ตอนที่ 138

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

พวกโจรที่งัวเงียตื่นขึ้นมายังคงไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกมันไม่เคยคาดคิดว่าเมืองไลอ้อนจะมีกลุ่มสัตว์อสูรบินได้มากมายถึงเพียงนี้

การที่จะฝึกสัตว์อสูรบินได้ในโลกใบนี้นั้นยากมาก มีเฉาพะตระกูลที่มีเทคนิคพิเศษหรือตระกูลทรงอำนาจเท่านั้นที่สามารถฝึกพวกมัน ทว่าอย่างดีที่สุดพวกเขาก็มีอยู่เพียงแค่หลักสิบเท่านั้น ไม่มีทางที่จะมากถึงเพียงนี้ เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่สัตว์อสูรบินได้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในสงคราม

บาทิเดอร์เริ่มขว้างระเบิดเพลิงเข้าใส่พวกโจรที่กำลังสั่นระฆังแจ้งเตือนพรรคพวก

บึ้ม! บึ้ม!

เสียงระเบิดเพลิงดังกึกก้องท้องฟ้า มันช่างเป็นฉากที่งดงามเมื่อได้เห็นกองทัพบาทิเดอร์นับพันปูพรมทิ้งระเบิดพร้อมกัน นี่ราวกับมีเวทมนตร์เสกเพลิงขึ้นแผดเผาไปทั่วพื้นที่

เซียวอวี๋ออกคำสั่งให้เหล่าบาทิเดอร์นั้นทิ้งระเบิดพื้นที่ให้เป็นวงกว้างมากที่สุด เขาสั่งว่าอย่าได้มุ่งเน้นไปที่การสังหารเนื่องเพราะกุญแจสำคัญของการศึกในครั้งนี้ก็คือ ระเบิดขนาดใหญ่และเปลวเพลิงที่ลุกท่วมพื้นที่ ระเบิดเพลิงเหล่านี้ยังไม่เหมาะสำหรับการสังหารผู้คนมากนัก เซียวอวี๋ได้ทดสอบมาแล้วและตัดสินว่าความรุนแรงของมันยังไม่ดีเท่าที่ควร

จุดประสงค์หลักของระเบิดเพลิงคือ การวางเพลิงพื้นที่ พวกมันราวกับเป็นไฟแช็คกำลังสูงในโลกใบเก่าของเซียวอวี๋ ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่เหมาะสำหรับการใช้สังหาร มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ไฟของพวกมันจะสามารถแผดเผาผู้คนจนตายแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สวมใส่ชุดเกราะอยู่ก็ตาม อย่างดีที่สุดพวกมันก็ทำได้เพียงแผดเผาผิวหนัง ผลลัพธ์นี้ทำให้เซียวอวี๋รู้สึกท้อแท้ในตอนเริ่มต้น

โชคดีที่เซียวอวี๋นั้นพบว่าระเบิดเพลิงพวกนี้สามารถอัพเกรดได้ บาทิเดอร์นั้นใช้ระเบิดเพลิงที่อยู่ในขั้นต้น ดังนั้นความรุนแรงของมันจึงยังต่ำอยู่ อย่างไรก็ตาม ผลของมันจะเปลี่ยนไปเมื่อระเบิดเพลิงได้รับการอัพเกรด เซียวอวี๋เชื่อว่ามันจะรุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อได้รับการอัพเกรดสักหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม การจะอัพเกรดพวกมันนั้นจำเป็นจะต้องใช้ค่าผลงาน เซียวอวี๋นั้นเป็นผู้บัญชาการขั้นที่ห้า ดังนั้นเขาจึงสามารถอัพเกรดระเบิดเพลิงได้ถึงเพียงระดับที่ห้า และการจะอัพเกรดระเบิดเพลิงจากระดับแรกไปยังระดับสี่นั้นต้องใช้ค่าผลงาน 10,000 แต้มในแต่ละระดับ จากระดับที่ห้าไปถึงระดับที่แปดนั้นจะใช้ 20,000 แต้มในแต่ละระดับ และจากระดับที่เก้าไปถึงระดับที่สิบสองนั้นจะใช้ 40,000 แต้มในแต่ละระดับ ค่าผลงานของเซียวอวี๋ยังมีไม่มาก ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอัพเกรดมันไประดับที่สอง

ถึงกระนั้นเซียวอวี๋ก็ทราบว่าเขาจะต้องใช้มันในสงครามขนาดใหญ่ในสักวันหนึ่งอยู่แล้ว เขาทราบผลกระทบของมันจะรุนแรงอย่างมาก ความโกลาหลและขวัญกำลังใจที่ลดลงก็เพียงพอสำหรับเขาแล้ว

เพลิงอันเกรี้ยวกราดและเสียงดังกัมปนาทของระเบิดก็เพียงพอที่จะสกกดข่มสิ่งมีชีวิตได้ทั้งหมด ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงมนุษย์ นอกจากนี้ผู้คนในยุคนี้ยังไม่เคยพบเห็นอาวุธประเภทนี้มาก่อน นอกจากนี้พวกเขายังไม่มีความคิดที่จะขุดสร้างสนามเพลาะเพื่อใช้เป็นที่กำบังเอาไว้ล่วงหน้า พวกโจรเริ่มวิ่งหลบหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อเห็นฉากซึ่งราวกับอยู่ในขุมนรกที่เบื้องหน้า

พวกโจรทำได้เพียงก่นด่าสาปแช่งเวทมนตร์ต้องห้ามที่กำลังตกลงมาจากบนท้องฟ้าเหล่านี้ พวกมันไม่อาจจินตนาการถึงสิ่งอื่นที่สามารถสร้างปรากฏการณ์เช่นนี้ได้

พวกมันส่วนใหญ่ต่างคิดว่าเวทมนตร์ต้องห้ามถูกนำมาใช้ในสงครามครั้งนี้ ดังนั้นพวกมันจึงเริ่มวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พวกมันสูญเสียความคิดที่จะต่อต้าน ในขณะที่บางส่วนกระทั่งไม่กล้าหลบหนีและทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ภายในกระโจมหรือใต้โต๊ะขณะที่เนื้อตัวสั่นเทาไปด้วยความกลัว พวกโจรต่างเหยียบย่ำกันเองหรือผลักคนอื่นๆเพื่อเปิดทางหลบหนีให้กับตน

แม้แต่สุบารุเองก็ตกตะลึงเมื่อได้พบเห็นเปลวเพลิงและระเบิด เขาไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น สุบารุนั้นเป็นผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยมและเป็นคนที่ชาญฉลาด ทว่าเขาจะเข้าใจการใช้อาวุธเพลิงได้อย่างไร? เขายังเยือกเย็นกว่าโจรคนอื่นๆมาก ทว่ากระทั่งตัวสุบารุเองก็ยังไม่มีความคิดที่จะต่อสู้แข็งขืน เขากวาดมองไปทั่วและรีบใช้พลังปราณเพื่อหลบหนีออกไปให้เร็วที่สุด

เซียวอวี๋ได้เลือกใช้กลยุทธ์ปูพรม ดังนั้นผลของมันจึงแปลกประหลาดสำหรับพวกมันเกินไป นอกจากนี้การทิ้งระเบิดเริ่มขึ้นในช่วงเวลากลางคืนในขณะที่พวกโจรส่วนใหญ่ต่างจมอยู่ในนิทรา พวกเขารู้สึกราวกับเผชิญฝันร้ายเมื่อได้ตื่นขึ้นมาพบเห็นฉากราวกับขุมนรกนี้

เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะที่จ้องมองไปที่ค่ายโจร ผลของระเบิดเพลิงนั้นเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้

"บุกได้!" เซียวอวี๋ออกคำสั่งเมื่อการระเบิดระลอกแรกสิ้นสุดลง

ฝ่ายศัตรูนั้นหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ พวกโจรราวกับอาคารที่กำลังจะพังทลายลงหากเพียงสัมผัสถูก ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาศที่ดีที่สุดที่จะบุกโจมตี

โฮกกกกกก~~

พวกออร์คคำรามออกมาขณะวิ่งติดตามกรอมและคาร์นไป ทัพหน้าเปิดฉากจู่โจม พวกโจรยิ่งสั่นเทามากยิ่งขึ้นเมื่อได้เห็นพวกออร์ควิ่งเข้ามา นี่ไม่ใช่การสู้รบ หากแต่เป็นการเข่นฆ่าอยู่เพียงฝ่ายเดียว จิตใจของพวกโจรพังทลายลงอีกทั้งผู้บัญชาการของพวกเขายังหายตัวไป ทางเลือกเดียวของพวกมันคือการหลบหนี สนามรบแปรเปลี่ยนเป็นการไล่ล่ากันของมุสิกและแมว พวกโจรค่อยๆถูกจับกุมหรือถูกสังหาร

พวกโจรส่วนใหญ่เลือกทิ้งอาวุธยอมจำนน

กองทัพของเซียวอวี๋ยังไล่ล่าติดตามพวกโจรเป็นระยะทางหลายสิบไมล์ มีพวกโจรถูกสังหารนับไม่ถ้วน ในขณะที่ยังถูกจับเป็นทาสอีกมาก บาทิเดอร์ได้กลับไปที่ฐานเพื่อเติมระเบิดเพลิงและบินย้อนกลับมาอีกครั้ง

..............................

..............................

เมื่อแสงอรุณสาดส่อง ซากศพนับไม่ถ้วนของพวกโจรได้ทอดยาวเป็นระยะทางหลายสิบไมล์ สุบารุสามารถหลบหนีไปได้พร้อมกับพวกโจรที่เหลือไม่ถึงห้าพันคน

มีไม่ถึงห้าพันคนที่สามารถหลบหนีไปได้จากกองกำลังทั้งหมดกว่าหนึ่งแสนคน นี่เป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ หน่วยไรเดอร์และนักล่านั้นมีผลงานอย่างมากในศึกครั้งนี้ ความคล่องตัวของพวกเขาถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มเปี่ยม พวกไรเดอร์นั้นยอดเยี่ยมมาก หมาป่าของพวกเขาจะเข้าขย้ำศัตรูอย่างดุดัน พวกโจรแค่เพียงได้ยินเสียงหอนของพวกมันก็จะรู้สึกขวัญผวา

นอกจากนี้ พวกไรเดอร์ยังไม่สามารถพวกโจรในทันที พวกเขาจะเพียงแค่ทำให้พวกมันบาดเจ็บจนไม่อาจเคลื่อนไหวและไล่ล่าพวกโจรต่อ พวกโจรที่บาดเจ็บสาหัสจึงทำได้เพียงนอนรอความตายจากฝีมือของกองกำลังที่ติดตามมา

เซียวอวี๋สั่งไม่ให้ติดตามต่อขณะที่สังหารและปลดทรัพย์พวกโจรระหว่างทาง

เซียวอวี๋ทราบดีว่าหัวหน้าโจรส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้ฝึกยุทธ์ ดังนั้นแม้ว่าสนามรบจะวุ่นวายสักเพียงใด พวกเขาก็ยังคงสามารถเอาตัวรอดไปได้

เหล่าทหารของเมืองไลอ้อนเริ่มต้นเก็บกวาดสนามรบ พวกเขาส่วนใหญ่ต่างสงสัยเกี่ยวกับที่มาของสัตว์อสูรบินที่ได้ช่วยพวกเขาในช่วงเวลากลางคืน นอกจากนี้พวกมันยังสามารถระเบิดพื้นที่ได้ นี่ยิ่งกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา

พวกมันเป็นมังกรขนาดเล็กงั้นหรือ? แล้วเหตุใดท่านอร์ดของพวกเขาถึงสามารถมีพวกมันได้มากมายถึงเพียงนั้นกัน?

หัวหน้าทหารฮุ่ยและหลี่มู่ก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน พวกเขาไม่ทราบว่านั่นเป็นสัตว์ชนิดใด

เซียวอวี๋บอกพวกเขาเอาไว้ว่าจะมีกองทัพนับแสนมาช่วยเหลือ ตอนนี้พวกเขาได้ทราบแล้วว่านั่นเป็นถ้อยคำโกหก ทว่ามันก็เป็นเรื่องจริงที่สัตว์อสูรพวกนั้นมีกำลังรบเทียบได้กับไพร่พลนับแสน

เซียวอวี๋กลับมาที่เมืองไลอ้อนขณะที่หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่กำลังบงการเหล่าทหารเก็บกวาดสนามรบ....