ตอนที่ 232

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"บุก!" เซียวอวี๋ตะโกนออกมาขณะที่แสงสีทองห่อหุ้มร่างของนักรบฝั่งเขาท้ังหมดเอาไว้ เขาได้มอบพรให้กับทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง พวกอัศวินควบม้าตะบึงไม่ข้างหน้าโดยปราศจากความลังเลใดๆ

การมอบพรเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เซียวอวี๋ไม่เกรงกลัวพวกเซนทอร์ มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับนักรบชาวมนุษย์ได้เกือบเท่าตัว

ที่ระดับสาม ทักษะนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ได้ถึง 60% นั่นหมายความว่ามันจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้มากกว่าสองเท่าเสียอีก เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะบดขยี้ศัตรูได้โดยตรง

แม้แต่กองพลเกราะหนักที่แข็งแกร่งก็ยังไม่อาจต้านทานการพุ่งเข้าใส่ของพวกอัศวินได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงพวกควิวบอระดับต่ำเหล่านี้

พวกควิวบอปล้นชิงแต่พวกพ่อค้าและมนุษย์ทั่วไปมานาน เมื่อพวกมันได้การพุ่งเข้ามาของพวกอัศวินนี้ก็พลันตกตะลึง

ฉัวะ เปรี้ยงงง!

พวกควิวบอนับสิบถูกดาบหนักของพวกอัศวินฟันเข้าใส่ ทหารม้าเกราะหนักทั่วไปย่อมไม่อาจเทียบกับเหล่าอัศวินได้ในด้านของพละกำลัง อาวุธหลักของทัพม้าเกราะหนักทั่วไปคือหอกซึ่งใช้ในการบุกทะลวงและทำลายกระบวนทัพของศัตรู อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะถูกลดทอนลงมากเมื่อความเร็วตกลง ทว่าตรงกันข้ามกับพวกอัศวิน พวกอัศวินไม่ได้ถูกจำกัดข้อได้เปรียบลง พวกเขาจะไม่อ่อนแอลงแม้ต้องแยกกันต่อสู้

พวกควิวบอไม่ทันได้ตั้งตัว พวกมันบางตัวเริ่มวิ่งหนี ส่วนใหญ่ที่ล่าช้าก็ถูกทัพอัศวินปลิงปลงสังหารไป

หลังจากตั้งสติได้พวกควิวบอก็หยิบอาวุธขึ้นสู้ กระนั้นอย่างมากพวกมันก็ทำได้เพียงสร้างความคันให้กับพวกอัศวิน อาวุธอันล้าหลังของพวกควิวบอไม่อาจคุกคามทัพอัศวินได้แต่อย่างใด

ไม่นานพวกควิวบอก็พบว่าอาวุธของพวกมันไม่อาจต้านทานพวกอัศวิน เซียวอวี๋ออกคำสั่งเร่งให้ทัพอัศวินลงมือให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาต้องทำให้แน่ใจว่าพวกควิวบอจะไม่ได้รั้งอยู่โดยรอบอีกตอนที่ทำศึกกับพวกเซนทอร์ เขาย่อมไม่ต้องการรับศึกสองด้าน

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังให้แอนโทนีดาสเข้าสู่สนามรบเพื่อทำลายขวัญกำลังใจของพวกควิวบอให้ลดต่ำที่สุด ด้วยวิธีนี้พวกควิวบอก็จะไม่ย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขายามที่ต้องต่อสู้กับพวกเซนทอร์

คลื่นเยือกแข็ง จิตวิญญาณธาตุน้ำขั้นสูงและทักษะอื่นๆนับเป็นหายนะของพวกควิวบอ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อแอนโทนีดาสมาถึงระดับที่ 20 แล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าเก่า พวกควิวบอไม่มีหนทางที่จะรับมือกับเวทมนตร์เหล่านี้ได้เลย

ไม่ถึงสามนาทีการศึกก็ยุติลง บางส่วนถูกสังหารและบางส่วนก็หลบหนีไป

เซียวอวี๋ไม่ได้แสดงความเมตตาหรือสงสารแต่อย่างใด เขาทราบว่าหากทำเช่นนั้นรังแต่จะเพิ่มอันตรายให้กับคนทั้งหมด ยิ่งไปกว่านั้นพวกควิวบอก็ไม่ใช่พวกที่ดีเท่าไร การลงมือของพวกมันก็เพื่อความสนุกสนาน นับว่าเป็นภัยคุกคามต่อเผ่าพันธุ์อื่นๆ

พวกควิวบอพ่ายแพ้ในเวลาอันสั้น ทว่าพวกเซนทอร์ก็ทราบเรื่องอย่างรวดเร็วว่ามีศัตรูบุกมา พวกมันเริ่มรวมตัวเพื่อเตรียมจัดการกับผู้รุกราน

ในเวลาเดียวกัน เซียวอวี๋ก็มองพวกควิวบอที่หลบหนีไป พวกมันคงไม่หันกลับมาอีก ดังนั้นเซียวอวี๋จึงจัดทัพใหม่เตรียมทำศึกกับพวกเซนทอร์ต่อ เขาสั่งให้ทัพพลเดินเท้าจัดวางแนวป้องกัน ขณะที่ทัพอัศวินจะรับหน้าที่บุกโจมตี

พวกเซนทอร์สั่งบุกโจมตีทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่ายมีคนน้อยกว่าพวกมัน ซึ่งนี่ก็เป็นโอกาสที่เซียวอวี๋กำลังรอคอย

"ฆ่า!" เซียวอวี๋ตะโกนขึ้น พวกอัศวินที่จัดทัพอยู่แล้วจึงเริ่มบุกโจมตีอีกครั้งหนึ่ง เสียงกีบม้าดังสะเทือนเลือนลั่นขณะที่ทัพอัศวินควบตะบึงม้าเข้าใส่พวกเซนทอร์ เซียวอวี๋ทอดมองพวกเซนทอร์

ตรงกับความหมายตามชื่อ พวกเซนทอร์เป็นครึ่งคนครึ่งม้า ร่างกายส่วนบนเป็นมนุษย์ขณะที่ส่วนล่างเป็นม้า พวกมันถนัดในการใช้หน้าไม้และการซัดหอก นอกจากนี้ ร่างกายส่วนล่างของพวกมันยังทำให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วอย่างมาก

โครมมม เคร้งงงง!

ทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง พวกเซนทอร์มีร่างกายที่แข็งแรง ร่างกายส่วนบนของพวกมันยังมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นมันยังเต็มไปด้วยมัดกล้าม ไพร่พลทหารทั่วไปและทหารม้าเร็วย่อมไม่อาจสู้กับพวกมันได้ จักรวรรดิเมฆาตะวันตกต้องใช้ทหารม้าเร็วราวสี่ถึงห้านายในการรับมือกับเซนทอร์เพียงตัวเดียว

อย่างไรก็ตาม พวกเซนทอร์ไม่ได้กำลังต่อสู้อยู่กับทหารม้าเร็ว หากแต่เป็นทัพม้าเกราะหนัก แรงปะทะและความแข็งแกร่งของพวกอัศวินนั้นมากมายกว่าทหารม้าเร็วอยู่มาก

นอกจากนี้พวกอัศวินยังสามารถใช้ทักษะพุ่งที่ทำให้เพิ่มความเร็วในช่วงสั้นๆได้อีก ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้รับพรจากเซียวอวี๋ ภายในทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ ทัพม้าเกราะหนักนั้นไร้ประโยชน์ ดังนั้นจักรวรรดิจึงเพียงชุบเลี้ยงทัพม้าเร็วเอาไว้เท่านั้น

พวกเซนทอร์เมื่อเห็นว่าศัตรูสวมใส่เกราะหนักพวกมันก็ไม่ใส่ใจให้มากความ พวกมันไม่กลัวการทำศึก ดังนั้นจึงพุ่งเข้าใส่ทันที

พวกเซนทอร์แผดร้องล้มลง พวกมันใช้ขวานขนาดใหญ่ต่อสู้กับพวกอัศวิน ในขณะเดียวกันพวกอัศวินก็ไม่อาจสังหารพวกเซนทอร์ได้ในดาบเดียว อย่างมากพวกอัศวินก็ทำได้เพียงทำให้พวกมันล้มคว่ำไป

"พวกมันทั้งสูงและมีความแข็งแกร่งเช่นเดียวกับพวกออร์ค! ทหารทั่วไปย่อมไม่อาจปะทะกับพวกมันได้" เซียวอวี๋กำลังประเมินความแข็งแกร่งของพวกเซนทอร์ กล่าวโดยสรุปก็คือ พวกมันคือออร์คที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจที่เซนทอร์จะสามารถอาละวาดไปทั่วทุ่งกว้างและราชสำนักของจักรวรรดิเองก็ไม่อาจจัดการพวกมัน

"พวกมันจะกลายเป็นทัพที่น่าสะพึงหากสามารถทำให้เชื่องได้....แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเหลวไหล หากว่าพวกมันฝึกให้เชื่องได้ทางจักรวรรดิคงกระทำไปเนิ่นนานแล้ว....." เซียวอวี๋สลัดความคิดนี้ทิ้งไป

พวกก๊อบลิน เอลฟ์และเผ่าพันธุ์อื่นๆมีคำทำนายว่าจะมีราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้น หากแต่เซียวอวี๋ก็ยังไม่ได้ก้าวออกไปประกาศตัวอ้างสิทธิ์นั้น อันที่จริงเขาจะสามารถรวบรวมทวีปเข้าเป็นหนึ่งได้โดยที่ไม่ต้องทำสงครามแม้แต่ครั้งเดียวหากเขาสามารถทำได้เช่นนั้น

ดาบหนักที่พวกอัศวินใช้นั้นทรงพลังอย่างมาก กระนั้นพวกเซนทอร์ก็ยังสามารถพึ่งพาร่างกายอันแข้งแกร่งและขวานขนาดใหญ่ต้านทานพวกอัศวินได้

กระนั้นพวกอัศวินก็เริ่มได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นเพราะพรของเซียวอวี๋ มิเช่นนั้นการศึกครั้งนี้คงไม่เอนเอียงมาทางเขา

"โถวปาหงผู้นั้น....ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ได้ใช้กำลังเต็มสิบส่วนในการประลองครั้งนั้น ข้าไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถสังหารพวกมันได้ถึง 100 ตัว...." เซียวอวี๋ตระหนักแล้วว่าพวกเซนทอร์เป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา

ฉึก ฉึก!

ทิรันด้าขี่พยัคฆ์ขาวไปทั่วสนามรบขณะที่พาดศรยิงสังหารพวกเซนทอร์ แม้ว่าร่างกายของพวกเซนทอร์จะแข็งแกร่ง หากแต่ก็ยังไม่อาจต้านทานลูกธนูของทิรันด้าได้ แม้ว่าลูกธนูจะไม่อาจสังหารพวกมันในทันที แต่ก็สร้างบาดแผลร้ายแรงให้กับพวกมัน ไม่ถึงนาทีทิรันด้าก็ยิงพวกเซนทอร์ไปนับสิบตัว เนื่องจากอาการบาดเจ็บนี้เอง พวกอัศวินจึงสามารถสังหารพวกมันได้ง่ายดายกว่าเดิม

กรอมเองก็พุ่งทะลวงเข้าไปกลางกองทัพของพวกเซนทอร์ เขากวัดแกว่งดาบหนักไปทั้งซ้ายและขวา แม้ว่าพวกเซนทอร์จะหนังเหนียวแต่ก็ยังไม่อาจเทียบกับกรอมได้ กรอมเองก็อยู่ที่ระดับ 20 แล้วเช่นกัน เขาสมารถใช้ทักษะที่ทรงพลังเข่นฆ่าพวกเซนทอร์ได้ไม่ยาก แม้ว่ากรอมจะดูแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ กระนั้นเขาก็ยังไม่อาจเทียบได้กับแอนโทนีดาส แน่นอนว่าผู้ใช้มนตราคือผู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในสนามรบ

แอนโทนีดาสไม่ลังเลที่จะน้ำยามานาฟื้นฟูแม้แต่น้อย คลื่นเยือกแข็งและเวทมนตร์อื่นๆถูกใช้ออกมาไม่หยุด พวกเซนทอร์ไม่อาจต้านทานการโจมตีจากเขาได้ มีพวกมันหลายสิบตัวที่ตายโดยถูกแท่งน้ำแข็งเจาทะลวงร่างกาย ผู้ใช้มนตราที่สามารถร่ายเวทได้ไม่หยุดหย่อนนับเป็นศัตรูที่น่าพรั่นพรึงที่สุดในสนามรบ นี่ราวกับปืนกลที่มีกระสุนไม่จำกัด

พวกมันบางตัวพยายามที่จะเข้าโจมตีแอนโทนีดาส หากแต่พวกมันก็ต้องเผชิญกับทัพพลเดินเท้า 50 นายที่ขวางกั้นอยู่ พลเดินเท้ายกโล่ ปัดป้องหอกลูกธนูและขวานของพวกมัน พวกเขาได้แสดงให้เห็นว่าการป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบคืออย่างไรออกมา

พลเดินเท้าจะป้องกันขวานที่พุ่งเข้ามาก่อนจะใช้โล่กระแทกไปที่ส่วนขาของพวกมัน นี่เป็นกลยุทธ์ที่เซียวอวี๋ได้สนอพวกเขาเอาไว้

ความได้เปรียบที่สุดของพวกเซนทอร์ก็คือร่างกายที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม พวกมันก็นับเป็นข้อเสียด้วยเช่นกัน พวกมันไม่อาจต้านทานการโจมตีด้วยโล่จากพลเดินเท้าได้ เป็นการยากที่จะปกป้องส่วนขาของพวกมันจากโล่

ส่วนสูงของพวกมันกำลังทำให้พวกมันเสียเปรียบ พวกเซนทอร์ไม่อาจใช้ขวานของพวกมันป้องกันส่วนล่างได้ มีหลายตัวที่ได้รับบาดเจ็บที่ส่วนล่าง ดังนั้นพวกมันจึงไม่กล้าไปตอแยพลเดินเท้าอีก แนวโน้มของสงครามกำลังค่อยๆโน้มเอียงมาทางเซียวอวี่๋

พวกเซนทอร์ไม่อาจรักษาสภาวะ ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังส่งกรอม ทิรันด้าและแอนโทนีดาสเข้าร่วมรบ.....

กองทัพของเซียวอวี๋ได้ทำการสังหารพวกเซนทอร์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาโจมตี อย่างไรก็ตาม ในเวลาเดียวกันนั้นเองเสียงกีบเท้าม้าก็ดังออกมาจากทางหุบเขา มีพวกเซนทอร์มากมายปรากฏตัวออกมา....