ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"ก้าวย่างเงา.....พนันได้เลยว่าลีอาคงคลุ้มคลั่งเมื่อได้เห็นมัน" เซียวอวี๋ยิ้มอย่างตื่นเต้น เขาไม่คิดว่าจะได้รับมันจากที่นี่ มันจะเป็นภัยคุกคามที่น่าหวาดหวั่นหากมือสังหารสามารถโผล่พรวดขึ้นที่ด้านหลังผู้คนได้ในทันที
นอกจากจะได้รับก้าวย่างเงามาแล้ว เซียวอวี๋ยังมีเพิ่มระดับเพิ่มเป็น 19 จากการสังหารวอร์ลอคขั้นที่ห้า กระนั้นเขากลับไม่เร่งรีบจะใช้แต้มทักษะ เขาเลือกที่จะรอให้กรอมมีระดับเพิ่มขึ้นเพื่อที่เขาจะได้เรียนทักษะที่แข็งแกร่งของกรอม รอให้กรอมได้รับทักษะอันทรงพลังมาก่อน จากนั้นเขาก็จะใช้มันได้ด้วย
ความตั้งใจที่จะสังหารศัตรูที่แข็งแกร่งได้ลุกโชนขึ้นแล้ว
หลังจากนั้นเซียวอวี๋ก็ใช้วินด์วอร์คลอบกลับไปสังเกตุการณ์ต่อสู้ของทั้งสองกลุ่ม เมื่อมาถึงจุดนี้การต่อสู้ก็ดูเหมือนใกล้จะยุติลงแล้ว ทางฝั่งกลุ่มคนผ้าคลุมดำกำลังเสียเปรียบจากการที่ต้องสูญเสียวอร์ลอคขั้นที่ห้าและผู้คุ้มกันอีกส่วนหนึ่งไป พวกเขาไม่ได้กำลังจะพ่ายแพ้ หากแต่ไม่แข็งแกร่งพอจะเอาชนะ
กลุ่มคนผ้าคลุมดำทราบจุดอ่อนของฝั่งตนเองดี เมื่อขาดผู้ใช้มนตราที่ทรงพลังไปพวกเขาก็จะเสียความได้เปรียบได้เช่นกัน คิดได้ดังนั้นพวกเขาจึงค่อยๆถอยร่นกลับไปช้าๆ การสู้ต่อไปรังแต่จะเกิดการสูญเสีย
"พวกเจ้ากล้าต่อต้านพวกเรา.....จงระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ!" ชายที่ดูคล้ายเป็นผู้นำกลุ่มตะโกนออกมาขณะที่กลุ่มผ้าคลุมดำถอนตัวจากไป ทางฝั่งพวกนักผจญภัยเองก็ไม่ได้ติดตามไล่ล่า พวกเขาตระหนกดีว่าถึงไล่ตามไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
"พวกมันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว....กระทั่งมีวอร์ลอคอยู่ด้วย พวกเราคงต้องตายกันหมดหากไม่ได้ชายลึกลับสังหารผู้ใช้มนตร์ดำที่ชั่วร้ายนั่น!" พวกเขารู้สึกหวั่นเกรง กระทั่งผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าก็ว่าน่ากลัวแล้วแต่นี่เป็นวอร์ลอค
กลุ่มนักผจญภัยไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาแยกย้ายออกเป็นกลุ่มย่อยเพื่อค้นหาสมบัติภายในนครทมิฬ ทว่าพวกเขากลับไม่ทราบว่าสมบัติส่วนใหญ่ตกอยู่ในกำมือของเซียวอวี๋แล้ว
เซียวอวี๋นั้นคุ้นเคยกับผังเมืองใต้ดินแห่งนี้ดังนั้นในขณะที่คนอื่นๆต้องคอยกลางแผนที่เพื่อไม่ให้หลงทาง เขากลับเดินเตร่ไปทั่วราวกับเดินในสวนหลังบ้านตัวเอง
เซียวอวี๋พาลีอาและกรอมกลับไปที่ห้องแปรธาตุ ทุกสิ่งทุกอย่างต่างถูกเขากวาดไปจนเกลี้ยงเกลา สิ่งเดียวที่ยังไม่ได้กระทำคือการรื้อพรมออกมา
ตอนนี้มีคนหลายกลุ่มเข้ามาภายในนครทมิฬแล้ว กลุ่มของเขาเองก็ไม่ใช่กลุ่มเล็ก ดังนั้นจึงไม่เกรงกลัวอะไร
.......................................
.......................................
เซียวอวี๋พบว่ามีผู้คนจำนวนมากกำลังห้อมล้อมห้องแปรธาตุเอาไว้เมื่อกลับมา เซียวอวี๋หรี่นัยน์ตาลงกวาดมองคนเหล่านั้น ลูกเต่ากลุ่มนี้กลับกล้ามาตอแยเขา
เซียวอวี๋ใช้วินด์วอร์คเข้าไปหลบที่มุมหนึ่งเพื่อสังเกตการณ์ คาร์นยืนปักหลักที่ด้านหน้าประตูเผชิญหน้ากับเหล่าศัตรู เซียวอวี๋พยักหน้าชื่นชมกับการตัดสินใจของเขา หากเป็นเซียวอวี๋เขาก็จะเลือกตั้งรับเช่นนี้
ทางฝ่ายศัตรูเห็นว่าร่างอันใหญ่โตของคาร์นยืนปิดทางอยู่ที่หน้าทางเข้า นี่เป็นตำแหน่งที่ยากจะโจมตีเข้าไป
"พยัคฆ์เพลิง โจมตี!" ชายตาสามเหลี่ยมสั่งการขึ้นมา
ชายที่ร่างกายสูงเกือบสองเมตรก้าวออกมาหยุดที่หน้ากลุ่มของพวกเขา ในมือของเขาถือไว้ด้วยมีดมาเชเต้ที่เปล่งแสงสีม่วงออกมา
ใบมีดของมันยาวเกือบเมตร ด้ามจับยาวเกือบครึ่งเมตร ใบมีดกว้าง 30 ซม.นี่เป็นอาวุธขนาดใหญ่ กระนั้นชายผู้ที่ถือมันกลับกวัดแกว่งราวกับมันน้ำหนักเบา เขาใช้นิ้วหมุนควงมันอย่างรวดเร็ว
"เจ้านี่แข็งแกร่ง....แม้จะไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าแต่ก็ไม่เลวนัก เมื่อมีอาวุธเวทเล่มนี้เขาสมควรไม่ด้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า" เซียวอวี๋เชื่อว่าคาร์นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนผู้นี้ มันคงเหนือความคาดหมายหากคาร์นสามารถรับมือกับเขาได้
เมื่อเซียวอวี๋เห็นชายคนนั้นกำลังวิ่งเข้าโจมตีคาร์น คาร์นเองก็คำรามขณะกวัดแกว่งขวานในมือ เซียวอวี๋พลันตะโกนออกไป "หยุดมือ!" ทั้งคาร์นและพยัคฆ์เพลิงต่างหยุดมือ จากนั้นจึงหันมามองเซียวอวี๋
ชายตาสามเหลี่ยมยกยิ้มขณะหันมาหาเซียวอวี๋ "อา ในที่สุด! ท่านดยุคเซียวก็กลับมาแล้ว! พวกเราคงเกิดความเข้าใจผิดกันหากท่านกลับมาสายกว่านี้"
เซียวอวี๋หันไปมองชายหนุ่มผู้นั้น "เจ้าลูกเต่านี่ แกเป็นใคร?"
เขาย่อมไม่มีอารมณ์มาสุภาพกับศัตรู เขากำลังมองหาโอกาสอยู่ ศัตรูพยายามกดขี่เขา
ใบหน้าของชายหนุ่มตาสามเหลี่ยมพลันแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเมื่อได้ยินคำกล่าวของเซียวอวี๋
"หูหนวกรึไง? ถามไปไม่ได้ยินหรือ?" เซียวอวี๋ยั่วยุอีกครั้ง
"ดี.....ดีมาก...เจ้าเป็นคนแรกที่กล้ากล่าววาจาสามหาวกับข้า....ข้าจะจดจำแกไว้.." ชายหนุ่มผู้นั้นกล่าวตอบ
"โอ...เป็นเกียรติที่ได้ด่าทอลูกเต่าบัดซบเช่นเจ้าเป็นคนแรก....เช่นนั้น กรอมด่าทอมันเสีย มันคงคันไปทั่วร่างกายหากไม่โดนด่าทอสักหน่อย ช่วยเขาให้อาการดีขึ้น..." เซียวอวี๋หันไปกล่าวกับกรอม
กรอมหันไปมองชายหนุ่มผู้นั้น "ถล่มมารดาเอ็ง!"
เซียวอวี๋ขมวดคิ้วทันที "ไฮ๊! เจ้าอยู่กับข้ามาตั้งนานกลับเรียนรู้เพียงแค่นั้นเองหรือ? กล่าวให้มันดีๆมิเช่นนี้คืนนี้เจ้าจะอดมื้อค่ำ!"
เหล่าศิษย์ต่างเหงื่อตกเมื่อได้ยินการสนทนาของเซียวอวี๋ ฝ่ายศัตรุกำลังรุมล้อมพวกเขาอยู่ ทว่าเซียวอวี๋ก็ไม่ใส่ใจกลับยั่วยุอีกฝ่ายไม่หยุด
กรอมเคร่งเครียด เขเคยได้ยินเซียวอวี๋กล่าวว่า "ถล่มมารดาเอ็ง" อยู่หลายครั้ง ดังนั้นจึงกล่าวออกไป ตอนนี้เขาต้องใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก
กรอมเป็นออร์ค ดังนั้นเขาจึงถนัดใช้กำลังมากกว่าพูดจา
หลังจากใช้สมองครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว เขาพลันตะโกนออกมา "ไอ้แม่***"
พวกศิษย์ที่ได้ยินต่างหัวเราะกันเสียงดัง พวกเขาเห็นว่ากรอมกล่าวออกมาหน้าตาย นั่นยิ่งทำให้พวกเขาขำจนตัวโยน
"แก!..." ชายหนุ่มผู้นั้นตะโกนขึ้นเสียงดัง "เซียวอวี๋....เจ้าทราบหรือไม่ว่าข้าเป็นใคร? แม้จะทราบก็สายเกินการณ์เสียแล้ว....ข้าจะบดขยี้ดินแดนไลอ้อน จับผู้หญิงนะตระกูลของเจ้ามาย่ำยีให้หมด......พวกนางจะถูกขายให้กับหอคณิกาที่ต่ำตมที่สุด!"
เซียวอวี๋หันไปตะโกนใส่พวกออร์ค "เขายังต้องการยาอีก!"
พวกออร์คต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน "ไอ้แม่****************************"
เสียงของพวกออร์คดังสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองใต้ดิน
"ฆ่ามันซะ! ไม่! อย่าเพิ่งฆ่ามัน! ข้าต้องการมันแบบเป็นๆ! ข้าจะค่อยๆตัดลูกอัณฑะมันทีละข้าง!" ใบหน้าของชายหนุ่มบิดเบี้ยวอย่างที่สุด
พยัคฆ์เพลิงคำรามออกมาทันทีที่ได้ยินคำสั่งของชายหนุ่ม พลังปราณที่แข็งกล้าพลันปะทุออกมาจากร่างของเขาก่อเป็นเปลวเพลิงห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้ ผมสีทองของเขาชี้ชันจนดูน่าเกรงขามราวกับพยัคฆ์
ย๊าากกกกกก~~~
พยัคฆ์เพลิงแหงนหน้ากู่ร้องอย่างโกรธแค้นที่นายเหนือหัวของเขาโดนดูถูกเหยียดหยาม เขาพลันกวัดแกว่งมีดมาเชเต้ในมือพุ่งเข้าหาเซียวอวี๋
เซียวอวี๋ยืนนิ่งไม่หลบหลีก เขาล้วงเอาคัมภีร์ออกมาขว้างใส่พยัคฆ์เพลิง
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมม!
พยัคฆ์เพลิงไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้เช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่แม้แต่จะมีโอกาศหลบหลีก ร่างของเขาพลันถูกระเบิดแยกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย......
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved