ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ใบหน้าของผู้บัญชาการกองกำลังเปลี่ยนไปเมื่อเห็นว่าพวกออร์คไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีหากแต่วิ่งไปรอบๆโดยไร้จุดหมาย นี่มันไม่ใช่การประลองแล้ว!
เซียวอวี๋ไม่ได้กระทำตามกฏการประลองทั่วไป เขาลดทอนสภาวะของหน่วยยมทูตได้ในหนึ่งการลงมือ! หน่วยยมทูตนั้นแข็งแกร่ง แต่เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ไม่อาจช่วงชิงสภาวะบุกไปได้แล้ว
หน่วยยมทูตนั้นสวมใส่ชุดเกราะหนัก ผู้คนโดยทั่วไปจะพบว่ามันยากที่จะขยับร่างได้หากต้องสวมใส่เกราะหนักเช่นนั้น แม้จะเป็นนักรบที่ได้รับการฝึกมาเป็นพิเศษเองก็ตาม พวกเขาก็ยังคงไม่อาจเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการวิ่งไล่ตามพวกออร์ค
ข้อได้เปรียบของไพร่พลเกราะหนักก็คือการจัดรูปขบวนค่อยๆรุกคืบไปข้างทีละก้าว วิธีการนี้เหมาะสำหรับการเข้าปะทะอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เมื่อใช้รูปขบวนนี้ออกไปจึงสามารถเอาชนะกองทัพที่มีกำลังคนมากกว่าตนเองถึงสิบเท่าได้
อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับลืมเลือนไปว่านี่ไม่ใช่การรบพุ่ง!
พวกเขาคิดว่าจะต้องรับการโหมโจมตีจากพวกออร์คตั้งแต่เริ่มการประลอง เมื่อการปะทะเริ่มขึ้น รูปขบวนของศัตรูก็จะกระจัดกระจาย นั่นจึงเป็นเหตุผลการคงอยู่ของทหารม้าและทหารราบทั้งสองฟากข้าง
แม้กระนั้นก็ไม่มีใครคาดคิดว่าเซียวอวี๋จะใช้การหลบเลี่ยงการปะทะอย่างเรียบง่ายเช่นนี้ ข้อได้เปรียบของหน่วยยมทูตถูกทำลายในหนึ่งการเคลื่อนไหว!
อันที่จริง ฝรั่งเศสเคยใช้แนวป้องกันมาชิโนต์ในสงครามโลกครั้งที่สอง มันเป็นแนวป้องกันที่แข็งแกร่งจนไม่อาจหักทำลายลงได้ ประเทศเยอรมันไม่อาจเจาะแนวป้องกันนี้เข้าไปได้แม้ว่าจะทุ่มกำลังออกไปเท่าใดก็ตาม
แต่ทฤษฎีของกูเดเรียนและแผนบริทส์คริก,แมนสไตน์ได้ถูกนำมาใช้โต้ตอบพวกเขา พวกเขาไม่ได้เข้าตีโดยตรง หากแต่โจมตีจากที่อื่นๆ
เซียวอวี๋รู้จักแผนการนี้ดีและเขาได้นำมันออกมาใช้ในวันนี้!
ในสงครามครั้งนั้น ฝรั่งเศสมุ่งเน้นไปที่การป้องกันขณะที่พวกเขาตั้งรับอยู่ในสนามเพาะ พวกเขาไม่คาดคิดว่าเยอรมันจะใช้การโจมตีสายฟ้าแลบเพื่อสร้างความสับสน ด้วยเหตุนี้เองเยอรมันจึงได้รับชัยชนะในเวลาเพียงหนึ่งเดือน แม้ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาก็ตาม
การคิดนอกกรอบนั้นมีผลต่อสงครามเสมอ
ยุคนี้เป็นยุคอาวุธเย็น ยุทธวิธีจะถูกสร้างขึ้นมาให้สอดคล้องกับอาวุธเหล่านั้น เซียวอวี๋ทราบดีว่ายุทธวิธีและกลยุทธ์ในยุคปืนไฟนั้นก้าวล้ำกว่ายุคนี้อยู่หลายร้อยปี
อาจบางที ทุกวันนี้คงมีหลายคนที่คิดว่าแนวป้องกันมาชิโนต์นั้นเป็นการกระทำอันโง่เขลา อย่างไรก็ตาม เราท่านต่างถือกำเนิดหลังจากสงครามครั้งนั้นนับร้อยปีและพวกเรามีความรู้ที่ถูกสั่งสมมานับร้อยปีถัดจากนั้น ในยุคนั้นการผุดความคิดต่างๆขึ้นมานับว่ายากเย็นยิ่ง
อาจมีบางคนที่คิดจะใช้วิธีการนั้นในยุคนี้ อย่างไรก็ตามการสร้างสถานการณ์เช่นนั้นขึ้นมานับว่าไม่ง่ายเลย
ความคิดของกูเดเรียนมาจากการคิดนอกกรอบ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะต้องมีอาวุธ สภาพภูมิประเทศและช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำให้มันเกิดขึ้นได้ เซียวอวี๋ทราบว่าสนามต่อสู้แห่งนี้สามารถใช้ได้และมันเหมาะอย่างมากที่จะใช้แผนบริทส์คริก!
อันที่จริง แผนการนี้ไม่อาจนำไปใช้ในสนามรบจริงได้ เพราะในสนามรบจริงนั้น ออร์คทั้ง 500 ตนจำต้องเผชิญหน้ากับหน่วยยมทูต นอกจากนี้ยังมีทหารม้าและทหารราบที่จะตีขนาบเข้ามาจากทางด้านข้าง หน่วยยมทูตจะรับหน้าที่เป็นทัพหน้า หน้าที่ของพวกเขาคือการฉีกทำลายขบวนทัพของศัตรู และหลังจากขบวนทัพถูกทำลายลงแล้ว เหล่าทหารม้าก็จะทำหน้าที่กวาดล้างศัตรูจนสิ้นซาก
ในสนามรบจริง ทัพม้าจะไม่ปล่อยให้ศัตรูได้ทำเช่นนั้น วิธีการเช่นนี้จึงใช้ได้ต่อทัพเกราะหนักเท่านั้น!
ฝ่ายศัตรูมีทหารม้าและทหารราบอยู่ 200 นาย แต่พวกเขาจะทำอย่างไรกับออร์ค 500 ตนได้? คงไม่จำเป็นต้องกล่าวว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากว่าทหารราบเข้าปะทะกับพวกออร์ค เซียวอวี๋สามารถเว้นระยะจากทัพเกราะหนักในขณะที่ค่อยๆกำจัดทหารม้าและทหารราบออกไปอย่างช้าๆ
"อัจฉริยะ! อัจฉริยะด้านการทหาร!" มีหลายคนที่ดูถูกและหัวเราะเยาะที่เซียวอวี๋เลือกหลบหนี แต่มีขุนนางและชนชั้นสูงหลายคนที่เข้าใจกลยุทธ์นี้
มองผิวเผินอาจจะเห็นว่าเซียวอวี๋ทำเพียงวิ่งเล่นไปรอบๆ แต่ในความจริงแล้วไม่ใช่ผู้บัญชาการทุกคนที่จะสามารถคิดค้นและใช้ออกได้
เหล่าขุนนางส่วนใหญ่ต่างนึกไปถึงบิดาของเซียวอวี๋ เซียวซานเทียน! จอมทัพอันเกรียงไกรของอาณาจักร!
"บิดาพยัคฆ์ไม่ให้กำเนิดลูกสุนัข!" ผู้คนส่วนใหญ่ต่างทอดถอนใจ
....................................
....................................
ผู้บัญชาการกองกำลังตกตะลึงอยู่เป็นนาน เขาออกคำสั่งให้หน่วยยมทูตหยุดเท้าชั่วคราว อันที่จริงเขายังไม่มีแผนโจมตีใดๆ ในตอนแรก เขาวางแผนที่จะใช้ทหารม้า 100 นายและทหารราบ 100 นายเพื่อตรึงพวกออร์คเอาไว้ จากนั้นหน่วยยมทูตจะเข้าบดขยี้พวกออร์คอย่างช้าๆ
หากแต่สนามต่อสู้นี้กว้างขวางเกินไป! พวกออร์คสามารถหลบหนีได้! หากเขาโจมตีด้วยทหารม้าและทหารราบ เช่นนั้นก็เป็นเพียงส่งพวกเขาไปหาที่ตาย!
เซียวอวี๋ออกคำสั่งให้พวกออร์คหยุดเท้าลงเมื่อเห็นว่าหน่วยยมทูตหยุดเคลื่อนไหวแล้ว
"หยุดเท้า!....จัดแถวให้ดี! มองดูพวกเจ้าสิ! ข้าต้องอับอายเพราะพวกเจ้าแล้ว!" เซียวอวี๋นึกถึงครูฝึกของเขาขณะที่กล่าวตำหนิพวกออร์ค
เซียวอวี๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจหลังจากที่พวกออร์คจัดแถวอย่างเป็นระเบียบแล้ว "ดีมาก"
หลังจากนั้นเขาก็หรี่ตามองไปยังไพร่พลหน่วยยมทูต "เหล่าทหารหน่วยยมทูตเอ๋ย! ข้าเพิ่งแต่งกวีขึ้นมาได้บทหนึ่ง แม้ไม่ดีนักแต่ขอจงช่วยรับฟัง! บทกวีเป็นเช่นนี้
ใบไม้ร่วง.....ไม่สิ! ตอนนี้เป็นหน้าร้อน!.....
ฤดูร้อน....ใบไม้ร่วงหล่นยามเดือนแปด...ผู้ใดยังจะจดจำกลีบใบเหล่านั้นตอนฤดูใบไม้ร่วงในปีหน้า
ไพร่พลหน่วยยมทูต..พวกมันจะจดจำได้หรือไม่ว่าเป็นวันครบรอบวันตายของตน
จงรักชีวิตและยอมจำนน....ยอมจำนนต่อมหาราชของเจ้า...เซียวอวี๋
เพื่อมีชีิวิตอยู่มิได้เหี่ยวเฉาดั่งเช่นกลีบใบเหล่านั้น!"
เซียวอวี๋ดัดแปลงมันจากบทกวีของเกิบเบลส์เพื่อลดทอนขวัญกำลังใจของอีกฝ่ายลง
ทหารในหน่วยยมทูตที่เฉลียวฉลาดก็ทราบเช่นกันว่าสถานการณ์ไม่ดีเสียแล้ว พวกเขาทราบดีว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่พวกออร์คทันขณะที่ยังสวมใส่เกราะเทอะทะเช่นนี้อยู่
หากพวกเขาไล่ติดตามศัตรูไป พวกเขาก็จะหมดสิ้นเรี่ยวแรงและถูกฆ่าในที่สุด!
"ท่านคิดว่าสามารถทำลายขบวนทัพของพวกเราได้หรือ? หากท่านมีความสามารถแล้ว เช่นนั้นก็จงเข้ามา! แม้พวกเราไม่อาจทุบตีท่านนตอนนี้ แต่ท่านก็ไม่อาจทำอย่างไรกับพวกเราได้เช่นกัน!" ผู้บัญชาการกองกำลังไม่ใช่คนโง่ เขาวางแผนที่จะตั้งรับและรอคอยการโจมตีจากศัตรู
ผู้ชมต่างผิดหวังเมื่อเห็นว่าผู้บัญชาการกองกำลังเองก็ไม่มีแผนที่จะโจมตี พวกเขาหวังว่าเซียวอวี๋จะเป็นผู้เริ่มโจมตี แต่มันก็เป็นไปได้ยากยิ่ง! เซียวอวี๋เลือกที่จะถอยหนีตั้งแต่เริ่มต้นการประลอง แล้วเหตุใดเขาจะต้องรีบเร่งเป็นฝ่ายโจมตีในตอนนี้ด้วยเล่า?
มันคงจะจบลงเช่นนี้หากทั้งฝ่ายไม่โจมตีใส่กัน! การประลองในครั้งนี้จะจบลงด้วยผลเสมอ! หลายคนต่างคิดว่าการต่อสู้ได้จบลงแล้ว แม้ว่าจะไม่เคยเกิดการเสมอมาก่อนในโคลอสเซียมแห่งนี้ แต่นี่เ็นสถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใดเคยคาดคิดมาก่อน อาจบางที ดยุคซิมคงปล่อยให้การต่อสู้ครั้งจบลงด้วยผลเสมอกระมัง
เซียวอวี๋ตะโกนออกมา "เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าโจมตีเจ้างั้นหรือ? ข้าเพียงแค่หยิบยื่นโอกาศที่จะออกจากโคลอสเซียมแห่งนี้ทั้งมีชีวิตแก่พวกเจ้า! ในเมื่อเป็นเช่นนี้จงอย่าได้ตำหนิข้า!"
เซียวอวี๋คัดเลือกออร์ค 100 ตนที่แข็งแกร่งออกมา ออร์คร่างสูงเองก็ต้องการมีส่วนร่วมในการโจมตีครั้งนี้ ชื่อของมันคือ ซีซาร์ มันได้ขึ้นเป็นผู้นำออร์คชั่วคราวหลังจากที่ผู้นำคนก่อนถูกสังหารลง แต่เซียวอวี๋บอกว่าในฐานะผู้นำแล้วเขาจะต้องแบ่งแยกความหนักเบาของสถานการณ์ได้ ซีซาร์พยักหน้าขณะที่ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้
................................
................................
ออร์ค 100 ตนต่างกำท่อนไม้ไว้ในมือ นอกจากพวกมันแล้ว กรอม ทิรันด้าและมังกรน้อยเองก็ก้าวออกมาเช่นกัน เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะที่มองดูออร์ค 100 ตนที่เขาเพิ่งเลือกสรรออกมา "จงดื่มน้ำยาเสริมความคล่องตัว! อย่าได้ดื่มน้ำยาเสริมความแข็งแกร่ง!" พวกออร์คเริ่มยกน้ำยาเสริมความคล่องตัวขึ้นดื่ม
เซียวอวี๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาชักดาบออกจากฝักและสบัด "ตามข้ามา!"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved