ตอนที่ 79

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

สีหน้าของทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างเปลี่ยนไปยามได้ฟังถ้อยคำของเซียวอวี๋ อันที่จริงพวกเขาต่างทราบดีว่าเซียวอวี๋ได้มาถึงแล้วกระทั่งก่อนที่เขาจะทันเข้าเมืองมาเสียอีก พ่อบ้านโม่ได้ส่งคนมารายงานล่วงหน้าต่อหวังเทียนหู่ ทว่าพวกเขากลับไม่ใส่ใจต่อขุนนางที่กำลังจะจบสิ้นในไม่ช้าผู้หนึ่ง  มิฉะนั้นหวังเทียนหู่ย่อมไม่แสดงท่าทีเช่นนั้น เขาจะออกไปต้อนรับเซียวอวี๋ด้วยตนเองหากว่าตระกูลเซียวยังคงรุ่งโรจน์อยู่  ถึงกระนั้นดยุคก็ยังคงเป็นดยุค แม้ว่าตระกูลจะตกต่ำลงทว่าศักดิ์ฐานะก็ยังคงอยู่ หากขุนนางชั้นสูงและขุนนางชั้นต่ำกว่ามาพบหน้ากัน เช่นนั้นเขาย่อมต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมและออกไปต้อนรับผู้ที่มีบรรดาศักดิ์สูงกว่า นี่ไม่ใช่กฏของราชวงศ์พยัคฆ์คำรน หากแต่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดต่อกันมาหลายพันปี สังคมถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับการแบ่งชนชั้น ผู้ที่อยู่ในชนชั้นที่ต่ำกว่าจะต้องแสดงความเคารพต่อผู้ที่อยู่ในชนชั้นที่สูงกว่า  มีสถานที่อยู่หลายแห่งที่มักจะดูถูกผู้ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากจักรพรรดิ มีขุนนางระดับล่างที่กล้าจะท้าทายขุนนางที่มีลำดับชั้นสูงกว่า อย่างไรก็ตาม หากว่าขุนนางระดับล่างกล้าที่จะปฏิบัติตัวไม่เคารพขุนนางชั้นสูง นั่นจะหมายความว่าพวกเขากำลังต่อต้านราชวงศ์พยัคฆ์คำรน  ที่จริงแล้วเหล่าผู้ที่อยู่ในห้องโถงต่างกำลังหารือเรื่องการบุกโจมตีดินแดนที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยไมล์กันอยู่ ซึ่งนั่นเป็นผลมาจากการที่ลอร์ดของดินแดนแห่งนั้นแข็งข้อและไม่ยอมส่งมอบเครื่องบรรณาการต่อราชวงศ์ อันที่จริงแล้ว พวกเขาส่วนใหญ่เองก็ไม่ได้ส่งมอบเครื่องบรรณาการออกไปเช่นกัน ทว่าพวกเขาก็ฉวยโอกาศใช้ข้ออ้างว่าดินแดนอื่นๆไม่ยอมส่งเครื่องบรรณาในการรุกรานดินแดนเหล่านั้น  ตระกูลหวังนั้นไม่มีศัตรูอยู่ ณ ที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจดินแดนของเขาอาจจะใช้ข้ออ้างว่าเขาให้การสนับสนุนเซียวอวี๋และเปิดฉากรุกรานดินแดนของตระกูลหวังโดยชอบธรรมได้  นี่เป็นช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน ผู้คนส่วนใหญ่เริ่มที่จะแข็งข้อต่อราชวงศ์ ทว่าพวกเขาก็ยังไม่สามารถออกสิทธิ์ออกเสียงได้มากนัก  นี่ราวกับเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงของประวัติศาสตร์ชาติจีน เหล่าหัวเมืองและดินแดนต่างๆไม่ยอมรับราชโองการจากองค์จักรพรรดิ พวกเขาไม่ได้ส่งเครื่องบรรณาการหรือส่วยภาษีใดๆ ทว่าพวกเขาก็ยังไม่กล้าที่จะแข็งข้ออย่างเปิดเผย มองอย่างผิวเผินผู้ที่ปกครองอาณาจักรอยู่อาจจะเป็นองค์จักรพรรดิ ทว่าความจริงแล้วดินแดนได้ถูกแบ่งออกป็นดินแดนหยิบย่อยมากมาย ด้วยเหตุนี้เอง ทั่วทั้งอาณาจักรจึงเริ่มเข้าสู่ช่วงกลียุค  ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจต่อเซียวอวี๋เพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงบุรุษล้างผลาญที่ไม่มีใดนอกจากดื่มกินและเที่ยวเตร่ไปวันๆ  นี่ต้องตำหนิพ่อบ้านโม่ที่เขาไม่ได้รายงานสถานการณ์ออกไป คราแรกเขาได้ส่งคนส่งสารมาว่า สถานการณ์ของเมืองไลอ้อนกำลังย่ำแย่ นอกจากนี้ในระหว่างทางเขายังไม่ได้รายงานเรื่องที่ว่าเขาได้สูญเสียสร้อยคอเวทย์แก่เซียวอวี๋อีก เขาไม่อาจส่งรายงานนี้ผ่านคนส่งสารได้โดยเด็ดขาด เขาตัดสินใจที่จะรายงานเรื่องนี้ต่อหวังเทียนหู่เป็นสิ่งแรกยามมาถึงคฤหาสน์ตระกูลหวัง ทว่าเขากลับไม่คาดว่าเซียวอวี๋จะแสดงท่าทีราวกับอันธพาลและทำให้พวกเขาต้องเข้ามาถึงก่อนกำหนด  นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังออกคำสั่งให้กรอม ทิรันด้าและเหล่าออร์คสวมใส่ผ้าคลุมเอาไว้เพื่อไม่สะกิดความสนใจของผู้คน เขาไม่ได้เกรงกลัวว่าจะเกิดปัญหา ทว่าเขาไม่ชื่นชอบการเป็นจุดสนใจ พวกออร์คและเอลฟ์ต่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่หาได้ยากในโลกใบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นรูปลักษณ์ของทิรันด้ายังสะกดข่มผู้คนทั้งโลก  ด้วยเหตุนี้เองยามเมื่อทิรันด้าและกรอมเข้ามาภายในห้องโถง ผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถงต่างคิดว่าพวกเขาเป็นเพียงผู้คุ้มกันธรรมดาทั่วไป พวกเขาจะไม่แสดงออกอย่างยิ่งยโสเช่นนี้หากพวกเขาทราบว่าเซียวอวี๋มีออร์คและเอลฟ์เป็นผู้คุ้มกัน  เซียวอวี๋อุ้มมังกรน้อยเอาไว้ ทว่ามันยังอายุน้อยเกินไปและกระทั่งยังไม่มีเขางอกเงยออกมา ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงคิดว่ามันเป็นเพียงสัตว์อสูรชั้นสูงที่มีรูปลักษณ์คล้ายมังกรเท่านั้น  แม้กระนั้นเขาก็ยังได้ชื่อว่าเป็นดยุค เซียวอวี๋กระทั่งได้รับสืบทอดบรรดาศักดิ์แกรนดยุคแห่งราชวงศ์พยัคฆ์คำรนต่อจากเซียวซานเทียนผู้เป็นบิดา  หวังเทียนหู่เป็นเพียงเคาท์ผู้หนึ่ง ลำดับชั้นของเขายังต่ำกว่าดยุคอยู่มาก แม้ว่าในแง่ความสัมพันธ์แล้วหวังเทียนหู่จะเป็นผู้อาวุโสของเซียวอวี๋ แต่เนื่องจากบรรดาศักดิ์ของเซียวอวี๋แล้ว หวังเทียนหู่ยังต้องออกมาแสดงความเคารพ  เซียวอวี๋เองก็ย่อมไม่ให้ความเคารพหวังเทียนหู่ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นไม่ได้ให้ความเคารพใดๆต่อเขา  กฏทั้งหมดทั้งมวลของราชวงศ์พยัคฆ์คำรนอนุญาติให้เซียวอวี๋กระทำตัวเช่นนี้ได้  นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังกล้ากล่าวออกมาว่าเขาจะปลดเอิร์ลหยุนออกจากตำแหน่ง นี่เป็นการกล่าวออกมาจากขุนนางที่มีอำนาจเช่นเซียวอวี๋ ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเอิร์ลหยุนอาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่งจริงๆ  ทุกผู้ที่อยู่ภายในห้องโถงนั้นราวกับโดนสายฟ้าฟาด พวกเขาทั้งหมดลุกขึ้นยืนในทันที หวังเทียนหู่ หวังฮุ่ย ผู้ใช้มนตราขั้นที่สามและอื่นๆล้วนลุกขึ้นยืน พวกเขาจะไม่รู้สึกเกรงกลัวหากวาจาเหล่านี้ถูกกล่าวจากปากดยุคคนอื่นๆ ทว่าพวกเขาทราบว่าเซียวอวี๋นั้นต่างออกไป เขาเป็นถึงแกรนดยุคและบิดาของเขาเองก็ได้ทุ่มเทปกป้องอาณาจักรแห่งนี้เอาไว้ องค์จักรพรรดิจะไม่จดจำหรือให้ความสำคัญใดๆเลยหากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น แต่เซียวอวี๋นั้นกลับเป็นคนในกลุ่มที่องค์จักรพรรดิจะต้องให้ความใส่ใจ  พวกเขาอาจจะลงมือสังหารเซียวอวี๋ได้อย่างเงียบๆโดยไม่มีผู้ใดตรวจสอบสถานการณ์ นี่เป็นวิธีการที่แคร์รี่จะใช้ อย่างไรก็ตาม การต่อต้านแกรนดยุคโดยซึ่งหน้านั้นเทียบได้กับการแข็งข้อต่อองค์จักรพรรดิ นี่นับเป็นความผิดที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง  "หลานชายอวี๋ ลุงของเจ้าไม่ได้ออกไปต้อนรับเนื่องจากไม่ทราบว่าเจ้าได้มาถึงแล้ว นี่เป็นความผิดของพ่อบ้านโม่ที่ไม่ได้แจ้งต่อข้า เขาจะต้องได้รับการลงโทษอย่างแน่นอน" หวังเทียนหู่ยิ้มออกมาและพยายามเปลี่ยนบรรยากาศ  หวังเทียนหู่นั้นมีวาทศิลป์ของนักการเมือง จะอย่างไรเขาก็ปกครองดินแดนที่เฟื่องฟูนี้มาหลายปี  เซียวอวี๋โบกมือขณะที่ยิ้มออกมา "ข้าไม่กล้าให้ท่านลุงหวังออกมาต้อนรับถึงหน้าประตูเมืองหรอก คำกล่าวของข้าไม่ได้หมายถึงท่าน"  เซียวอวี๋ก่นด่าสาปแช่งอยู่ในใจ "ไม่ทราบงั้นหรือ? เจ้าเฒ่าเจ้าเล่ห์! ข้าไม่ได้ต้องการใช้ศักดิ์ฐานะมากดดันเจ้า ทว่ามารดาของเจ้ากลับอบรมเจ้ามาไม่ดี! หากว่าข้าไม่ได้เห็นว่านี่เป็นสถานที่ของเจ้า ข้าคงไม่ให้ความสำคัญใดๆต่อตัวบัดซบเช่นนี้!"  เซียวอวี๋มองไปที่หญิงรับใช้ "นำชามาให้ข้า ข้าคร้านที่จะเสวนากับคนปัญญาอ่อนเหล่านี้แล้ว"  หญิงรับใช้นางนั้นไม่กล้าละเลยคำสั่งของเซียวอวี๋เมื่อเห็นว่ากระทั่งหวังเทียนหู่เองก็ยังต้องลุกยืนให้กับเซียวอวี๋  เซียวอวี๋รับชามาจิบก่อนจะกวาดมองผู้คน "นั่งลงเถอะ เหตุใดพวกท่านถึงยืนเช่นนั้น? ข้าเป็นแค่เพียงผู้เยาว์เท่านั้น....."  เซียวอวี๋ดูราวกับอันธพาลผู้หนึ่งที่ใช้ตำแหน่งฐานะในทางที่ผิด.......