ตอนที่ 208

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋คิดว่าจำนวนนักรบที่เขาสามารถควบคุมได้สมควรเพิ่มขึ้นไปเป็น 8,000 นายหลังจากเลื่อนระดับชั้น

สาเหตุที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้นเป็นเพราะว่าเริ่มแรกเขามีนักรบ 200 นาย จากนั้นจึงเป็น 500 นาย ตามด้วย 1,000 นาย 2,000 นาย 4,000 นาย เมื่อวัดด้วยอัตราส่วนก่อนหน้านี้ ตอนนี้เขาสมควรมีนักรบ 8,000 นาย เรื่องจำนวนนักรบเป็นจุดอ่อนของเขา

เซียวอวี๋หดหู่อยู่ครึ่งค่อนวัน จากนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปตรวจสอบหน้าต่างอื่น อาวุธและนักรบที่สามารถอัญเชิญชุดใหม่นั้นทรงพลังอย่างมาก หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจนเขามีนักรบ 100,000 นาย ถึงตอนนั้นก็ไม่มีผู้ใดต้านทานเขาได้แล้ว ดูเหมือนว่าระบบจะทำการปรับสมดุลจำนวนนักรบด้วยความแข็งแกร่งของเหล่านักรบและอาวุธที่ทรงพลังแทน

เซียวอวี๋กำลังคิดที่จะอัพเกรดฐานทัพแห่งที่สอง เขาวางแผนที่จะโจมตีดินแดนของโซโลมอน ดังนั้นตอนนี้เขาเพียงขาดแคลนอาวุธตีเมือง ยูนิตที่เหมาะสมที่สุดในการล้อมตีเมืองก็คือ ยักษ์ศิลา

ร่างกายอันใหญ่โตของมันล้วนเป็นศิลาซึ่งสามารถใช้ร่างกายกระแทกทำลายประตูเมืองได้ นอกจากนั้นแล้วพวกมันยังสามารถหยิบจับต้นไม้ขนาดใหญ่ขึ้นมากวาดฟาดใส่ศัตรู

เซียวอวี๋คิดอยู่นานว่าจะเลือกอัพเกรดฐานทัพมนุษย์หรือเอลฟ์ดี ในตอนนี้เขาลพทิ้งความคิดที่จะอัพเกรดฐานทัพอันเดดไปก่อน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็เลือกอัพเกรดฐานทัพเอลฟ์ ไม่ใช่เพียงยักษ์ศิลาที่เพิ่มเข้ามา จำนวนเครื่องจู่โจมที่ควบคุมได้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 50 แล้วเช่นกัน

นอกจากนี้เขายังสามารถอัญเชิญ ฮิปโปกริฟ แฟรี่ดราก้อนและดรูอิดแห่งทารอนได้ ยูนิตเหล่านี้ล้วนแต่แข็งแกร่งยิ่ง หากควบคุมอย่างชาญฉลาดกระทั่งต่อกรกับกองทัพนับแสนก็ไม่มีปัญหา

นักรบอัญเชิญนั้นไก้เปรียบเรื่องคุณภาพ ซึ่งความจริง ยิ่งจำนวนคนน้อยเท่าใดก็ยิ่งง่ายต่อการควบคุมบัญชาการเท่านั้น ความคล่องตัวที่สูงและประสิทธิภาพในการต่อสู้ก็เป็นข้อดีเช่นกัน เซียวอวี๋กล่าวปลอบโยนตัวเองด้วยความคิดเช่นนี้

จะอย่างไรการอัพเกรดฐานทัพก็ถือเป็นเรื่องดี

เขายังสามารถอัญเชิญฮีโร่เผ่าพันธุ์เอลฟ์ออกมาได้อีกเมื่อฐานทัพได้รับการอัพเกรด ทว่าเขากลับเกิดความรู้สึกสับสน มัลฟิเลี่ยนเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะเลือกของฐานทัพเอลฟ์ นั่นก็เพราะว่าเขาไม่ใช่ฮีโร่ที่เหมาะกับการปะทะในแนวหน้า

เซียวอวี๋คิดไม่ตกระหว่างอิลลิดัน สตอร์มเรจและเมอีฟ ชาโดว์ซอง ทั้งสองคนนี้ต่างเป็นฮีโร่ระยะประชิดที่แข็งแกร่ง

หลังจากครุ่นคิดอยู่เกือบนาทีสุดท้ายเซียวอวี๋ก็เลือกเมอีฟ มันย่อมดีกว่าเป็นไหนๆหากได้ยลโฉมสาวงามดีกว่าต้องทนมองบุรุษอันหยาบกร้าน

เซียวอวี๋ชื่นชอบดาบคู่ของอิลลิดัน ทว่าเขาเป็นปีศาจซึ่งจะทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นได้ พวกปีศาจนั้นมีชื่อเสียงที่ดีกว่าพวกอันเดดเล็กน้อย กระนั้นเซียวอวี๋ทราบว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเกลี้ยกล่อมผู้คน ทว่าเมอีฟนั้นต่างนั้นออกไป นางทั้งงดงามและสามารถช่วยเหลือทิรันด้าในการนำเผ่าพันธุ์เอลฟ์ได้

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังทราบว่าอิลลิดันกับทิรันด้ามีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือ เขาคงหดหู่อย่างมากหากต้องมานั่งมองอิลลิดันกับทิรันด้านั่งพลอดรักกัน ความสัมพันธ์ของฮีโร่เอลฟ์ทั้งสี่ซับซ้อนอย่างมาก ทิรันด้าและมัลฟิเลี่ยนสมควรครองคู่กัน ทว่าอิลลิดันก็หลงรักนาง มัลฟิเลี่ยนและอิลลิดันเป็นพี่น้องกัน นอกจากนี้เมอีฟยังมีความรู้สึกที่คลุมเครือต่ออิลลิดัน บางทีเมอีฟอาจรู้สึกหึงหวงอิลลิดัน?

ในความเป็นจริงความสัมพันธ์ระหว่างฮีโร่ทั้งหมดค่อนข้างสลับซับซ้อน เช่นเดียวกับความสัมพันธ์อันหยุ่งเหยิงระหว่างฮีโร่เผ่ามนุษย์และอันเดด อูเธอร์เป็นอาจารย์ของอาทร์ทัส ขณะที่แอนโทนีดาสเป็นอาจารย์ของเคลธูซาด ซึ่งอาร์ทัสเป็นผู้สังหารอูเธอร์ ขณะที่ฝั่งเคลธูซาดเป็นผู้สังหารแอนโทนีดาส

ทั้งคู่ต่างเป็นศิษย์ที่สังหารอาจารย์ของตน นี่จึงเป็นเหตุผลให้เซียวอวี๋ไม่ต้องการให้พวกเขาพบหน้ากันสักเท่าใด เขาไม่ทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาได้พบกันจริงๆ เมอีฟจะยังพยายามสังหารอิลลิดันอีกหรือไม่?

โชคดีที่เขาเป็นเจ้านายและภายใต้สถานการณ์ปกติ เหล่าฮีโร่จะไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขา เขาคิดว่าเหล่าฮีโร่สมควรอยู่กันแบบสันติได้ ขณะที่เซียวอวี๋กำลังขบคิดเรื่องราวมากมาย พวกเขาก็ได้มาถึงเมืองไลอ้อนแล้ว เหล่านักผจญภัยที่เขาไปยังเทือกเขาอัลคาเกนต่างก็พักผ่อนอยู่ภายในดินแดนไลอ้อนด้วยเช่นกัน

พวกนักผจญภัยต่างเบิกตากลมโตด้วยความโลภเมื่อได้เห็นว่าเซียวอวี๋นำพวกออร์คและเอลฟ์กลับมาด้วยมากมาย เซียวอวี๋พาพวกออร์คและเอลฟ์ไปยังฐานทัพออร์คและเอลฟ์ทันที เขาย่อมไม่ปล่อยให้พวกเขาพักอาศัยอยู่ภายในเมือง นอกจากนี้เขายังถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยลาดตระเวนสังหารผู้ใดก็ตามที่เข้ามาในรัศมี 500 เมตรจากฐานทัพได้ทันที

พวกออร์คและเอลฟ์ต่างตกตะลึงเมื่อได้เห็นโพรง ค่ายทหาร บ่อจันทรา ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร ต้นไม้แห่งชีวิต ต้นไม้แห่งสงคราม แท่นบูชาแห่งวายุและสิ่งก่อสร้างอื่นๆของทั้งสองฐาน

พวกเขาเคยได้ยินคำบอกเล่าสืบทอดต่อกันมาถึงสิ่งก่อสร้างโบราณเหล่านี้ ทว่าพวกเขาคิดว่าสิ่งก่อสร้างภายในฐานทั้งสองยัง 'เหนือ' ยิ่งกว่าที่ร่ำลือกันเสียอีก พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นพวกมันด้วยตาของตนเอง

เริ่มแรก เหล่าเอลฟ์จากพงไพรและเอลฟ์ชั้นสูงยังรู้สึกลังเลที่ต้องละทิ้งเทือกเขาที่พวกเขาอาศัยอยู่มานับพันปีไป มาตอนนี้ พวกเขาพลันคุกเข่าลงกราบกรานทิรันด้าอีกครั้งเมื่อได้เห็นบ่อจันทราที่มีละอองเวทมนตร์และต้นไม้แห่งชีวิต

พวกเอลฟ์ต่างใช้ชีวิตโดยไม่ได้รับพลังจากต้นไม้แห่งชีวิตและบ่อจันทรามาเนิ่นนาน พวกเาต่างรู้สึกราวกับฝันไป

เผ่าพันธุ์เอลฟ์จะขาดต้นไม้แห่งชีวิตไปได้อย่างไร? พวกเขาพลันรู้สึกเชื่อมั่นขึ้นมาว่าทิรันด้าย่อมสามารถพาพวกเขาไปสู่ความรุ่งเรืองได้อีกครา พวกออร์คนั้นเรียบง่ายกว่ามาก พวกเขาพลันจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองขึ้นทันที

เซียวอวี๋ยังไม่รีบร้อนอัญเชิญฮีโร่และนักรบใหม่ออกมา เขามุ่งหน้ากลับเมืองไลอ้อน เขาต้องการทราบสถานการณ์ล่าสุดของดินแดน

เขาไม่มีความวิตกกังวลสำหรับเรื่องการบุกจู่โจมดินแดนของโซโลมอน เขาลากถ่วงมันมาเนิ่นนานแล้ว เพียงรออีกสักหน่อยจะเป็นไรไป เขาเชื่อว่ากองทัพของเขย่อมสามารถสังหารแคร์รี่และลบชื่อดินแดนโซโลมอนออกไปจากแผนที่โลกได้

มู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยมารอต้อนรับเขาที่ประตูเมือง เหล่านักล่าที่ลาดตระเวนอยู่ได้กลับมารายงานว่าเซียวอวี๋กำลังกลับมา

เซียวอวี๋เปิดปากถาม "มู่หลิงกลับมาแล้วหรือไม่?"

เซียวอวี๋ไม่ได้พบกับมู่หลิงเลยนับตั้งแต่เข้าสู่เทือกเขาอัลคาเกน มู่หานและหลินมู่เสวี่ยนั้นอยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา พวกนางต่างกินดีอยู่ดี

มู่หลี่ตอบคำ "กลับมาแล้วขอรับ ขอบคุณท่านลอร์ด"

เซียวอวี๋พยักหน้า "มีนักผจญภัยอย่างน้อยครึ่งหนึ่งตกตายอยู่ในเทือกเขา สถานการณ์ของดินแดนโซโลมอนเป็นอย่างไรบ้าง? มีความเคลื่อนไหวใดหรือไม่?"

"เหล่าไรเดอร์ที่ส่งไปก่อกวนตามเมืองและหมู่บ้านได้สร้างปัญหาต่อโซโลมอนอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น พวกวิญญาณและกูลเองก็มักเข้าจมตีดินแดนของมัน ความแข็งแกร่งของพวกมันจึงอ่อนแอลงทุกวัน มีผู้คนหลบหนีออกไปไม่น้อย..."

เซียวอวี๋ผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ ทุกอย่างต่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์

เซียวอวี๋สอบถามถึงเรื่องการฝึกฝนไพร่พลของดินแดน เมืองไลอ้อนนั้นมีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร นอกจากนี้แล้ว ด้วยนโยบายใหม่ ผู้คนต่างกระตือรือร้นที่จะขวนขวายเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

เซียวอวี๋ได้จัดสรรที่พักให้กับอัลม่า จากนั้นจึงไปยังจวนเจ้าเมืองเพื่อหารือกับหัวหน้าทหารฮุ่ยต่อ

หลังจากนั้นไม่กี่วันเหล่านักผจญภัยต่างทยอยเดินทางออกจากเมืองไลอ้อน กระนั้นก็ยังมีบางคนไม่ละทิ้งความพยายามที่จะจับตัวพวกเอลฟ์ แน่นอนว่าคนเหล่านั้นย่อมไม่มีจุดจบที่ดี เซียวอวี๋สั่งห้ามไม่ให้เอลฟ์เพศเมียออกจากฐานทัพ เหล่านักล่าเองก็ไม่ได้ออกลาดตระเวนโดยลำพัง

เซียวอวี๋ได้ตัดศีรษะและห้อยเอาไว้ที่ปากประตูเมือง มีบางคนมาจากดินแดนหรือตระกูลที่ทรงอิทธิพล เขาได้ล่วงเกินผู้คนไปมากมายอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจอีกหากจะเพิ่มจำนวนเข้าไป หากมีความสามารถก็มาทวงถามที่เขา!

เซียวอวี๋เลือกอัพเกรดฐานทัพเอลฟ์หลังเหล่านักผจญภัยเริ่มออกไปจากดินแดน เขาเลือกอัญเชิญเมอีฟและยักษ์ศิลาออกมา

การตีเมืองจะง่ายดายขึ้นมากเมื่อมีพวกยักษ์ศิลาอยู่ในกองทัพ.......