ตอนที่ 207

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋พาคนอื่นๆเดินเตร่ไปทั่วนครทมิฬอีกหลายวัน เขารู้ว่าเขากวาดเอาสมบัติมาเกือบหมดแล้ว แต่เพื่อป้องกันความผิดพลาดเขาจึงต้องตรวจสอบซ้ำเผื่อมีอะไรตกหล่นสายตาไป

กลุ่มอื่นๆเองก็สำรวจตามที่ต่างๆด้วยเช่นกัน มีหลายกลุ่มที่ต่อสู้แย่งชิงสมบัติกัน กระนั้นพวกเขาก็ไม่กล้าปะทะกับกลุ่มของเซียวอวี๋

กระทั่งกลุ่มผ้าคลุมดำยังพยายามเลือกหลีกเลี่ยงการปะทะกับกลุ่มของเซียวอวี๋ พวกเขาได้ข่าวมาว่าเซียวอวี๋ใช้คัมภีร์เวทจัดการกับกลุ่มของตระกูลเคนเนดี้ ใครจะทราบว่าชายเสียสติผู้นี้จะทำอะไรบ้างหากไปยุ่มย่ามกับเขา? หลังจากนั้นสามวันกลุ่มต่างๆก็เริ่มทยอยออกจากนครทมิฬ

เซียวอวี๋เองก็คิดจะเดินทางกลับแล้วเช่นกัน มีเอลฟ์และออร์คหลายพันรอเขาอยู่ เขาเองก็กังวลไม่น้อย เขาเชื่อมั่นในความเป็นผู้นำของทอร์ล กระนั้นพวกนักผจญภัยเองก็ไม่อาจประมาทได้

ระหว่างที่เซียวอวี๋เดินท่องชมซากนครลอร์เดลอนกับกลุ่มอยู่นั้น พวกเขาก็พบว่าประตูทางเข้าพระราชวังมีรูขนาดใหญ่อยู่ ดูเหมือนว่ากลุ่มนักผจญภัยจะเข้ามาจากทางนี้

เซียวอวี๋โชว์ภูมิของเขาออกมา เขาเล่าให้คนในกลุ่มฟังว่า อาร์ทัสสังหารบิดาของตนและเลือกเข้าสู่ด้านมืด เขาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอูเธอร์และแอนโทนีดาส นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังคาดหวังให้แอนโทนีดาสจดจำเรื่องราวในอดีตได้

เขาทราบว่าหากฮีโร่ได้ฟื้นคืนความทรงจำกลับมา บางทีพวกเขาอาจจะเลือกจากไป ทว่าเขาก็เชื่อว่ามันดีกว่าใช้งานพวกเขาในฐานะเครื่องจักรสังหารเช่นนี้ตลอดไป แอนโทนีดาสกวาดมองที่แห่งนี้ด้วยสายตารำลึก ทว่าเขาก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด

สุดท้ายเซียวอวี๋ก็เลือกกลับออกไปด้านนอกผ่านรูขนาดใหญ่นั้น

เมื่อพวกเขากลับมาถึงค่าย พวกเขาก็พบว่าพวกออร์คกำลังตั้งแนวป้องกันอยู่ เซียวอวี๋เห็นร่องรอยการต่อสู้ไม่มากนักจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"ทอร์ล มีคนโจมตีเข้ามาหรือ?" เซียวอวี๋เอ่ยถามออกมาเมื่อทอร์ลออกมาต้อนรับเขา

ทอร์ลตอบคำ "มีบางกลุ่มโจมตีเข้ามา ทว่าข้าก็ขับไล่พวกมันไปหมดแล้วขอรับ"

ที่นี่มีเอลฟ์มากกว่า 4,000 ตน มีออร์คมากกว่า 3,000 ตน เป็นเรื่องยากที่ฝ่ายโจมตีจะลงมือได้สำเร็จ นอกจากนี้ทอร์ลยังเลือกตั้งค่ายอยู่บนชัยภูมิอันได้เปรียบ เขาสั่งตั้งแนวป้องกัน ก่อรั้วและวางสิ่งกีดขวางเอาไว้โดยรอบ สติปัญญาของทอร์ลเติบโตขึ้นมาก

เซียวอวี๋นำทั้งหมดเดินทางกลับเมืองไลอ้อน โดยปกติแล้วมันสมควรเป็นเรื่องยากในการกลับออกจากที่นี่โดยไม่หลงทาง ทว่าเมื่อมีพวกเอลฟ์และออร์คที่เป็นเจ้าถิ่นอยู่ด้วย การเดินทางกลับจึงเป็นเรื่องง่าย พวกเขาอาศัยอยู่ที่เทือกเขาอัลคาเกนมายาวนาน ดังนั้นจึงสามารถพาทั้งหมดมุ่งหน้ากลับเมืองไลอ้อนได้

มีสัตว์อสูรโจมตีเข้ามาประปราย แน่นอนว่าพวกมันไม่อาจรอดชีวิตกลับไป ไม่นานพวกเขาก็ออกจากเขตเทือกเขา ในเวลานี้คาร์นได้มาถึงระดับ 20 แล้ว

คาร์นมีทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้เพิ่มเข้ามาอีก 4 ทักษะ

เปล่งรัศมี(เพิ่มระดับได้ถึง 3): เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่และความเร็วในการโจมตีของฮีโร่ เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10% และความเร็วในการโจมตี 5% ที่ระดับแรก 20% และ 10% ที่ระดับสอง 30% และ 15% ที่ระดับสาม

กระแทกปฐพี(เพิ่มระดับได้ถึง 3): ฮีโร่จะใช้อาวุธในมือทุบลงพื้นก่อให้เกิดหอกปฐพีพุ่งเข้าใส่ศัตรูเป็นเส้นตรง ศัตรูจะเกิดอาการมึนงงและความเสียหายอย่างรุนแรง เพิ่มเวลาที่ศัตรูจะมึนงง 2 วินาทีและความเสียหาย 30 จุดในแต่ละระดับ

เสริมแกร่ง(เพิ่มระดับได้ถึง 3): ทักษะติดตัว เพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพให้กับฮีโร่ เพิ่มความแข็งแกร่ง 30% ในแต่ละระดับ

ตะลุยฝ่า(เพิ่มระดับได้ถึง 3): ฮีโร่จะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่งขณะวิ่งเข้ากระแทกใส่ศัตรูอย่างรุนแรง

"ทักษะชุดนี้มันดีโครตๆ เพิ่มทั้งความเร็วเคลื่อนที่และโจมตี เหมาสำหรับนำหน่วยเล็กๆทะลวงผ่านกลุ่มศัตรู เพียงเขวี่ยงขวานก็สามารถสังหารศัตรูได้มากมาย ทั้งยังไม่มีใครหยุดยั้งร่างกายอันใหญ่โตของเขาได้ ทักษะนี้พึ่งพาความแข็งแกร่งของตัวคาร์น ทักษะโจมตีป่าเถื่อนยังใช้ฝ่าแนวป้องกันได้สบายๆ ฮ่าฮ่าฮ่า....." เซียวอวี๋รู้สึกอิจฉาทักษะของคาร์นเล็กน้อย

ทว่าเขาก็ยังเลือกเรียนทักษะที่เหมาะสมกับเขา ทักษะเหล่านี้ไม่ค่อยเหมาะกับเขานัก หากเขาใช้ทักษะตะลุยฝ่า ผู้คนที่จะลอยกระเด็นก็คงไม่แคล้วเป็นตัวเขาเอง

เซียวอวี๋เลือกเพิ่มแต้มทักษะของคาร์นไปที่ทักษะเสริมแกร่ง เขาทราบว่าร่างกายของคาร์นนั้นแข็งแกร่ง ทว่าเขาก็ยังเลือกทักษะนี้ หากคาร์นได้สวมใส่ชุดเกราะเซ็ตที-สองแล้วล่ะก็ เขาจะกลายเป็นป้อมปราการเคลื่อนที่ จะไม่มีศัตรูเข้าปะทะกับเขาโดยตรงได้อีก

พวกเขาเดินออกจากเทือกเขาอัลคาเกนและเมื่อเมืองไลอ้อนปรากฏให้เห็นเสียงจากระบบก็ดังขึ้น

"คุณได้รับรางวัลประสบการณ์ 500,000 หน่วยและค่าผลงาน 50,000 แต้มสำหรับการสำเร็จภารกิจ ระดับชั้นของคุณเลื่อนขึ้นเป็นรองหัวหน้าหน่วยอัศวิน"

ร่างของเซียวอวี๋ถูกแสงสีทองเข้าล้อมรอบทันทีขณะที่เสียงจากระบบดังขึ้น

เขามาถึงระดับ 20 แล้ว ระดับ 20 หมายความว่าเขาแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สามของโลกนี้ นี่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาไม่คิดว่าการสำรวจนครทมิฬครั้งนี้จะได้รับค่าประสบการณ์และค่าผลงานมากมายถึงเพียงนี้

เรื่องระดับ 20 นั้นเป็นเพียงเรื่องรอง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจำนวนนักรบที่สามารถอัญเชิญออกมาได้เพิ่มขีดจำกัดขึ้นจากการเลื่อนชั้น และนั่นก็หมายความว่าเขาจะมีอาวุธใหม่!

เซียวอวี๋เฝ้ารอคอยมันมาเนิ่นนาน เขาต้องการจะอัพเกรดฐานทัพเพื่อปลดล็อคอาวุธและชุดเกราะใหม่ๆ เขาต้องการจะบุกโจมตีดินแดนของโซโลมอนด้วยอาวุธใหม่มากกว่า

เซียวอวี๋พลันตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้เช็คที่หน้าต่างสถานะ เขาต้องการจะทราบจำนวนนักรบที่สามารถควบคุมได้ ทว่าเมื่อมองเห็นเขาก็เบิกตากว้าง "เชี่**** เวรเอ๊ย ทำไมถึงเป็น 6,000 นาย ทำไมถึงไม่ใช่ 8,000 นาย?"