ตอนที่ 101

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ไม่ได้โจมตีอีกหลังจากที่เข่นฆ่าทหารม้าและทหารราบไปแล้ว ตรงกันข้าม เขากลับสั่งให้พวกมันหลบมาพักที่ริมขอบสนาม พวกมันยังเหนื่อยล้าจากการต้องแบกรับน้ำหนักของท่อนซุงแม้ว่าจะเป็นออร์คที่เรี่ยวแรงมหาศาลก็ตาม

ดวงตาของผู้บัญชาการกองกำลังเปลี่ยนเป็นแดงฉานขณะมองดูเซียวอวี๋เข่นฆ่าทหารม้าและทหารราบ และตอนนี้เซียวอวี๋กำลังพักฟื้นอย่างปลอดโปร่ง!

เขาทราบว่าเซียวอวี๋ไม่มีอะไรต้องเกรงกลัวอีก หน่วยยมทูตที่เป็นไพร่พลเกราะหนักก็ไม่อาจคุกคามพวกเขาได้ พวกเขาจะวิ่งหนีเมื่อหน่วยยมทูตติดตามพวกเขา ท้ายที่สุดแล้วหน่วยยมทูตก็จะหมดสิ้นเรี่ยวแรง จากนั้นพวกออร์คก็จะเปิดฉากโจมตี

หน่วยยมทูตเป็นดั่งชิ้นเนื้อที่วางอยู่บนเขียง พวกเขาทำได้เพียงรอรับการจัดการจากเซียวอวี๋

ผู้บัญชาการกองกำลังหันไปกวาดมองโดยรอบ มองดูโคลนที่แปดเปื้อนไปด้วยโลหิต เขาแหงนมองท้องฟ้าและตกอยู่ในความเงียบเป็นนาน

หน่วยยมทูตไม่เคยล้มเหลวมาก่อนตั้งแต่ถูกก่อตั้งมา พวกเขาล้วนเป็นนักรบชั้นยอด พวกเขาไร้พ่าย! นักรบชั้นแนวหน้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์!

เขาไม่อาจทนต่อความล้มเหลวเช่นนี้ได้!

ผู้บัญชาการกวาดมองแววตาคนของเขา พวกเขาต่างรู้สึกเฉกเช่นเดียวกัน

เขายิ้มออกมาขณะที่กล่าวเสียงนุ่มนวล "เป็นเกียรติที่ได้ต่อสู้ร่วมกันกับพวกเจ้า! ความล้มเหลวในครั้งนี้เป็นความผิดของข้า! พวกเรากำลังอยู่ในสถาการณ์ที่ไม่เห็นโอกาศจะชนะ! ตอนนี้ พวกเรามีทางเลือกอยู่สองทาง ทางแรกคือวางอาวุธยอมจำนนเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้!

อีกทางคือ เลิกยึดติดกับชีวิต ทิ้งโล่ซะ พวกเราจะสู้ตราบจนเลือดหยดสุดท้าย เพื่อเกียรติยศ ข้าจะไม่ตำหนิหากมีผู้ใดถอนตัวออกไป นี่คือความล้มเหลวของข้า เป็นความรับผิดชอบของข้า! ผู้ใดที่ต้องการปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีจงทิ้งโล่และหยิบอาวุธขึ้นมาซะ! นี่จะเป็นการรบครั้งสุดท้ายของพวกเรา! ความภาคภูมิใจ ศักดิ์ศรี และเกียรติยศของหน่วยยมทูตจะไม่มีวันเสื่อมคลาย!"

มีความมุ่งมั่นปรากฏอยู่บนใบหน้าของผู้บัญชาการ เขายืนตั้งตรงราวกับหอกเล่มหนึ่ง ดูราวกับว่าไม่อาจมีสิ่งใดทำให้เขาล้มลงได้

ไม่มีความสำนึกเสียใจ ไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความตั้งใจที่จะถอยหนีในแววตาของไพร่พลหน่วยยมทูต พวกเขาอาจตกตายได้ แต่พวกเขาคงไม่อาจใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากศักดิ์ศรีและความภาคภูมิ! หากพวกเขาต้องเสื่อมเสียเกียรติ นั่นก็หมายความว่าพวกเขาได้สูญเสียทุกสิ่งไปหมดสิ้นแล้ว!

"เกียรติยศของหน่วยยมทูตจะไม่มีวันเสื่อมคลาย!" ไพร่พลหน่วยยมทูตต่างตะโกนออกมาสุดเสียง พวกเขาทิ้งโล่ที่หนาหนักลงและกำเคียวด้ามยาวสีดำที่เป็นสัญลักษณ์ของหน่วยเอาไว้แน่น

ไม่มีผู้ใดถอนตัว ไม่มีความขลาดเขลาหรือความลังเลสำหรับพวกเขา พวกเขาขอยอมตายดีกว่ายอมจำนน พวกเขาคือหน่วยยมทูต!

ผู้ชมทุกคนและแม้แต่พวกออร์คเองก็ลุกขึ้นยืนเมื่อได้เห็นสายตาที่มุ่งมั่นของพวกเขา

"ดยุคอวี๋ ข้ายอมรับว่าได้พ่ายแพ้ต่อท่านในฐานะผู้บัญชาการ ข้าไม่อาจเทียบกับท่านได้และรู้สึกละอายยิ่ง! แต่อย่างไรเสีย ในฐานะบุรุษที่แท้จริง พวกเราจะไม่ยอมจำนน ตอนนี้ข้าอยากจะขอท้าท่าน! พวกเราได้ทิ้งโล่ไปแล้ว และจะเข้าปะทะกับพวกออร์คโดยตรง! ท่านจะรับคำท้านี้หรือไม่?"

ผู้บัญชาการจ้องมองเซียวอวี๋

ในใจเซียวอวี๋รู้สึกชื่มชมราวกับกำลังมองดูอัศวิน เขาเชื่อว่าชายผู้นี้คืออัศวินที่แท้จริง! นั่นหมายความว่าโลกใบนี้ยังคงมีอัศวินอยู่ อัศวินที่มีเกียรติตามบัญญัติของอัศวิน! แม้ว่าคนเหล่านี้จะเป็นศัตรูของเขา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้ไม่คู่ควรต่อการชื่นชม!

"ข้ายอมรับคำท้าของเจ้า! ข้าขอทราบนามขอเจ้าก่อนการต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้หรือไม่?" เซียวอวี๋เอ่ยปากถาม เขาทราบว่าผู้บัญชาการจะต้องจบชีวิตในการต่อสู้ครั้งนี้ เขาพร้อมที่จะใช้เลือดของเขาลบล้างความล้มเหลว

"ชื่อของข้าคือ แลนสลอต! ข้าคืออัศวินแห่งประเทศคาห์น!" แลนสลอตตอบกลับด้วยท่าทีจริงจัง เขาภาคภูมิใจในตนเองและวงศ์ตระกูล

"แลนสลอต ข้าจะจดจำนามของเจ้าไว้ เจ้าควรค่าต่อการชื่นชม ไม่สำคัญว่าจะเป็นหน่วยยมทูตหรือว่าออร์ค! พวกเจ้าทั้งหมดต่างเป็นวีรบุรุษผู้กล้า! อย่างน้อยพวกเราจะตกตายด้วยน้ำมือของวีรบุรุษ!" เซียวอวี๋ทาบมือที่หน้าอกต่อแลนสลอต นี่คือการยกย่องขั้นสูงสุด

แลนสลอตค้อมศรีษะลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการเคารพ

พวกออร์คที่ยืนอยู่เบื้องหลังเซียวอวี๋มองดูแลนสลอตและไพร่พลหน่วยยมทูตด้วยแววตาชื่นชม

พวกออร์คนั้นยึดถือเกียรติ ศักดิ์ศรีและความกล้าหาญ! ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าทำให้พวกเขายอมรับได้ อันที่จริงเซียวอวี๋มีหลายวิธีที่จะชนะศึกในครั้งนี้โดยไม่จำเป็นต้องเลือกหนทางนี้ แต่เซียวอวี๋ก็ยังคงเลือกวีถีแห่งนักรบผู้กล้า!

"หน่วยยมทูตจงกระชับอาวุธให้แน่น! พวกเจ้าล้วนเป็นทหารเกราะหนักที่ไม่เคยได้มีโอกาศโจมตี! นี่จะเป็นการโจมตีครั้งและครั้งสุดท้ายของพวกเจ้า! พิสูจน์ศักดิ์ศรีด้วยเลือดและคมเคียวของพวกเจ้า!" แลนสลอตชักดาบออกจากฝักขณะที่ตะโกนออกมา

"เผ่าพันธุ์ออร์คคือวีรบุรุษที่จะเป็นส่วนหนึ่งของทวีปแห่งนี้ตลอดกาล! พวกเจ้าคือเผ่าพันธุ์นักรบที่แข็งแกร่งที่สุด ฝ่ายตรงข้ามก็เป็นนักรบที่มีเกียรติ นี่คือการต่อสู้ของนักรบที่แท้จริง! ไม่สำคัญว่าจะเป็นเลือดของผู้ใดที่หยดชโลมพื้นดิน มุ่งหน้าไป! เพื่อเผ่าพันธุ์ออร์ค! เพื่อทอร์ล! บุก!" เซียวอวี๋ชักดาบออกมาขณะที่ออกคำสั่งโจมตี

การต่อสู้ที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นแล้ว!

ทั้งสองฝ่ายต่างยอมรับนับถืออีกฝ่าย เซียวอวี๋เป็นผู้บัญชาการที่ชาญฉลาด และพวกออร์คเองก็เป็นนักรบที่กล้าหาญ หน่วยยมทูตได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองแล้ว! ในขณะเดียวกันไพร่พลหน่วยยมทูตก็ไม่ได้ยอมจำนน หากแต่ยอมพลีชีพรักษาเกียรติยศและศักดิ์ศรี พวกเขาก็ได้รับการยอมรับจากพวกออร์คเช่นกัน!

ผู้ชมต่างได้รับผลกระทบจากการตะโกนของทั้งสองฝ่าย ไม่มีผู้ใดส่งเสียงหรือปรบมือโห่ร้องออกมา พวกเขายืนนิ่งขณะมองดูหน่วยยมทูตละทิ้งโล่และหยิบเคียวออกมาเพื่อปกป้องเกียรติ

พื้นดินจะถูกย้อมไปด้วยเลือดที่แดงฉานของเหล่านักรบ เซียวอวี๋สามารถเลือกจบการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยการสูญเสียน้อยที่สุดได้ แต่เขาก็ยังคงเลือกต่อสู้ในวิถีทางแห่งนักรบผู้กล้า

เซียวอวี๋มักจะทำตัวราวกับอันธพาลผู้หนึ่ง แต่ชัยชนะที่อาศัยกลยุทธ์และยุทธวิธีจะไม่ได้ให้กำเนิดนักรบที่ดีที่สุดออกมา พวกเขาจะต้องแลกมันมาด้วยเลือด! เขาไม่ได้ต้องการนักรบทั่วไป หากแต่เป็นนักรบที่แท้จริง!

......................................

......................................

ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าปะทะกันราวกับดาวหางสองดวงพุ่งเข้าใส่กัน หน่วยยมทูตไม่มีโล่ที่หนาของพวกเขาคอยปกป้องแล้ว พวกเขาทำได้เพียงถอยออกมาหรือถูกทุบด้วยท่อนซุง

พวกออร์คใช้มือเปล่ารับมือกับคมเคียวที่พุ่งเข้ามา พวกออร์คดูได้เปรียบอย่างชัดเจนเมื่อหน่วยยมทูตยังไม่อาจเข้าประชิดตัวพวกเขาได้ แต่หน่วยยมทูตก็ยังคงรุกหน้าเข้าไป พวกออร์คไม่มีอาวุธใดๆ พวกมันอาศัยได้เพียงมือเปล่า

ไพร่พลหน่วยยมทูตทราบดีว่าเกราะบนร่างของพวกเขาไม่อาจทนต่อารโจมตีากท่อนซุงได้ พวกเขาทำได้เพียงกระชับเคียวขณะที่บุกไปด้านหน้าโดยปราศความกลัว

เป็นการต่อสู้นองเลือด!

หยดเลือดหลั่งไหล เลือดเนื้อถูกทุบ มีผู้คนล้มลงทุกชั่วขณะ ทั้งสองฝ่ายต่างเกิดการสูญเสีย

การต่อสู้กลายเป็นศึกในระยะประชิด ไพร่พลหน่วยยมทูต 500 นายกับออร์คมากกว่า 500 ตน พวกออร์คต่างได้รับการขนานนามว่าเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดบนทวีป ขณะที่หน่วยยมทูตเป็นทัพเกราะหนักที่มีชื่อเสียง

ทั้งสองฝ่ายต่างเต็มไปด้วยความกล้าหาญ มันเป็นสงครามที่โหดร้าย หากแต่ก็เป็นตำนานบทหนึ่ง

ไพร่พลหน่วยยมทูตทราบว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกออร์คหลังจากที่ละทิ้งรูปขบวนและโล่ไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเลือกที่จะบุกไปข้างหน้า

หน่วยยมทูตไม่อาจเอาชนะพวกออร์คได้ พวกออร์คใช้ท่อนซุง ท่อนไม้เพื่อต้านทานอาวุธของหน่วยยมทูต ออร์คจะทุบท่อนซุงและกวัดแก่วงท่อนไม้

ผลที่ตามมาก็คือหายนะอันน่าสลดของหน่วยยมทูตตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องความตาย แต่เป็นเกียรติยศ มีเพียงการใช้เลือดเพื่อพิสูจน์เท่านั้นที่จะปกป้องเกียริของพวกเขาได้ มันเป็นหนทางเดียวที่จะชดเชยกับความล้มเหลวของพวกเขา

.....................................

.....................................

มีหน่วยยมทูตหลงเหลือไม่ถึง 50 นาย แต่พวกเขาก็ยังคงสะบัดคมเคียวออกไป พวกเขาจะสู้ตราบจนคนสุดท้าย

ทางฝั่งพวกออร์คเองก็สูญเสียไม่น้อย อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงนับถืออีกฝ่ายและมอบโอกาศต่อสู้อันยุติธรรม แลนสลอตถูกสังหารโดยหนึ่งในพวกออร์ค ตอนนี้หลงเหลือเพียงหน่วยยมทูตไม่กี่คน พวกออร์คกวาดท่อนซุงหรือหยิบเคียวยาวบนพื้นดินขึ้นมาใช้ต่อสู้ ไม่มีเสียงครวญครางหากแต่เป็นเสียงคำราม!

ไพร่พลหน่วยยมทูตคนสุดท้ายล้มลงแล้ว เขาถูกท่อนซุงทุบลงมา สายตาของเขาจ้องมองท้องฟ้าขณะที่ระบายรอยยิ้มออกมา

เซียวอวี๋ทราบว่านักรบผู้นั้นมีความสุข เขามีความสุขจากการที่ได้ปกป้องเกียรติของเขาด้วยชีวิต

โศกนาฏกรรมจบลงแล้ว แต่เซียวอวี๋ไม่ได้รู้สึกมีความสุข เขากลับรู้สึกสูญเสีย