสาวตระกูลขุนนาง นางเพียงชำเลืองมองไปที่เขาแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองบิดาของนาง ใบหน้าของนางฉายแววเอียงอายขึ้นครู่หนึ่ง หลังจากบิดาของนางกล่าวแนะนำแขก ใบหน้าของนางก็กลับเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ภายในใจของนางยังคงมีความตึงเครียดอยู่ มู่เสวี่ยต้องการจะกล่าววาจา ทว่าก็มีเสียงกล่าวขัดขึ้นเสียก่อน

"พี่ชายอวี๋ เหตุใดท่านจึงมาอู่ที่นี่ได้?" หญิงสาวนางหนึ่งพลันวิ่งมาอยู่เบื้องหน้าของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋เองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เขากำลังจะกล่าวทักทายหลินมู่เสวี่ย ทว่าก็มีเงาร่างอันคุ้นเคยปรากฏขึ้นขัดเสียก่อน

"เสี่ยวหาน!? เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" เซียวอวี๋เอ่ยปากถามออกไป หญิงสาวนางนั้นก็คือ มู่หาน เอง เดิมทีเซียวอวี๋วางแผนที่จะไปเยี่ยมมู่หานที่สถาบันเวทมนตร์อยู่แล้ว เขาไม่คิดว่านางจะเป็นฝ่ายปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาเสียเอง

"ฮี่ฮี่ พวกเราสองคนศึกษาอยู่ที่สถาบันเวทมนตร์ ทั้งยังฝึกเวทวารีด้วยกัน ดังนั้นหลินมู่เสวี่ยและข้าจึงเป็นเพื่อนสนิทกัน" มู่หานดูเหมือนจะตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้พบกับเซียวอวี๋ นางวิ่งเข้าไปคล้องแขนเขาด้วยความรักใคร่

ที่เซียวอวี๋ใจดีกับมู่หานอย่างมากก็ด้วยเพราะมองว่ามันเป็นการลงทุนระยะยาว เขาต้องการที่จะเพาะสร้างผู้ใช้มนตราของดินแดนไลอ้อนขึ้นมา

มู่หานหัวเราะอย่างเบิกบาน นางหันไปมองหลินมู่เสวี่ยก่อนจะหันกลับมาหาเซียวอวี๋ "นี่คือพี่ชายอวี๋ซึ่งเป็นคู่หมั้นของมู่เสวี่ย! เช่นนั้น นางก็คือพี่สะใภ้ในอนาคตของข้า!"

ใบหน้าของหลินมู่เสวี่ยเปลี่ยนเป็นแดงก่ำขณะที่ถลึงตามองมู่หาน นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าพี่ใหญ่ที่มู่หานกล่าวถึงบ่อยๆจะเป็นคู่หมั้นของนางเอง

มู่หานยังคงกล่าวต่อ "ไม่คิดว่าพี่สาวมู่เสวี่ยกำลังจะแต่งงานแล้ว ข้าคิดมาตลอดว่าคู่หมั้นของท่านจะเป็นพวกคนประหลาดที่หนวดเคราเฟิ้มเสียอีก ข้ากำลังคิดที่จะช่วยท่านให้ใกล้ชิดกับนางอยู่พอดี....ฮี่ฮี่....ทว่าข้าไม่คิดเลยว่าพี่ชายจะเป็นคู่หมั้นของนางอยู่ก่อนแล้ว.....พี่สาวมู่เสวี่ย พี่ชายเขาเป็นคนดีมากๆเลยล่ะ" มู่หานยังกล่าวออกมาโดยไม่หยุดพัก ถึงกระนั้นการเข้ามาของนางก็ช่วยลดบรรยากาศอันกระอักกระอ่วนภายในห้องก่อนหน้าไปได้

เซียวอวี๋พบว่าในแววตาที่มองมายังเขาของหลินมู่เสวี่ยไม่มีความดูถูกเหยียดหยามปรากฏอยู่เลยแม้แต่น้อย นางไม่ได้เป็นหญิงสาวที่เอาแต่ใจหรือหยิ่งยโสตามแบบฉบับลูกหลานตระกูลขุนนาง

อันที่จริง เซียวอวี๋วางแผนที่จะกระทำต่อหยาบกระด้างต่อหน้าทุกคนเพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งงานจะไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นคนหล่อเลือกได้ ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าตระกูลหลินกับตระกูลหวังจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หลินอ้าวเทียนยังคงยึดมั่นต่อคำสัญญาที่ให้เอาไว้กับเซียวซานเทียนแม้ว่าตระกูลเซียวกำลังตกต่ำอยู่ก็ตาม

นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าเหตุใดเซียวอวี๋จึงคิดที่จะปฏิเสธการแต่งงานมาตลอดทาง อย่างไรก็ตาม ความคิดต่อต้านั้นค่อยๆมลายหายไปเมื่อได้พบการให้เกียรติจากหลินอ้าวเทียนและสาวงามหลินมู่เสวี่ย หลินมู่เสวี่ยและมู่หานเข้ามานั่งลง หลินอ้าวเทียนเริ่มเล่าเรื่องของเซียวอวี๋ออกมา เขาเล่าให้มู่เสวี่ยฟังเรื่องที่เซียวอวี๋กวาดล้างกองโจรในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือ เรื่องที่เขาเป็นผู้ปกครองที่ดี การพัฒนาดินแดนของเขา เป็นผู้นำออร์คและเอลฟ์ และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย กล่าวโดยสรุปก็คือ หลินอ้าวเทียนชื่นชมเซียวอวี๋

ทัศนคติเช่นนี้แสดงให้เห็นว่าหลินอ้าวเทียนยอมรับการแต่งงานระหว่างตระกูล เซียวและตระกูลหลิน หลินมู่เสวี่ยรับฟังอย่างเงียบเชียบขณะที่บางครั้งก็จะชำเลืองมองเซียวอวี๋เป็นครั้งคราว

หลินอ้าวเทียนเห็นว่าทั้งสองไม่ได้กล่าวแย้งเรื่องการแต่งงาน ดังนั้นเขาจึงกล่าวออกมา "หลานชาย ทำไมเจ้าไม่มาพักอยู่ที่ตระกูลของเราล่ะ ไม่จำเป็นต้องกลับไปพักที่โรงแรมแล้ว มู่เสวี่ยก็เพิ่งกลับมา นางสามารถพาเจ้าท่องชมเมืองไชน์ได้"

เซียวอวี๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าเองก็อยากทำเช่น ทว่าสหายของข้ากำลังจะมาพบข้าในอีกไม่กี่วันนี้ ข้าคงต้องดูแลเขาและมอบของขวัญให้เขา หลังจากนั้นข้าค่อยมาบ้านท่าน"

หลินอ้าวเทียนอดเอ่ยถามออกมาไม่ได้ "โอ้? สหายรึ? ใยไม่เชิญเขามาที่บ้านตระกูลหลินด้วยเล่า?" หลินอ้าวเทียนมองว่าเซียวอวี๋เป็นเขยขวัญของเขาไปแล้ว เซียวอวี๋เงียบไปครึ่งค่อนวันหลังจากได้ยินคำถามของหลินอ้าวเทียน เขาพยายามที่จะปิดบังหลินอ้าวเทียนให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม ขาทราบว่าเขาไม่อาจมาพักที่บ้านตระกูลหลินได้เมื่อหลินอ้าวเทียนเอ่ยปากชักชวน เขาไม่ต้องการดึงตระกูลหลินเข้ามาเสี่ยงจากการลอบสังหารของพันธมิตรเงา เขาไม่ต้องการทำให้ตระกูลหลินต้องเดือดร้อน

เซียวอวี๋กล่าวตอบ "สหายของข้าเป็นผู้ใช้มนตราเรียกว่า ธีโอดอร์ เขากำลังเดินทางมาในไม่กี่วันนี้ ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดคุยกับเขาเล็กน้อยและมอบของขวัญตอบแทน"

ทุกคนกลายเป็นนิ่งค้างเมื่อได้ยินเขาเอ่ยนามธีโอดอร์ มู่หานที่นั่งติดกับเซียวอวี๋อุทานขึ้นมาคนแรก "พี่ชายอวี๋ ท่านกำลังหมายถึงจอมมนตราขั้นที่หก ท่านธีโอดอร์อย่างนั้นรึ?"

เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ใช่แล้ว" คำตอบรับอันเรียบง่ายที่สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนอีกครั้ง ทุกคนทราบว่าธีโอดอร์เป็นตัวตนเช่นไร นามของเขาราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางทวีป

มีเพียงไม่กี่คนในทวีปที่จะไปถึงจอมมนตราขั้นที่หกได้และธีโอดอร์ก็ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในสามผู้ที่ทรงอำนาจและแข็งแกร่งที่สุดในทวีป นับเป็นโชคอันมหาศาลและเกียรติอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้ที่ได้พบกับเขา มาตอนนี้ เซียวอวี๋กล่าวออกมาด้วยท่าทีอันไม่ใส่ใจว่าเขาเป็นสหายของธีโอดอร์ ใช่ทุกคนหรือที่สามารถเป็นสหายกับปรมจารย์เช่นนั้นได้?