ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าพวกมันมีเพียงออร์ค 500 ตนหรอกหรือ? พวกมันมีบาริสตามากมายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ทั้งยังยิงได้รวดเร็วปานนี้.." ผู้บัญชาการคร่ำครวญอยู่ในใจ
ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาได้สังเกตการยิงบาริสต้าของศัตรู เขาคาดว่าเซียวอวี๋จะต้องมีบาริสต้าอย่างน้อยก็หลักร้อยจึงจะก่อให้เกิดการยิงเช่นนี้ได้ ทว่าเซียวอวี๋มีออร์คเพียงแค่ 500 ตน เช่นนั้นเขาจะยิงได้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ได้อย่างไร?
เดิมทีผู้บัญชาการคิดว่าเขาจะสามารถสังหารพวกออร์คทั้งหมดโดยการกชใช้รูปขบวนสิบคน ทว่าเขากลับไม่เคยคาดคิดว่าจะพ่ายแพ้อย่างยับเยินเช่นนี้ได้
เครือข่ายการติดต่อสื่อสารยังไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ทราบว่าเซียวอวี๋ได้ซื้อเครื่องบาริสต้าจากเมืองติโต นอกจากนี้ บาริสต้ายังถูกคลุมปิดเอาไว้ด้วยผ้า ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงไม่อาจทราบได้ว่ามันเป็นสิ่งใด ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยสอดแนมและมือสังหารทั้งหมดยังถูกจับกุมและสังหารโดยทิรันด้าและลีอา ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงไม่อาจทราบได้ว่าเซียวอวี๋ได้จัดเตรียมอาวุธสงครามไว้แล้ว
แต่แม้จะรู้ว่าเซียวอวี๋ได้ซื้อเครื่องบาริสต้าจากกลุ่มการค้าวอร์แฮมเมอร์ พวกเขาก็จะคิดว่าเซียวอวี๋จะต้องนำพวกมันกลับไปใช้ที่เมืองไลอ้อน พวกเขาไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะใช้มันต้านทานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นนี้ ในโลกนี้มีเพียงอาวุธเวทอันทรงพลังเท่านั้นที่สามารถครอบครองอำนาจทำลายเช่นนี้ได้ บาริสต้าจะกลายเป็นไร้ประโยชน์หากเปลี่ยนเป็นอยู่ในมือผู้อื่น พวกเขาจะใช้พวกมันไม่ได้ดังเช่นกับที่เซียวอวี๋ใช้ ประการแรกเลย วิธีการยิงของเซียวอวี๋นี้ต่อเนื่องจนเกินไป ประการที่สองพวกออร์คนั้นทรงพลังพอจะใช้เครื่องบาริสต้าราวกับหน้าไม้ธรรมดาที่เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก
ยิ่งไปกว่านั้น บาริสต้าโดยทั่วไปอย่างมากที่สุดก็มีช่องยิงเพียง 3 ช่องท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงความแม่นยำที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม บาริสต้าที่เซียวอวี๋จัดสร้างขึ้นนี้กลับมีถึง 5 ช่อง แม้ว่าจะไม่แม่นยำนัก ทว่าพื้นที่ครอบคลุมกลับมีมากกว่าความคิดเช่นนี้ได้ขัดแย้งกับกลยุทธ์ทางทหารของผู้คนในทวีปแห่งนี้
ลองจินตนาการยามเมื่อปืนกลถูกคิดค้นโดยแม็กซิมและแก็ตลิง แม็กซิมนั้นไม่ได้รับการยอมรับจนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อย่างไรก็ตาม มันได้กลายมาเป็นเครื่องจักรสังหารที่สังหารผู้คนไปมากที่สุดในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และเนื่องจากปืนกลนี้เอง ผู้คนหลายสิบล้านคนต้องล้มตายลงโดยไม่เคยประสบพบเจอกับสงครามเช่นนี้มาก่อนในหน้าประวัติศาสตร์
แม้แต่ผู้คนในสมัยนั้นเองก็ทราบถึงความสำคัญที่ปืนกลจะนำมาสู่สงคราม แล้วผู้คนในยุคนี้จะเข้าใจแนวคิดของบาริสต้า 5 ช่องยิงได้อย่างไร?
เซียวอวี๋สั่งให้พวกออร์คคอยวิ่งไปเก็บหอกกลับมา แม้ว่าพวกเขาจะมีหอกอย่างเพียงพออยู่ก็ตาม แต่เขาก็ยังคงคิดจะสำรองเอาไว้ ฝ่ายศัตรูไม่ได้ส่งคนมาโจมตียามที่พวกออร์ควิ่งลงมาเก็บหอกกลับไป พวกเขาเกรงว่าเซียวอวี๋จะซ่อนแผนการเอาไว้
พวกเขาเคยติดกับเมื่อขวานบินถูกนำมาใช้ไปหนหนึ่งแล้ว พวกเขาไม่ต้องการจะผิดพลาดซ้ำรอยเดิมอีก การต่อสู้กลายเป็นลากถ่วงอีกครา
..............................
.............................
เซียวอวี๋สั่งให้พวกออร์คบางส่วนอยู่ลาดตระเวนขณะให้พวกที่เหลือพักผ่อนนอนหลับ มิฉะนั้นหากปล่อยให้พวกมันยืนนิ่งต่อไปก็เป็นการเปล่าประโยชน์
ผู้บัญชาการแทบจะกระอักเลือดเมื่อพบเห็นว่าพวกออร์คขณะลาดตระเวนก็ยังหัวเราะและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน! นี่มันข่มเหงกันเกินไปแล้ว!
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำอย่างไรได้ เขาไม่กล้าที่จะบุกและต้องเผชิญผลลัพธ์เช่นเดียวกับก่อนหน้า
พวกเขาไม่ได้อยู่ในประเทศคาห์น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถระดมกองทัพได้อย่างอิสระ เพียงแค่พวกเขาเข้ามาในดินแดนของผู้อื่นก็เป็นการเสี่ยงมากพออยู่แล้ว หากว่าพวกเขาถูกพบเข้าล่ะก็ เช่นนั้นก็จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสองดินแดนแล้ว แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้นำธงหรือสัญลักษณ์มาด้วยก็ตาม กระทั่งยังปลอมตัวเป็นกลุ่มโจรร้าย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะดูไม่ออก! พวกเขาจะทราบถึงที่มาของทหารม้าชั้นยอดเหล่านี้หรือ? ท่านเคยพบเห็นกลุ่มโจรที่เต็มไปด้วยทหารชั้นยอดหรือ?
นอกจากนี้ผู้คนจะต้องตรวจสอบถึงการระดมคนจำนวนมากเช่นนี้
ล่าถอยงั้นหรือ? มันไม่มีตัวเลือกเช่นนั้น ดยุคซิมนั้นเข้มงวดกับกองทัพของเขา หากพวกเขากลับไปมือเปล่า เช่นนั้นครอบครัวของพวกเขาก็จะถูกสังหาร มีเพียงพวกเขาต้องตกตายในสนามรบเท่านั้น พวกเขาไม่อาจพกพาความล้มเหลวกลับไปได้ นี่คือคำสั่งของดยุคซิม
ลากถ่วงการรบออกไปงั้นหรือ? พวกเขาจะสามารถลากถ่วงการรบออกไปในดินแดนของผู้อื่นได้อย่างไร? นอกจากนี้พวกเขายังจะต้องกลับเมืองติโตเพื่อเติมเต็มเสบียงในไม่กี่วัน....เซียวอวี๋สามารถรั้งอยู่ที่นี่อย่างโจ่งแจ้งได้เนื่องเพราะเขาเป็นขุนนางที่กำลังข้ามเขตแดน เขาสามารถตั้งค่ายและใช้เวลาพักได้ตราบเท่าที่เขาต้องการ แต่ถ้าหากไพร่พลของพวกเขาถูกพบเข้าล่ะก็ เช่นนั้นพวกเขาจะต้องถูกโจมตี
ผู้บัญชาการเกิดความขัดแย้งในจิตใจ ยามที่เขาได้รับมอบหมายภารกิจนี้มา เขาพบว่านี่คือโอกาศที่จะเขาจะแสดงความสามารถในการบัญชาการและความกล้าหาญ เขาคิดจะใช้ศีรษะของพวกออร์คประดับเอาไว้บนผนังบ้านเพื่อนำมาซึ่งเกียรติและความรุ่งโรจน์ของตระกูล
แต่ทหารชั้นยอดของเขากลับไม่มีแม้แต่โอกาศจะแสดงความยอดเยี่ยมออกมา แผนการของเซียวอวี๋ทำให้สิ่งที่เขาวาดฝันเอาไว้ต้องกลายเป็นหมัน พวกเขาไม่ได้ต่อสู้ในทุ่งราบ ดังนั้นจึงไม่มีโอกาศที่จะใช้ทัพม้าโจมตี
นี่เรียกว่ากลยุทธ์และยุทธวิธี!
ผู้บัญชาการตระหนักถึงความรู้สึกของแลนสลอตซึ่งได้บัญชาการหน่วยยมทูตเผชิญหน้ากับเซียวอวี๋แล้ว
"ดยุคของดินแดนไลอ้อนกลับตรึงมือถึงเพียงนี้! ข้าประเมินเขาต่ำไปจริงๆ...." ผู้บัญชาการพึมพำ จิตใจของเขาสงบลงเมื่อทราบว่าตนคงไม่อาจกลับไปทั้งมีชีวิตอยู่แล้ว เมื่อผลลัพธ์ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เช่นนั้นใยเขาต้องกวาดกลัวอีก?
หน่วยยมทูตก็ต้องเผชิญกับสถาการณ์เช่นนี้ ผู้บัญชาการทราบว่าเขาได้พ่ายแพ้แล้ว
"รอจนล่วงเข้าสู่ยามดึก! จากนั้นพวกเราจะเปิดฉากโจมตีครั้งสุดท้าย! การล้มตายของหน่วยยมทูตไม่ได้สูญเปล่า พวกเราจะพิสูจน์ศักดิ์ศรีและเกียรติของพวกเราในคืนนี้ว่าพวกเราคือกองทหารม้าชั้นยอด!" ผู้บัญชาการกล่าวปลุกกระตุ้นขึ้นมา
เหล่าทหารม้าที่ได้รับฟังล้วนทราบว่าพวกเขาไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว มีเพียงโอกาสเดียวเท่านั้น นั่นคือล้มล้างความอับอายด้วยโลหิตอขงพวกเขา
เซียวอวี๋ทราบความคิดของพวกเขาทันที่ที่เห็นว่าพวกเขาไม่ได้โจมตีเข้ามาอีก เขาบอกพวกออร์คให้ไปพักผ่อนขณะที่ทิ้งบางส่วนเอาไว้ลาดตระเวน
ลีอาและทิรันด้ากำลังลาดตระเวนพร้อมด้วยออร์คอีกหลายตน ทักษะตาเหยี่ยวของทิรันด้ามีบทบาทสำคัญอย่างมากในยามค่ำคืนเนื่องเพราะนางสามารถมองผ่านความมืดอีกทั้งยังสามารถมองออกไปได้กว้างไกล เหล่าศัตรูนั้นไม่อาจหลบรอดสายตาของนางไปได้ เซียวอวี๋ชวนซีเหวินเข้ามาเล่นหมากรุกในกระโจมของเขา ในอดีตซีเหวินจะคอยหลบเลี่ยงการพบปะเซียวอวี๋ให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการอยู่ร่วมกันมามุมมองของนางที่มีต่อเซียวอวี๋ได้เปลี่ยนไปอย่างมาก ซีเหวินนั้นเฉลียวฉลาดทว่ากลับดูถูกตนเองอยู่เสมอเนื่องจากวิธีการที่นางถูกเลี้ยงมา
ในตอนนี้ซีเหวินไม่ได้กังวลสิ่งใดอีกแล้ว เซียวอวี๋เล่นหมากรุกไปพลางชำเลืองมองต้นขาของนางไปพลาง และนั่นเป็นผลให้เขาพ่ายแพ้ติดต่อกัน
ศัตรูไม่ได้โจมตีเข้ามาในช่วงค่ำ นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ เซียวอวี๋คาดว่าพวกเขากำลังรอคอยช่วงเวลาที่ความมืดมิดเข้าปกคลุมโดยสมบูรณ์ เป็นไปได้อย่างมากว่าศัตรูจะเลือกโจมตีหลังพ้นเที่ยงคืน เซียวอวี๋เชื่อว่าผู้บัญชาการของศัตรูไม่ใช่คนโง่เขลา อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ย่อมไม่หลงกลไปกับสงครามจิตวิทยาเช่นนี้
ในยามไม่กี่ชั่วโมงก่อนรุ่งสาง ดูราวกับว่าโลกทั้งใบถูกผ้าสีดำผืนใหญ่คลุมทับเอาไว้ ซีเหวินหลับใหลไปแล้วขณะที่เซียวอวี๋นั่งอยู่ด้านข้าง
ทิรันด้าโผล่เข้ามาในรถม้าและมองเซียวอวี๋ "พวกมันมาแล้ว"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved