ตอนที่ 252

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"เกิดอะไรขึ้น?" ผู้นำกลุ่มโจรเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งผู้หนึ่ง มันสามารถยกโล่ขึ้นป้องกันลูกธนูได้ มันสับสนเมื่อมองขึ้นไปยังกำแพงเมือง ไฉนพวกเดียวกันจึงลงมือต่อมันแล้ว?

"บาริสต้า! เตรียม! ยิง!" เซียวอวี๋ร้องสั่งการ บาริสต้าขยับเปลี่ยนทิศไปทางพวกโจรก่อนจะยิงออกมา

ฉึก ฉึก ฉึก~

ผู้นำโจรพยายามจะหลบหลีกอย่างสุดความสามารถกระนั้นมันก็ยังไม่อาจหลบหอกที่ถูกยิงออกมาจากบาริสต้าพ้น มันยกโล่ขึ้นป้องกัน แต่พลังการทะลุทะลวงของหอกกลับแข็งแกร่งมากกว่าโล่นัก ด้วยเหตุนั้นจึงมีหอกเล่มหนึ่งทะลวงผ่านโล่และตรึงร่างของมันกับพื้น ตกตายไปในลักษณะนี้

เซียวอวี๋ใช้บาริสต้าหนักโจมตีเข้าใส่ศัตรูอยู่หลายหน แม้ว่ามันจะสิ้นเปลืองไปบ้าง หากแต่มันก็ได้ผลยิ่ง

โถวปาหงขนลุกขึ้นมาเมื่อได้เห็นจุดจบของผู้นำโจร หากว่าเปลี่ยนเป็นเขาก็ยังยากที่จะหลบรอดออกมา

"เปิดประตูเมือง! โจมตีได้!" เซียวอวี๋สั่งการลงไป

ประตูเมืองถูกเปิดออกในทันที อัศวินสี่ร้อยนายภายใต้การนำของโถวปาหงเป็นทัพหน้าโถมทะยานออกไป ขณะที่พวกนักผจญภัยและผู้คุ้มกันติดตามอยู่ทางด้านหลัง

โครมมมมม!

พวกโจรไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นขณะที่ถูกพวกอัศวินกวาดล้างไป พวกมันเร่งรีบเดินทางเต็มกำลังมาสองวันติดต่อกันจนเหนื่อยล้าอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังไม่ทันได้จัดกระบวนทัพแต่อย่างใดขณะเดินทางกลับฐาน ดังนั้นเหล่าอัศวินจึงเหยียบย่ำพวกมันจนราบคาบ

เซียวอวี๋ทราบว่าโจรเหล่านี้ถือเป็นมือดีของเคราแดง เขาจัดการพวกมันโดยพึ่งพาธนูและหอกจากบนกำแพงเมือง ขณะที่ใช้ทัั้งทัพม้าเกราะหนักและทัพม้าเร็วเข้าไปสร้างความปั่นป่วนให้กับพวกมัน

ทัพม้าเกราะหนัก(อัศวิน) เหยียบย่ำพวกโจรจนเป็นทางสายหนึ่งเปิดทางให้ทัพม้าเร็วที่ตามมาทางด้านหลังได้เข่นฆ่าพวกโจร พวกโจรยังไม่ได้ตอบโต้ก็ถูกตีแตกพ่ายกระจายออกไป เป็นเรื่องยากที่จะจับกุมพวกโจรด้วยกำลังคนที่น้อยกว่า ดังนั้นเซียวอวี๋จึงออกคำสั่งไว้แต่แรกให้ถอยกำลังกลับไปเมื่อโจมตีระลอกแรกประสบผล

"ไม่ใช่พวกมันหรือที่ทำลายกำลังของพวกเราที่เมืองรัชเชต!?" หนุ่งในสมุนโจรที่ร่วมศึกเมืองรัชเชตจดจำเหล่าอัศวินได้ มันร่ำร้องตะโกนเสียงดัง

ไม่มีทัพม้าเกราะหนักปรากฏภายในจักรวรรดิมาก่อน ดังนั้นพวกโจรที่รอดมาจึงจดจำกองทัพของเซียวอวี๋ได้แล้ว

"ว่ากระไร? พวกมันบุกมาตอนที่เราไม่อยู่หรือ? แต่พวกเราเสียที่มั่นได้อย่างไร? กำลังคนตั้งมากมาย กำแพงเมืองก็เข้มแข็ง ไฉนพวกมันจึงได้เมืองไปแล้ว?"

พวกโจรปั่นป่วนขึ้นมา พวกมันเร่งรีบเดินทางไปยังเมืองรัชเชตเพื่อช่วยเหลือเคราแดงตัวปลอม แต่พวกมันก็ต้องพบกับเมืองที่ว่างเปล่า หลังจากนั้นพวกมันจึงเร่งรีบกลับมาที่ค่าย แต่พวกมันก็พบว่าค่ายถูกตีชิงไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสหายร่วมทางยังถูกสังหารไปนับพันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

"พวกเราควรทำเช่นไร?" พวกโจรต่างสอดส่ายสายตาหาผู้นำโจรคนอื่นๆ ตอนนี้พวกมันไม่มีที่ให้กลับไปแล้ว ฐานแห่งนี้เป็นรากฐานทั้งหมดของพวกมัน นั่นหมายความในยามค่ำคืนพวกมันจะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนแล้ว

ผู้นำคนหนึ่งตอบกลับ "พวกมันดักโจมตีพวกเรา นั่นหมายความว่าพวกมันมีกันไม่มาก...มิเช่นนั้นพวกมันคงไล่ล่าสังหารพวกเราแล้ว...พวกมันยึดค่ายได้ หากแต่ก็ต้องสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน"

"พวกเราไม่มีอุปกรณ์ตีเมือง...จะทำอย่างไรดี?" โจรอีกคนถามออกมา

"พวกเราจะตัดต้นไม้ใกล้เคียงมาสร้างบันได พวกเราต้องตีชิงเมืองกลับคืนมา มิเช่นนั้นพวกเราทั้งหมดจะต้องตาย" ผู้นำโจรกล่าวอย่างขมขื่น อันที่จริงมันไม่ใช่ผู้นำระดับสูง มันกระทั่งไม่ทราบตัวตนของเคราแดงตัวจริงหรือกองกำลังที่หนุนหลังพวกมัน ด้วยเหตุนั้นมันจึงไม่อาจอดทนรอหรือไปรวมกำลังกับระดับผู้นำที่แท้จริงมาตีเมือง

พวกโจรแยกย้ายไปตัดต้นไม้เพื่อสร้างบันได แม้ว่าเขาลูกนี้จะค่อนข้างโล่งเตียน หากแต่มันก็ยังมีต้นไม้อยู่บ้าง

พวกโจรกว่าหมื่นคนช่วยกันโค่นต้นไม้ตลอดทั้งคืนจนได้บันไดมาหลายสิบ

เซียวอวี๋เผยรอยยิ้มขณะที่มองดูพวกโจรโค่นต้นไม้จัดทำบันได "ไปซ่อนตัวเถอะ พวกมันคงไม่บุกมาหากทราบว่าพวกเรามีคนมาก"

เซียวอวี๋กำลังคนมากกว่าหนึ่งหมื่น แม้ว่าจะไม่ใช่ยอดฝีมือ แต่ปริมาณได้กลบลบจุดด้อยนี้ไป พวกมันได้สังหารพวกโจรไปมาก ทำให้ทางฝั่งพวกโจรเกิดการสูญเสียไม่น้อย แม้ว่าพวกมันจะเป็นมือดีแต่ก็จะต้องประสบความสูญเสียอย่างหนักหากคิดบุกเข้ามา ถึงตอนนั้นเซียวอวี๋ก็จะข่มขวัญพวกมันโดยการเปิดเผยกำลังที่แท้จริง

เซียวอวี๋สั่งให้นักผจญภัยและผู้คุ้มกันบางคนรั้งอยู่ที่กำแพงขณะที่เหลือให้หลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเพื่อรอคอยจังหวะอันเหมาะสม

ดังนั้นพวกโจรจึงเห็นคนอยู่ไม่มากนัก ดังนั้นพวกมันจึงโห่ร้องและหวังจะตีชิงเมืองกลับคืน

เซียวอวี๋สั่งให้พลธนูตั้งแถวหลบอยู่หลังกำแพงเพื่อไม่ให้พวกโจรเตลิดหนีไปเสียก่อน

"คนเหล่านี้ไม่ใช่คู่มือของพวกโจร พวกโจรเองก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว...พวกเรามีข้อได้เปรียบเรื่องจำนวน พวกเรากระทำเช่นนี้ไปทำไมหากว่าสามารถโจมตีซึ่งหน้าได้?" โถวปาหงถามออกมา

เซียวอวี๋ยิ้ม "เจ้าอาจจะกล่าวถูก แต่อย่าได้ลืมเลือนว่าโจรเหล่านี้ทุ่มเทชีวิตเพื่อตีชิงเมืองกลับไป...พวกเราสามารถปะทะซึ่งหน้าได้ แต่นั่นก็เท่ากับส่งกำลังทั้งหมื่นคนไปตาย....จะดีกว่าหากเราใช้กลยุทธ์นี้ ข้าจะยังส่งคนของข้าไปตายหรือหากว่ามีหนทางรอดสำหรับพวกเขา?"

โถวปาหงไม่กล่าวสิ่งใดขณะจ้องมองเซียวอวี๋ เขาทราบแล้วว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องศึกษาจากเซียวอวี๋ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้บัญชาการที่ดี แต่เขาก็ไม่อาจนับเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับเซียวอวี๋ ยุทธวิธีและกลยุทธ์ของเขาด้อยกว่าเซียวอวี๋มาก

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังดูไม่คล้ายผู้บัญชาการที่เข้มงวดมากนัก บางครั้งก็คล้ายกับว่าเขากำลังเล่นเกมสงครามอยู่ แต่โถวปาหงก็ประจักษ์ว่าทุกการเดินหมากของเขาล้วนแล้วแต่ผ่านการคำนวณเป็นอย่างดีมาแล้ว เซียวอวี๋สามารถบั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าศึกได้อย่างยอดเยี่ยม นี่มันยากที่จะศึกษาได้ คงต้องกล่าวว่ามันเป็นพรสวรรค์โดยธรรมชาติของเซียวอวี๋เอง

พวกโจรต้องการตีชิงฐานกลับมาให้ได้แม้ว่าจะต้องทุ่มเทออกไปเพียงใดก็ตาม

พวกมันบุกโจมตีโดยปราศจากความกลัวตาย พวกมันได้สูญเสียกำลังไปมาก แต่บางส่วนก็ยังคงปืนป่ายขึ้นกำแพงไป เซียวอวี๋และกรอมเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่ไปทั่วเพื่อช่วยสนับสนุนแนวป้องกันที่เพลี่ยงพล้ำ

แอนโทนีดาสเองก็ยอดเยี่ยมยิ่ง คลื่นเยือกแข็งของเขาได้เข่นฆ่าพวกโจรไปหลายสิบในครั้งเดียว

การรบสิ้นสุดหลายครั้ง พวกโจรได้บุกอยู่หลายระลอกแต่ก็ยังไม่พบกับความสำเร็จ พวกมันยังตกตายมากกว่าพวกเซียวอวี๋เสียอีก

สุดท้ายพวกมันก็บุกอยู่หกครั้งหกครา เมื่อสิ้นวันก็หลงเหลือไพร่พลไม่ถึงหนึ่งหมื่นแล้ว

"พวกเราจะบุกหรือไม่?" โถวปาหงมองดูพวกโจรที่เหนื่อยล้าทั้งกายใจ พวกเขาจะสามารถเอาชนะได้หากบุกออกไปตอนนี้

เซียวอวี๋ส่ายศีรษะ "พวกมันไม่มีเสบียงแล้ว....สภาวะของพวกมันจะลดต่ำลงในวันพรุ่ง ถึงตอนนั้นพวกเราค่อยไปจัดการ"

ทัพม้าเร็วของจักรวรรดิเมฆาไม่ได้พกพาเสบียงมากนักเพราะเหตุผลด้านน้ำหนัก เซียวอวี๋ตระหนักเรื่องนี้ดีและใช้ประโยชน์จากมัน กองทัพของเขาได้ดื่มกินและพักผ่อนอยู่หลังกำแพง ดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนโจมตีพวกมัน

"พวกมันแทบไม่เหลือขวัญกำลังใจสู้รบแล้ว....ตอนนี้เจ้าควรคิดถึงเรื่องพวกกบฏ ช่วงเวลาใดจึงจะเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะลุกฮือ?"

เซียวอวี๋ทราบว่ายังมีปัญหาที่หนักหนากว่านี้อยู่ จักรวรรดิเมฆาจะเกิดความผั่นป่วนโกลาหลหากเกิดการก่อกบฏขึ้น ถึงตอนนั้นเซียวอวี๋ก็ต้องช่วยเหลือโถวปาหงจัดการกับพวกกบฏแล้ว

"ข้าไม่คิดว่าพวกมันจะลงมือในเวลาอันสั้นนี้...พวกมันได้เตรียมการมาอย่างยาวนาน ดังนั้นสมควรไม่รีบร้อนลงมือ" โถวปาหงกล่าวตอบ

เซียวอวี๋ส่ายศีรษะ "มันคงอีกไม่นาน"

โถวปาหงขมวดคิ้ว "ไฉนเจ้าจึงคิดเช่นนั้น?"

เซียวอวี๋ยิ้ม "สัญชาตญาณ"

อันที่จริงแล้ว เซียวอวี๋ไม่ใช่คนประเภทที่ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล เขาทราบว่าพวกกลุ่มลึกลับได้หนุนหลังโซโลมอนเพื่อให้มันควบคุมดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือเอาไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่าแผนการที่เตรียมเอาไว้ในจักรวรรดิเมฆาคงจะปะทุขึ้นในอีกไม่ช้า.....