ตอนที่ 76

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ขบวนเริ่มออกเคลื่อนตัวอีกครั้งในยามเช้าของวันใหม่ เหล่าอัศวินของตระกูลหวังต่างมีสภาพดีขึ้นมากหลังจากได้พักรักษาตัวไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีอัศวินอีกไม่น้อยที่ยังไม่สามารถขี่ม้าได้ พวกเขามองเซียวอวี๋ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ

เซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาที่จ้องมองมา เขานั่งเอกเขนกอยู่ภายในรถม้าที่กว้างขวาง ดื่มไวน์และเล่นอยู่กับมังกรน้อย

มังกรน้อยดูเหมือนจะเติบโตขึ้นอย่างมากในด้านจิตใจ มันยิ่งกลายเป็นซุกซนมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป

นอกจากนี้มันยังสามารถพ่นไฟออกมาได้ตามต้องการแล้ว แม้ว่ามันจะยังไม่มาก ทว่ามันก็เพียงพอที่จะช่วยเซียวอวี๋ย่างกระต่ายหรืออาหารต่างๆ ตั้งแต่ที่ลีอาชิงตัวมันไปคราวนั้นมันก็สามารถพ่นไฟออกมาได้ และด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้เซียวอวี๋สามารถจับกุมและคุกคามลีอาได้ เซียวอวี๋น้อยจะผงาดขึ้นทุกครั้งที่เขาคิดถึงฉากที่จับลีอามาลวนลามที่ห้อง

ลีอาไม่ชื่นชอบขี่ม้าดังนั้นนางจึงนั่งอยู่ในรถม้าส่วนเดียวกับเซียวอวี๋ นางจะดื่มไวน์ เหม่อมองทิวทัศน์และเล่นกับมังกรน้อยเป็นครั้งคราว นางทำตัวราวกับเป็นเจ้าของรถม้ามากกว่าที่จะเป็นเพียงสาวใช้ของเซียวอวี๋เสียอีก

เซียวอวี๋ลูบคลำปลอกแขนที่ข้อมือ เขากำลังสงสัยว่าจะใช้งานมันได้อย่างไร เขาครอบครองเวทย์ไอเท็มที่ยอดเยี่ยม ทว่าเขากลับไม่ทราบวิธีใช้งานของมัน เขาได้ให้สัญญาไว้กับธีโอดอร์ว่าเขาจะไม่ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมกับลีอา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่กลั่นแกล้งนางสักเล็กน้อย เซียวอวี๋เชื่อว่าตราบใดที่เขาไม่ได้ปฏิบัติกับลีอาดุจดังของเล่น เช่นนั้นก็ถือว่าเขายังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับธีโอดอร์ได้อยู่ ตั้งแต่เมื่อใดกันที่การหยอกเย้าถือเป็นการล่วงเกิน?

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังนำปลอกแขนไปให้แอนโทนีดาสดู แต่เขาก็ไม่ได้รับคำตอบในเรื่องนี้ มันเหมือนกับว่าแอนโทนีดาสเพิ่งเคยพบเห็นปลอกแขนชิ้นนี้เป็นครั้งแรก เซียวอวี๋พึมพำกับตนเอง "ดูเหมือนว่าแอนโทนีดาสในอดีตจะสามารถลบล้างมนตราได้ แต่แอนโทนีดาสที่อยู่กับเราตอนนี้ยังไม่สามารถ หากเขาสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับไปดังเช่นในอดีตได้ เช่นนั้นเขาก็จะกลับมาเป็นจอมมนตราที่ทรงอำนาจมากที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นเขาย่อมต้องสามารถจัดการกับมันได้"

พวกเขาเดินทางผ่านเมืองเล็กและเมืองใหญ่น้อยต่างๆมากมาย เมืองไลอ้อนนั้นเปรียบได้กับสนามวิ่งเล็กๆไปเลยเมื่อนำมาเทียบกับเมืองใหญ่เหล่านี้ มีร้านค้าร้านอาหาร สถานบันเทิง โรงประมูล สำนักฝึกยุทธ์ โรงเรียนสำหรับผู้ใช้มนตราและอื่นๆมากมายเรียงรายไปตลอดสองฝากข้าง นี่ทำให้เซียวอวี๋อิจฉาเมืองใหญ่อย่างมาก ในเวลาเดียวกันเซียวอวี๋ก็เริ่มวางแผนเกี่ยวกับอนาคตของเมืองไลอ้อน เมืองที่ใหญ่ที่สุดที่เซียวอวี๋รู้จักก็คือเมืองฮุ่ย เมืองหลวงของอาณาจักรเว่ย เซียวอวี๋คนเก่านั้นแทบจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น อย่างไรก็ตาม เมืองฮุ่ยยังมีขนาดเล็กกว่าก็อย่างน้อยสิบเท่าหากนำมาเปรียบกับเมืองใหญ่เหล่านี้

"อยากจะเห็นนครหลวงของราชวงศ์พยัคฆ์คำรนบ้างจัง หากมีโอกาศจะต้องไปเที่ยวสักครั้งเสียแล้ว"

เซียวอวี๋ต้องการที่จะท่องเที่ยวภายในเมืองใหญ่สักสองสามวัน ทว่าพ่อบ้านโม่ก็ยืนกรานปฏิเสธอย่างหนักแน่น เขากล่าวว่าเมืองหลักของตระกูลหวังนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองใหญ่พวกนี้เลย

เซียวอวี๋จึงไม่ได้ยืนกรานต่อไปอีก เขาวางแผนเอาไว้ว่าเมื่อสะสางเรื่องราวที่ตระกูลหวังแล้วเสร็จก็จะมุ่งหน้ากลับเมืองไลอ้อนโดยเร็วที่สุด เขายังมีงานที่ยังคั่งค้างอยู่อีกมากที่เมืองไลอ้อน

"สักวันหนึ่ง อำนาจของเมืองไลอ้อนจะปกคลุมไปทั่วทั้งทวีปดุจเดียวกับใยแมงมุม" เซียวอวี๋กล่าวออกมาด้วยความมุ่งมั่น

...............................

..............................

พวกเขามองเห็นธงของตระกูลหวังประดับอยู่ที่เมืองด้านหน้าแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็เข้าสู่อาณาเขตของตระกูลหวังหลังจากเดินทางมาแรมเดือน ไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับคุณหนูที่สี่เลยแม้แต่ผู้เดียว นี่แสดงให้เห็นถึงสถานะของซีเหวินภายในตระกูลหวัง เซียวอวี๋บอกให้ลีอากับมังกรน้อยไปอยู่เป็นเพื่อนซีเหวินเพื่อที่นางจะได้ไม่เบื่อ

พ่อบ้านโม่และเหล่าอัศวินเริ่มกลับมาแสดงความหยิ่งยโสอีกครั้งเมื่อพวกเขาเข้าสู่อาณาเขตของตระกูลหวัง พวกเขาจ้องมองเซียวอวี๋และเหล่าออร์คราวกับมองดูปลาที่ติดร่างแห

"เจ้าโง่พวกนั้นคิดว่านายท่านผู้นี้เป็นปลาหรือ หน้าโง่ ข้ากลับเป็นมัจฉาที่กลืนกินมนุษย์เป็นอาหาร" เซียวอวี๋จ้องมองพ่อบ้านโม่อย่างดุร้าย

มีเมืองอยู่หลายแห่งภายในดินแดนของตระกูลหวัง เมืองที่พวกเขามองเห็นอยู่นี้เป็นเพียงหนึ่งในนั้น มีถนนหลายสายเชื่อมต่อกันระหว่างเมืองต่างๆและทอดยาวไปสู่เมืองหลัก

เซียวอวี๋มองดูไร่นา คนงานและอื่นๆไปตลอดทาง มีความอิจฉาปรากฏอยู่ในแววตาของเขา ดินแดนของเขาไม่ได้มีประชากรอยู่อาศัยมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นสภาพของผืนดินยังแห้งแล้งอย่างยิ่ง สภาพแวดล้อมของดินแดนตระกูลหวังนั้นดีกว่าเมืองไลอ้อนอยู่มาก มันเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์และเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าเขียวขจี นอกจากนี้ดินแดนของพวกเขายังห้อมล้อมไปด้วยอาณาจักรและดินแดนต่างๆ ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับพวกโจรร้ายหรือจักรวรรดิเมฆาตะวันตก

ถึงกระนั้นเซียวอวี๋ก็เชื่อว่ามันจะใช้เวลาอีกไม่นานก่อนที่ดินแดนของเขาจะเปลี่ยนเป็นคึกคักด้วยนโยบายใหม่

หลังจากเดินทางเกือบหนึ่งวัน พวกเขาก็ได้มาถึงเมืองหลวงของดินแดนตระกูลหวัง เมืองเฟิงเหยียน

ขนาดของเมืองแห่งนี้ยังใหญ่โตกว่าเมืองไลอ้อนอยู่มาก เมืองแห่งนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเมืองฮุ่ยที่เซียวอวี๋เคยเห็น ไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับเซียวอวี๋กับซีเหวินยามเมื่อพวกเขามาถึงประตูของเมืองเฟิงเหยียน นี่ราวกับซีเหวินนั้นไม่ได้มีศักดิ์ฐานะใดๆ ทว่าเป็นเพียงหญิงรับใช้ทั่วไปที่ออกจากตระกูลหวังและกลับมาเยี่ยมตระกูลเพียงเท่านั้น

...............................

...............................

ลีอาหัวเราะออกมาขณะมองดูเซียวอวี๋ "ท่านผู้นี้ไม่ใช่ดยุคหรอกหรือ? เหตุใดไม่มีผู้ใดออกมาต้อนรับท่านเลย?"

"พวกเขาจะตั้งแถวรอรับพร้อมด้วยของขวัญมากมายหากทราบว่าดยุคมาเยี่ยมเยือน ทว่าข้านั้นกลับไม่ชมชอบพิธีการอันวุ่นวาย..." เซียวอวี๋ตอบกลับ

ลีอาไม่ได้กล่าวสิ่งใดแต่จ้องมองอย่างเหยียดหยันไปที่เซียวอวี๋

..................................

..................................

พ่อบ้านโม่กำลังจะพาเซียวอวี๋ไปยังอีกเส้นทางซึ่งไม่ใช่ทางไปจวนเจ้าเมือง

เซียวอวี๋มองความตั้งใจของพ่อบ้านโม่ออกและหยุดเขาไว้ "ข้าไม่ได้พบกับท่านลุงหวังมาเนิ่นนาน ข้าต้องการจะพบกับเขาเดี๋ยวนี้!"

พ่อบ้านโม่เชิดหน้าขึ้น "ท่านลอร์ดอวี๋ ท่านจะพบกับท่านผู้นำตระกูลได้ก็ต่อเมื่อได้รับคำเชื้อเชิญ ซึ่งนั่นยังไม่ใช่ตอนนี้!"

เซียวอวี๋ฉีกยิ้ม "พ่อบ้านโม่ อย่าได้ก่อปัญหานักเลย ตั้งแต่เมื่อใดกันที่ข้าจำต้องได้รับคำเชิญเสียก่อนที่จะไปพบกับท่านลุง พวกเราทั้งสองตระกูลก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้เขายังเป็นสหายที่ดีกับบิดาที่ล่วงลับไปแล้วของข้า ข้าสามารถตรงไปเยี่ยมท่านลุงได้ทุกเมื่อ"

น้ำเสียงของพ่อบ้านโม่เปลี่ยนเป็นเย็นชา "ท่านลอร์ดอวี๋ พวกเราต่างอยู่ภายในดินแดนของตระกูลหวัง ท่านยังไม่อาจเข้าพบกับท่านผู้นำตระกูลหวังได้ พวกเราได้จัดที่พักที่เหมาะสมเอาไว้ให้แล้ว ตอนนี้ 'เชิญ'...."

เซียวอวี๋ระเบิดความโกรธออกมาขณะคว้าเข้าที่ลำคอของพ่อบ้านโม่ "มารดาเจ้าสิ! อย่าได้เล่นลิ้นต่อหน้าข้า! หากข้ากล่าวว่าต้องการจะไปพบกับผู้นำสุนัขผายลมของเจ้าเช่นนั้นก็หมายความตามนั้น! หากเจ้ายังคงกล่าววาจาไร้สาระใดอีกข้าจะทุบตีเจ้าเป็นคนแรก!"

พ่อบ้านโม่คิดว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องสุภาพต่อเซียวอวี๋อีกต่อไปเมื่อเข้าสู่ดินแดนของตระกูลหวัง เขาไม่คาดว่าเซียวอวี๋จะไร้มารยาทและกระทำตัวราวกับอันธพาลผู้หนึ่งในอาณาเขตของพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังเรียกหาลอร์ดของพวกเขาเป็นสุนัขผายลมอีก แม้กระทั่งองค์จักรพรรดิของราชวงศ์เองก็ยังไม่กล้าที่จะเรียกหาอย่างไม่ให้เกียรติลอร์ดของพวกเขาเช่นนี้

น้ำเสียงของพ่อบ้านโม่สั่นเครือขณะพยายามกล่าวออกมา "ท่าน....ท่านกำลังอยู่ภายในดินแดนของตระกูลหวัง.......หากท่านกล้าที่จะปฏิบัติตนเช่นนี้.....ช่วยด้วย....มาที่นี่...."

"ข้าจะแยกร่างของมันเป็นสองส่วนหากมีใครกล้าสอดมือเข้ามายุ่ง!" เซียวอวี๋ชักดาบถังออกจากฝักและแนบเข้ากับลำคอของพ่อบ้านโม่ ในเวลาเดียวกับพวกออร์คก็ล้อมรอบพวกเขาเอาไว้

พวกออร์คนั้นปลดผ้าคลุมออกและกวาดสายตามองโดยรอบราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย เหล่าทหารยามโดยรอบต่างชะงักเท้าไม่กล้าเคลื่อนไหวใดอีก

'ท่านกล้าที่จะปฏิบัติตัวป่าเถื่อนภายในพื้นที่ของตระกูลหวัง.....ข้าจะรายงานเรื่องนี้ต่อท่านลอร์ด!' พ่อบ้านโม่กล่าวอยู่ภายในใจ แต่เขาก็ไม่กล้ากล่าวออกมา เขาไม่ต้องการจะใช้ชีวิตของเขาไปเสี่ยงกระตุ้นโทสะของอันธพาลผู้นี้

"เซียวอวี๋ อย่าได้กระทำเช่นนี้ ที่นี่คือบ้านของข้า ข้าจะไปเยี่ยมเยือนท่านพ่อและท่านแม่ เจ้าสามารถพบพวกเขาได้ภายหลัง" ซีเหวินกล่าวกับเซียวอวี๋ นางพบว่าเซียวอวี๋ไม่ได้เห็นบิดาของตนอยู่ในสายตาเลยขณะที่แสดงออกเช่นนี้ แต่นางก็รู้สึกมีความสุขอยู่ภายใน นั่นเป็นเพราะการแสดงออกที่แข็งกร้าวนี้ได้แสดงว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะรักษาสัญญาที่จะพานางกลับไปด้วย

คำพูดสุดท้ายของเซียวอวี๋ที่บอกให้นางคว้ากุมโชคชะตาของตัวนางเองได้ติดตรึงใจนางอย่างมาก นางรู้สึกเสมอมาว่านางนั้นราวกับเป็นต้นหญ้าไร้ค่าภายในสายตาของผู้อื่น แต่การกระทำของเซียวอวี๋ก็แสดงให้เห็นว่ายังมีชายผู้หนึ่งที่พร้อมจะปกป้องนาง นี่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น นางรู้สึกว่ายังมีผู้คนในโลกนี้ที่ห่วงใยนาง ทำให้นางรู้สึกว่ายังมีความหวังอยู่

"พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล ข้าเพียงแต่หยอกล้อกับพ่อบ้านโม่เท่านั้น ข้าไม่ได้พบหน้าท่านลุงหวังมานานมากแล้ว ดังนั้นข้าจึงคิดถึงเขามากเกินไป ข้าต้องการจะพบเขาโดยเร็วที่สุด....ข้าสามารถพึ่งพาเจ้าได้ใช่หรือไม่พ่อบ้านโม่?" เซียวอวี๋ปฏิบัติตนราวกับลูกแมวน้อยยามหันมากล่าวกับซีเหวิน

"ให้ข้าเข้าพบท่านผู้นำตระกูลหวังตอนนี้ได้หรือไม่?" อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเซียวอวี๋เปลี่ยนเป็นดุร้ายขณะหันกลับมากล่าวกับพ่อบ้านโม่

"ข้าจะนำทางท่านไป.......ท่านลอร์ดของพวกเราต้องการพบหน้าลูกหลานของตระกูลเซียว" พ่อบ้านโม่รู้สึกอับจนปัญญา เขาไม่ต้องการที่จะเสี่ยงเอาชีวิตของตนไปเดิมพันกับลอร์ดอัธพาลผู้นี้ เขาเชื่อว่าเซียวอวี๋กล้าที่จะลงมือโดยไม่สนใจสิ่งใด

"ช่างฉลาดเลือก......อา ข้านั้นรู้สึกละอายยิ่ง ในฐานะชนชั้นสูงและดยุคแล้ว บิดาของข้ามักสั่งสอนให้ข้าประพฤติตัวเป็นสุภาพชนอยู่เสมอ ข้านั้นมักจะจดจำคำกล่าวของบิดาตั้งแต่นั้นมา" เซียวอวี๋ลดดาบขณะที่ยิ้มแย้มให้กับพ่อบ้านโม่ หลังจากนั้นเขาก็ตะโกนไปยังพวกออร์ค "นำของขวัญที่ข้าจัดเตรียมไว้ให้ท่านลุงหวังมา!"

อสูรหนึ่งวิ่งกลับไปยังรถม้าก่อนที่นำของขวัญออกมา

พ่อบ้านโม่ก่นด่าอยู่ภายในใจ 'สุภาพชนงั้นหรือ? ตั้งแต่เมื่อใดกันที่การกระทำอันป่าเถื่อนเช่นนั้นเรียกว่าสุภาพ? ดยุคงั้นหรือ? เจ้าสารเลว! เจ้าอันธพาลที่ป่าเถื่อน!' พ่อบ้านโม่กล่าวสรรเสริญบรรพบุรุษสิบแปดรุ่นของเซียวอวี๋อยู่ในใจ

เซียวอวี๋นำของขวัญที่เขาเตรียมไว้มอบให้บิดาของซีเหวินมาและติดตามพ่อบ้านโม่ไปยังคฤหาสน์ ลีอา กรอมและทิรันด้าต่างติดตามเซียวอวี๋ไป ขณะที่ทิ้งแอนโทนีดาสและเหล่าออร์คไว้เฝ้ารถม้า..........