ตอนที่ 216

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋กลับมาที่ดินแดนไลอ้อนเพื่อตรวจสอบหมู่บ้านที่ถูกปล้นสะดม เขาพบว่าทุกคนภายในหมู่บ้านล้วนถูกฆ่าตายไม่มีเหลือ พวกโจรฆ่ากระทั่งเด็กเล็ก เซียวอวี๋นำศพทั้งหมดมากองรวมกันแล้วทำพิธีเผา มนุษย์จะไม่กระทำกับมนุษย์ด้วยกันเช่นนี้ มีเพียงสัตว์เดรัจฉานที่จะกระทำ

มีก้อนหินภายในหมู่บ้านถูกสลักข้อความเอาไว้ มันถูกเขียนด้วยเลือด "สุบารุคืนหวนแล้ว!"

เซียวอวี๋จ้องมองอย่างเรียบเฉย หากแต่บรรยากาศรอบตัวค่อยๆแผ่กลิ่นอายฆ่าฟัน สุบารุถือเป็นภัยคุกคามที่แท้จริง เซียวอวี๋ไม่อาจสังหารมันได้ ตอนนี้มันกำลังหาทางล้างแค้นเขา

"จักรวรรดิเมฆาตะวันตก....พวกเจ้าจะเป็นรายต่อไป" เซียวอวี๋พึมพำ

เขาทราบดีว่าไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องทำสงครามกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตก เซียวอวี๋สั่งให้พวกฮิปโปกริฟคอยลาดตระเวนพื้นที่และให้รายงานหากพบเจอกองทหารม้าของจักวรรดิ หลังจากนั้นเขาจึงเดินทางกลับไปยังเมืองไลอ้อนเพื่อวางแผนรับมือ

เขาต้องหาเหตุผลที่จักรวรรดิทำเช่นนี้ หรือนี่เป็นเพียงการล้างแค้นของสุบารุ? คนของจักรวรรดิเมฆาใช่มีความคิดจะบุกโจมตีดินแดนไลอ้อนหรือไม่?

ดินแดนไลอ้อนเป็นเขตกันชนระหว่างจักรวรรดิเมฆาและอาณาจักรพยัคฆ์คำรน พื้นที่เกิดความวุ่นวายมาหลายพันปี กระนั้นสถานการณ์ของมันก็สงบขึ้นมากหลังจากเซียวอวี๋กวาดล้างกลุ่มโจรไป

ไม่แปลกใจที่เหล่าระดับสูงของจักรวรรดิจะรู้สึกเป็นภัยคุกคาม พวกเขาพบว่ามันไม่เหมือนแต่ก่อน ตอนนี้เป็นเพียงเรื่องของเวลาที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะเปิดฉากโจมตี

เซียวอวี๋ไม่ได้รู้สึกดูหมิ่นจักรพรรดิของจักรวรรดิเมฆา ทั้งสองฝ่ายต่างตั้งประจันหน้ากันมาเนิ่นนาน ยิ่งไปกว่านั้นดินแดนของจักรวรรดิยังมีขนาดใหญ่กว่า กระนั้นพวกเขาก็ไม่ได้มีพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ดังเช่นอาณาจักรพยัคฆ์คำรน

อย่างไรก็ตาม กองทัพของจักรวรรดิเข้มแข็งกว่ามาก ทัพม้าของพวกเขายิ่งใหญ่เกรียงไกร เช่นนั้นแล้วเซียวอวี๋จะสามารถรับมือกับจักรวรรดิได้อย่างไรหากสงครามปะทุขึ้น? ทั้งปัญหาภายในและภายในอกต่างรุมเร้าไม่หยุด

เซียวอวี๋ขบคิดหาวิธีรับมือกับพวกจักรวรรดิ ตามประวัติศาสตร์แล้วพวกเขาก็คล้ายกับนักรบชาวซฺยงหนู พวกเติร์กและมองโกลต่างต่อสู้แย่งชิงกับชาวฮั่นก็เพราะชนชาติของพวกเขาเป็นชนเผ่าเร่ร่อน มันยากที่จะจัดการกับชนเผ่าเช่นนี้

ชนเผ่าเร่ร่อนก็เปรียบสายลม ท่านไล่ติดตาม พวกเขาก็หลบหนี ท่านไม่ออกไล่ พวกเขาก็จะหันกลับมาโจมตี

ทางฝั่งตะวันตกของดินแดนไลอ้อนเป็นทะเลทรายและทุ่งหญ้า เป็นเพียงเรื่องโง่เขลาที่จะรบพุ่งกับทัพม้าในทุ่งกว้าง จักรพรรดิชาวฮั่นได้ส่งทหารจำนวน 50,000 นายไปรบกับชาวซยงหนู แล้วเขาจะไปหาทหารม้าชั้นยอดได้จากไหน?

การมีทัพม้าชั้นยอดหนึ่งแสนนายนั้นหมายถึงอะไร? ราชวงศ์ฮั่นต้องใช้เงินตราเกือบครึ่งหนึ่งของคลังเพื่อให้ได้หน่วยทหารม้าชั้นยอดจำนวนมาก เซียวอวี๋เพียงปกครองดินแดนอันขาดแคลนขนาดเล็ก แล้วเขาจะไปหาเงินมากมายมาจากไหน? ดินแดนของเขาเทียบเท่ากับราชวงศ์ฮั่นที่เฟื่องฟูได้งั้นหรือ?

ค่าบำรุงรักษาในแต่ละวันก็สูงยิ่ง จำต้องใช้เงินมหาศาล

เซียวอวี๋คงไม่มีปัญหานี้หากเขาสามารถอัญเชิญนักรบจากระบบออกมาได้ไม่จำกัด เขาคงจะสร้างไรเดอร์ออกมา 10,000 นายเพื่อเอาชนะ น่าเสียดายที่ตอนนี้เขามีไรเดอร์เพียง 600

เซียวอวี๋เรียกเหล่าแม่ทัพนายกองเข้ามาหารือเกี่ยวกับการรับมือจักรวรรดิเมฆาตะวันตก อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดคิดหาหนทางรับมือหรือเหตุผลการกระทำของจักรวรรดิได้

หลังจากหารืออยู่เนิ่นนาน เซียวอวี๋ก็ตัดสินใจได้ "ข้าจะเดินทางไปยังจักรวรรดิเมฆาตะวันตก"

แน่นอนว่าทั้งหมดต่างพยายามเกลี้ยกล่อมเซียวอวี๋เนื่องเพราะมันเสี่ยงเกินไป

เซียวอวี๋อมยิ้ม "ในครั้งนี้ไม่มีอันตรายหรอก มีขวบนพ่อค้ามากมายที่เข้าไปแลกเปลี่ยนสินค้าในจักรวรรดิ ข้าจะปลอมเป็นพ่อค้า ข้าจะต้องทราบความคิดของพวกมันก่อนที่สงครามจะเริ่ม ก็อดฟาร์เธอร์เคยกล่าวเอาไว้ว่า ศัตรูที่น่ากลัว คือคนใกล้ตัว..."

"ก็อดฟาร์เธอร์คือใครหรือขอรับ?" มู่หลี่ถามออกมา

เซียวอวี๋หัวเราะก่อนหล่าวหยอกล้อ "ก็อดฟาร์เธอร์เป็นคนดังไม่ใช่น้อย เจ้าไม่รู้จักเขาหรือ?"

เซียวอวี๋ทราบว่าก่อนจะเดินทางไปจักรวรรดิเมฆาตะวันตกนั้น เขาจะต้องสังหารสุบารุเสียก่อน สุบารุนั้นเคยเห็นเซียวอวี๋มาแล้ว เขาอาจจะก่อปัญหาขึ้นได้

"สุบารุ...เจ้าไม่ควรกลับมาเลย" เซียวอวี๋กล่าวอย่างเย็นชา

ตอนนี้มันแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นเซียวอวี๋ไม่มีกำลังพอจะต่อกรกับสุบารุ ทว่าตอนนี้เขาอยู่ในระดับ 20 ซึ่งแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุกทธ์ขั้นที่สาม เขาสามารถสังหารสุบารุได้แม้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในขั้นที่สี่ก็ตาม เซียวอวี๋คงกังวลหากจักรวรรดิโจมตีเข้ามา แต่ตอนนี้มีเพียงแค่สุบารุเท่านั้น

เซียวอวี๋มีฮิปโปกริฟ 300 ตัว แบทไรเดอร์ 1,000 ตน ไรเดอร์ 600 ตน ทหารม้า 700 นายซึ่งเพียงพอจะจัดการกับทหารม้าชั้นยอดของจักรวรรดิได้นับพัน

ในตอนแรกเซียวอวี๋ยังกังวลเกี่ยวกับทหารม้าที่อัญเชิญมาในเรื่องของความความเร็วและความอดทนเพราะพวกเขาต่างสวมใส่เกราะหนัก ทว่าหลังจากผ่านไป เขาก็พบว่าเกราะหนักไม่ได้มีผลต่อความเร็วม้าของพวกเขา บางทีมันอาจจะเป็นเพราะม้ามาจากระบบ พวกมันจึงแข็งแรงมาก

ม้าเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินว่าทหารม้าจะยอดเยี่ยมหรือไม่ ที่ทหารม้าของจักรวรรดิเมฆาตะวันตกนั่นไร้ผู้ต้านก็เนื่องมาจากพวกเขามีม้าชั้นดีไว้ในครอบครองนับไม่ถ้วน อาณาจักรพยัคฆ์คำรนเทียบไม่ได้กับพวกเขาในเรื่องนี้

เขตปกครองของจักรวรรดินั้นเหมาะแก่การเพาะเลี้ยง กล่าวกันว่ามีม้าสายพันธุ์ที่เรียกว่า "อัสนี" อยู่ในดินแดนของจักรวรรดิ พวกมันสูงใหญ่กว่าม้าโดยทั่วไป อาชาเหล่านั้นไม่เกรงกลัวพยัคฆ์ ทั้งยังปราดเปรียวดุจสายลม ทัพม้าที่ขี่ม้าเช่นนั้นเพียง 100 คนก็สามารถรับมือทัพม้าทั่วไปที่มีจำนวนมากกว่าสิบเท่าได้โดยไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ยังมีพวกไรเดอร์ซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าทัพม้า

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังรอคอยให้ทหารม้าของเขาเพิ่มระดับขึ้นเป็น 10 ถึงตอนนั้นเขาเชื่อว่าความเร็วทหารม้าของเขาคงไม่ด้อยไปกว่าอาชาอัสนีอันเลื่องชื่อ

สุบารุไม่ได้เปิดเผยตัวออกมาโดยง่ายเพราะเพียงมีพวกฮิปโปกริฟคอยสอดส่อง พวกเอลฟ์ก็มีสายตาที่ดีอย่างมาก ทว่าเขาก็ไม่อาจหลบซ่อนได้ตลอดไป ด้วยเหตุนั้นสุบารุจึงตัดสินใจที่จะโจมตีในยามค่ำคืน เขาเชื่อว่าตนจะสามารถหลบเลี่ยงพวกที่บินอยู่บนท้องฟ้าได้ภายใต้ความมืด

ผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็วแกร่งสามารถตรวจพบพวกฮิปโปกริฟได้ในยามค่ำคืน อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ตระหนักถึงความสามารถอันยอดเยี่ยมของเหล่านักล่า นักล่าส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในระดับ 10 ที่ระดับ 10 พวกเขาจะสามารถติดตั้งเซนตี้หวาดเพื่อสอดส่องพื้นที่บริเวณนั้นได้

สุบารุผิดพลาดที่เลือกโจมตีหมู่บ้านของเซียวอวี๋

ขณะที่กลุ่มของสุบารุกำลังบุกเข้าไปภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งนั้น พวกเขาก็ต้องเผชิญกับพวกนักล่า ไรเดอร์และทหารม้า พวกฮิปโปกริฟเองก็อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

"สุบารุเอ๋ย คืนนี้เจ้าจะหนีไปที่ใดได้?" เซียวอวี๋ยิ้ม

สุบารุตกตะลึงเมื่อเห็นเซียวอวี๋ เขาตอบกลับอย่างเย็นชา "เซียวอวี๋! เมืองไลอ้อนจะเจิ่งนอนไปด้วยเลือดในไม่ช้านี้!" หลังจากตะโกนออกมา สุบารุและคนของเขาก็หันหลังหลบหนี เขาเชื่อว่าตนจะสามารถหนีออกไปได้อย่างแน่นอนเพราะพวกมันมีม้า

กระนั้น เขากลับผิดมหันต์!

หมาป่าแหงนหน้าส่งเสียงหอนขณะที่พวกไรเดอร์ออกไล่ล่าพวกมัน......