ตอนที่ 196

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีกลุ่มอื่นอยู่"

"พวกเราจะไปตรวจสอบโรงประมูลกันก่อน...." เซียวอวี๋ตะโกนขึ้นมาก่อนจะเดินนำไปย่านโรงประมูล

อาจกล่าวได้ว่าพวกโรงประมูลของเมืองใต้ดินนั้นถูกสร้างขึ้นเป็นรูปวงกลมเพื่อให้ง่ายต่อการเดินเลือกสินค้าประมูล ซึ่งมันก็อยู่ในพื้นที่ทางทหาร พวกธนาคารนั้นถูกสร้างขึ้นอยู่ในชั้นกลาง พวกเขาสามารถไปค้นสมบัติที่ธนาคารต่อได้เมื่อเสร็จจากโรงประมูลแล้ว

มีหอขนาดใหญ่เรียงรายเป็นแถบๆอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา ที่ด้านบนนั้นก็มีวัสดุสิ่งของอยู่มากมายเช่นกัน หลังจากนั้นพวกเขาก็พบกับลิฟต์ที่สามารถส่งพวกเขาขึ้นไปเมืองลอร์เดเลนที่อยู่เหนือเมืองใต้ดินแห่งนี้

โฮกกกก~

มีอสูรขนาดใหญ่เข้ามาขวางทางพวกเขา เซียวอวี๋รู้สึกตกใจเมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรตัวนี้รูปร่างคล้ายสุนัขตัวใหญ่ ตัวของมันสูงกว่า 4 เมตร ยาวราว 7 เมตร เขี้ยวงอโค้งโผล่ออกมาจากปากขณะที่มีของเหลวสีเขียวหยดย้อยลงมาจากเขี้ยว กรงเล็บขนาดยักษ์ที่ดูแหลมคม

ทั้งหมดต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นมัน พวกเขาคิดว่าสัตว์อสูรตัวนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าแรกยักษ์ที่พวกเขาต่อสู้เลย ไม่มีใครคาดคิดว่าสัตว์อสูรเช่นนี้จะอยู่ภายในนครทมิฬ

"นี่มันคือตัวอะไร?" ศิษย์ทั้งหมดเริ่มสั่นกลัว ผู้คนมักหวาดกลัวสิ่งที่ตัวเองไม่รู้จัก

เซียวอวี๋ยิ้ม "ก็แค่สุนัขตัวหนึ่ง พวกเจ้ากลัวงั้นหรือ? พวกผู้ใช้มนตราให้ระวังการโจมตีจากมัน พวกออร์คและพลเดินเท้าให้คอยดึงดูดความสนใจจากมันเมื่อมันพยายามจะโจมตีพวกผู้ใช้มนตรา อสูรโคโด พลปืน พลธนูให้ไปทำทำเลใช้โจมตี......ท่านอาจารย์อัลม่า ครั้งนี้พวกเราคงต้องพึ่งพาท่านแล้ว" สิ้นคำเซียวอวี๋ก็เรียกแอชบิงเกอร์ออกมาและพุ่งเข้าหามัน เขาจะต้องเรียกขวัญและกำลังใจให้กับทั้งหมดก่อน

เปรี้ยงงงง

แอชบิงเกอร์ที่ใช้ด้วยทักษะอมนิแสลชพุ่งเข้าฟันลำคอของหมายักษ์ ทำให้ละอองสีดำกระจายออกมาเล็กน้อย

อวู๊ววววววววววว~

มันหอนก่อนจะตวัดกรงเล็บเข้าใส่เซียวอวี๋ หากเซียวอวี๋ยังขืนอยู่ต้านรับ เขาจะต้องได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก เซียวอวี๋เรียกใช้เทเลพอตไปที่ด้านหลังร่างอันใหญ่โตและปักแอชบิงเกอร์เข้าไปในรูทวารของมัน ละอองสีดำกระจายออกมาขณะที่หมายักษ์ร้องอย่างทรมาณ

แอชบิงเกอร์นั้นสร้างความเสียกายได้ดี เซียวอวี๋ต้องการรีบจบศึกนี้โดยเร็วที่สุด ส่วนทวารเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดของมนุษย์หรือสัตว์ต่างๆ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงมักเน้นการโจมตีไปที่นั่น

ฉัวะะะ!

แอชบิงเกอร์แทงเข้าใส่ก้นของมันอีกครั้ง หมายักษ์คำรามและร้องโหยหวน มันละความสนใจจากคาร์นที่กำลังพุ่งเข้ามาและหันไปโจมตีเซียวอวี๋ เซียวอวี๋รู้วิธีทำให้ศัตรูโกรธแค้น เซียวอวี๋ใช้วินด์วอร์คหลบเข้าไปใต้ท้องของมันก่อนจะตวัดแอชบิงเกอร์ฟันใส่ หมายักษ์โกรธแค้นอย่างมาก มันพ่นของเหลวสีเขียวออกมา ผนังที่โดนของเหลวสีเขียวเข้าไปเริ่มหลอมละลาย ดูเหมือนว่ามันจะเป็นกรด

"ระวังด้วย! กรอม คาร์น....พวกเราสามคนจะคอยหลอกล่อมัน อย่าเข้าปะทะโดยตรง ให้คอยโจมตีและหลบหนี" เซียวอวี๋ตะโกนขณะที่สไลด์ตัวหลบออกไปอีกด้าน

กรอมและคาร์นตอบรับ พวกเขาคอยโจมตีก่อกวนหมายักษ์และฉีกหลบออกมา เซียวอี๋จะคอยพุ่งเข้าไปโจมตีก้นของมันเมื่อันหันไปไล่ล่าคาร์นหรือกรอม ในเวลาเดียวกันอัลม่าก็เริ่มร่ายเวทมนตร์ หมายักษ์ต้องการจะปลีกตัวไปโจมตีอัลม่า แต่พลเดินเท้าก็ตั้งโล่อารักขาอย่างแน่นหนา เซียวอวี๋คอยโจมตีก่อกวน พวกออร์คเข็นเครื่องจู่โจมและบาริสต้าออกมาเปิดฉากโจมตีเข้าใส่

เซียวอวี๋คิดว่าหากว่าเขามีธนูเวทระเบิด เช่นนั้นเขาสมควรสังหารมันได้เนิ่นนานแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะใช้มันเนื่องเพราะความหายากและราคาแพง อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋มีแก่นเนโครแมนเซอร์อยู่จำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจเท่าใด หลังจากพบกับนักแปรธาตุ เขาสมควรมีธนูเวทระเบิดจำนวนมหาศาล

พวกศิษย์ได้สติขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋พุ่งเข้าต่อสู้โดยปราศจากความเกรงกลัว เวทมนตร์นานาชนิดกระหน่ำเข้าใส่หมายักษ์ แต่มันก็ยังรุนแรงไม่เท่าเวทมนตร์ของอัลม่า ทว่าน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

การโจมตีด้วยเวทมนตร์นั้นทรงพลังอย่างมาก ผิวหนังของหมายักษ์ตัวนี้นั้นหนาอย่างมาก พวกออร์คไม่อาจเจาะทะลวงผิวหนังของมันด้วยขวานได้ ทว่าการโจมตีด้วยเวทมนตร์จะทิ้งแผลไว้บนร่างของมันทุกครั้ง

"พลปืน! โจมตีได้!" เซียวอวี๋ตะโกน

กระสุนนั้นสร้างความเสียหายให้มันไม่มาก อย่างไรก็ตาม ผลจากการยิงพร้อมกัน 50 คนย่อมต้องส่งผลรุนแรง

ปัง~ ปัง~ ปัง~

หมายักษ์พลันหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงปืนดังกึกก้อง มันไม่ทราบว่าการโจมตีพุ่งมาจากทางไหน ในเวลาเดียวกัน ใบมีดจันทร์เสี้ยวก็ตัดผ่านผิวหนังของมัน เซียวอวี๋ซ้ำลงไปที่บาดแผลลึกของมันเพื่อลดพลังชีวิต พวกอันเดดเองก็มีพลังชีวิตเช่นกัน หากก็แตกต่างจากสิ่งมีชีวิต

เปรี้ยง ตู้มมม

หมายักษ์เผชิญกับการโจมตีจากรอบด้าน มันเริ่มคลุ้มคลั่งเมื่อไม่ทราบว่าสมควรโจมตีทางไหนก่อน กรงเล็บของมันตวัดผ่านผนังสิ่งก่อสร้างจนพังทลาย

ตูมมมมม

หมายักษ์เริ่มโจมตีไปทุกที่รอบตัว และคาร์นก็โดนฟาดเข้าอย่างจัง ร่างของคาร์นลอยไปกระแทกเข้ากับตัวอาคาร ส่งผลให้สั่นสะเทือนไปทั้งนครทมิฬ....