ตอนที่ 177

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

จำนวนของนักรบที่สามารถอัญเชิญจากระบบได้มีอยู่อย่างจำกัด ทว่าพวกเขานั้นแข็งแกร่งกว่าไพร่พลทหารทั่วไป นี่คือนิยามของนักรบชั้นยอดใช่หรือไม่?

ทิรันด้าและพลธนูเอลฟ์เร่งปีนขึ้นต้นไม้เพื่อยึดครองชัยภูมิอันได้เปรียบ พวกเขาน้าวคันธนูพร้อมโจมตี เผ่าพันธุ์เอลฟ์คือราชันย์แห่งพงไพร พวกเขาสามารถพรางตัวอยู่ในเงามืดและสามารถสอดส่องได้กว้างไกล

เพียงครู่หนึ่งทิรันด้าก็ส่งสัญญาณมือมา ความหมายของมันคือ มีหมาป่าวายุกว่าสองร้อยสี่สิบตัวอยู่ห่างจากตำแหน่งของพวกเขาราวสองร้อยเมตร เซียวอวี๋หลีกออกไปด้านข้างทันทีที่ได้รับรายงาน เขาเชื่อว่าเขาไม่จำเป็นต้องลงมือแต่อย่างใด หมาป่ากว่าสองร้อยตัวนี้กำลังวิ่งเข้าหาความตาย

หลังจากนั้นไม่นานเสียงหอนของเหล่าหมาป่าก็ดังขึ้น ครูต่อมาร่างสีเงินหลายร่างก็พุ่งเข้ามา มนุษย์ทั่วไปคงต้องเป็นลมจนสิ้นสติเพราะต้องเผชิญหน้ากับฝูง

หมาป่าจำนวนมาก ใบหน้าของหลินมู่เสวี่ยและมู่หานพลันเปลี่ยนเป็นซีดเผือดเมื่อได้เห็นฉากเบื้องหน้าแม้ว่าพวกนางจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของพลเดินเท้าทั้งสิบนายก็ตาม พวกนางนั้นเปรียบดั่งดอกไม้ในเรือนแก้ว ด้วยเหตุนั้นพวกนางจึงไม่อาจตอบสนองด้วยเวทแม้แต่บทเดียว

ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~

ฝนธนูพุ่งออกจากบนต้นไม้เข้าทะลวงผ่านคอหอยของพวกหมาป่า พวกมันทันส่งเสียงหอนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนร่างของพวกมันจะกระเด็นไปชนพวกหมาป่าที่วิ่งตามมาจากด้านหลัง เป็นทิรันด้าที่ยิงออกไป ลูกะนูของนางมีอำนาจทะลวงผ่านผิวหนังหนาของหมาป่า ศรแต่ละดอกได้รับการบัฟจากทักษะยิงเร็ว ลักษณ์แห่งเหยี่ยวและรัศมีจ้าวธนูซึ่งเสริมให้ลูกธนูของนางรุนแรงไม่ได้ด้อยไปกว่ากระสุนปืนยาวเลย นอกจากนี้ลูกธนูของนางยังเป็นสัญญาณเปิดฉากโจมตีให้กับพวกพลธนูเอลฟ์ที่เหลือ ลูกศรนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าฟาฝูงหมาป่าดุจดังห่าฝน

ผิวหนังของสัตว์อสูรและมอนสเตอร์นั้นหยาบหนาและทนทานอย่างยิ่ง นักธนูทั่วไปไม่อาจยิงเจาะผ่านผิวหนังของพวกมันได้ อย่างไรก็ตาม พลธนูเอลฟ์ได้มาถึงระดับที่สิบแล้ว ลูกศรที่ถูกพวกเขายิงออกไปย่อมต้องรุนแรง

ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~

เสียงหอนของพวกหมาป่าวายุดังสะท้อนไปทั่วผืนป่าราวกับท่วงทำนองของบทเพลง พลปืนเองก็กระหน่ำยิงออกไป กระสุนปืนที่ยิงออกไปนั้นมีอำนาจทำลายล้างมากกว่าลูกธนูของพวกเอลฟ์ เซียวอวี๋นั้นเลือกพวกเขามาเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรระดับสูง พลปืนยังมีระดับเพียงสอง ดังนั้นความแข็งแกร่งของพวกเขาจึงยังไม่มากนัก เซียวอวี๋กำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยที่จะอัพเกรดฐานทัพเผ่ามนุษย์ ซึ่งในกรณีนั้นพลปืนก็จะถูกยกระดับขึ้นอย่างมาก

อู๊วววว~~~~~

ความเร็วของหมาป่าวายุนั้นรวดเร็วยิ่งเนื่องเพราะพวกมันมีความเกี่ยวพันกับสายลม มนุษย์ที่สามารถหลบหนีจากหมาป่าวายุได้นั้นมีอยู่ไม่มาก พวกออร์คคำรามออกมาขณะที่กุมขวานยักษ์ในมือพุ่งเข้าหาพวกหมาป่า คาร์นเองก็พุ่งเข้าหาพวกมันเช่นกัน ในขณะที่เหล่าชาแมนร่ายเวทกระหายเลือดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพวกออร์ค ทำให้โลหิตในกายของพวกออร์คพลันพลุ่งพล่านขึ้น พวกมันกวาดสายตามองหาศัตรูเพื่อใช้ระบายโทสะ

ฉัวะ~~~

ขวานยักษ์ของอสูรหนึ่งสับลงไปบนร่างของหมาป่าวายุเป็นผลให้หมาป่าวายุขั้นที่สองสิ้นใจตายลงในทันที ความเร็วของพวกออร์คได้เพิ่มขึ้นจากผลของเวทมนตร์กระหายเลือด อีกทั้งบนร่างของพวกมันยังสวมใส่ไว้ด้วยเกราะหนักแม้ว่าพวกหมาป่าจะงับลงไป แต่พวกมันกลับไม่อาจสร่างบาดแผลฉกรรจ์ให้กับพวกออร์คได้ ด้วยเหตุนี้พวกมันจึงถูกสังหารโดยไม่อาจต้านทานการโจมตีอันทรงพลังจากพวกออร์ค

โครม!

พวกหมาป่าสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วอย่างยิ่ง เปรียบเทียบกันแล้วขวานที่สับเข้าหาจึงเชื่องช้า ดังนั้นในบางครั้งพวกออร์คจึงใช้มือเปล่าคว้าจับคอของพวกมันทุ่มใส่พื้น ต่อยด้วยหมัดหรือเหวี่ยงพวกมันกระแทกเข้ากับต้นไม้

หลินมู่เสวี่ยและมู่หานยืนตะลึงงันขณะมองดูการสู้รบที่เบื้องหน้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? นักรบออร์คพวกนั้นไม่ได้ด้อยกว่าสัตว์ปีศาจเลย พวกออร์คเพียงกรีดมือวาดเท้าเตะต่อยใส่พวกหมาป่า....พวกมันใช่แข็งแกร่งเกินไปหรือไม่?

พวกนางเชื่อว่าหากเป็นนี้แล้ว พวกมันย่อมสามารถกวาดพิชิตไปทั่วทวีปได้หากมีจำนวนราวหนึ่งหมื่น พลปืนไม่ได้มีส่วนร่วมในการรบมากนักเมื่อการต่อสู้แปรเปลี่ยนเป็นศึกระยะประชิด ความแม่นยำของพวกเขานั้นต่ำ ดังนั้นจึงหยุดการยิงเพราะเกรงจะยิงทำร้ายฝ่ายเดียวกัน

กรอมและคาร์นเปรียบดังเทพสงครามในสนามรบ คาร์นวิ่งทะลวงฝ่าเข้าไปยังกึ่งกลางของฝูงหมาป่า เขาไม่ได้ใส่ใจต่อจำนวนของหมาป่าที่รายล้อมอยู่โดยรอบ เขาเปรียบดังป้อมปราการเคลื่อนที่ เขาเหยียบย่ำร่างของพวกมันพร้อมทั้งกวัดแกว่งขวานยักษ์ทั้งสองเล่มไม่ได้หยุดหย่อน กรอมเองก็ใช้ทักษะวินด์วอร์คควบคู่กับพายุคลั่งสังหารหมาป่าล้มลงตัวแล้วตัวเล่า

หมาป่าวายุเป็นสัตว์อสูรระดับต่ำ ดังนั้นสิตปัญญาของพวกมันจึงไม่สูงนัก ขณะที่สหายของพวกมันล้มลง พวกมันก็ยังคงวิ่งต่อไปเบื้องหน้า พฤติกรรมเช่นนี้ของพวกมันกำลังนำพวกมันไปสู่การถูกฆ่าล้าง เพียงไม่ถึงนาทีการต่อสู้ก็ยุติลงเนื่องเพราะหมาป่าถูกสังหารจนสิ้น

หลินมู่เสวี่ยและมู่หานกำลังจะร่ายเวทช่วยสนับสนุนพวกออร์ค ทว่าสงครามกลับจบลงเสียก่อน.....

"พวกเรายังต้องใช้พวกมันอีกในอนาคต" เซียวอวี๋นั้นมีแหวนมิติอยู่อย่างเหลือเฟือ ดังนั้นเขาจึงใช้แหวนมิติเก็บซากของพวกมันเอาไว้ พวกออร์คนั้นเป็นหน่วยเก็บกวาดสนามรบชั้นยอด กระทั่งศพของพวกโจร พวกมันยังปลดเปลื้องลงมาไม่เหลือไว้แม้กระทั่งกางเกงใน ย่อมไม่ต้องเอ่ยถึงเพียงหมาป่าเหล่านี้

ใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการเก็บกวาด ผู้คนอาจจะเกิดความสงสัยว่าที่นี่ใช่เกิดการต่อสู้ึ้นจริงหรือไม่ หากไม่ได้พบเห็บร่องรอยการต่อสู้อันรุนแรงที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่

หมาป่ากว่าสองร้อยตัวถูกสังหารจนหมดสิ้นในเวลาไม่ถึงนาที! ความว่องไวและความโหดร้ายของพวกเขาย่อมเป็นที่ทราบได้

หลินมู่เสวี่ยรู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้คู่หมั้นมีกองทัพเช่นนี้ไว้ครอบครอง

ผู้คนเริ่มออกเดินทางต่อ พวกเขาฝังร่างของผู้ที่ถูกหมาป่าวายุสังหาร เซียวอวี๋นั้นช่วยดูแลเหล่านักผจญภัยที่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของฝูงหมาป่า กระนั้นเขาก็ไม่ได้ใช้น้ำยาฟื้นฟูแต่อย่างใด แม้ว่าเขาจะมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทว่าเขาก็ไม่อาจใช้มันพร่ำเพรื่อ

เขาหยดน้ำยาฟื้นฟูลงบนบาดแผลของพวกออร์คที่ถูกหมาป่างับเข้า บาดแผลนั้นเริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็ว

เหล่านักผจญภัยที่สัญจรอยู่ใกล้ๆตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อได้ยินว่ากลุ่มของเซียวอวี๋ได้สังหารฝูงหมาป่าวายุที่มีจำนวนมากกว่าสองร้อยตัวไป ลอร์ดของดินแดนไลอ้อนช่างน่ากลัวไปแล้ว

กลุ่มของเซียวอวี๋ยังคงล่วงลึกเข้าไปในภูเขา พวกเขาได้พบกับเหล่าศิษย์จากสถาบันอัศวินและสถาบันเวทมนตร์ มีหลายคนที่บาดเจ็บขณะที่มีบางส่วนตกตายไปบ้างแล้ว เหล่าศิษย์สตรีของสถาบันเวทมนตร์จากเมืองไชน์ต่างโผเข้าหาอ้อมอกของเซียวอวี๋ทั้งน้ำตา พวกนางไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าโลกความจริงจะมีโหดร้ายเช่นนี้ มีหลายคนที่กระตืนรือร้นอยากจเป็นนักผจญภัยมาก่อน ทว่าจิตใจของพวกนางพลันสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อต้องมาเห็นศิษย์ร่วมสถาบันตกตายต่อหน้า

เซียวอวี๋รู้สึกกระดากใจเมื่อต้องตกอยุ่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาสวมภาพลักษณ์สุภาพบุรุษเขาที่ตบไหล่ปลอบโยนเหล่าหญิงสาว

กลุ่มของเซียวอวี๋พบเจอศิษย์จากสถาบันเวทมนตร์ระหว่างพวกเขาเลือกที่จะร่วมกลุ่มกับเซียวอวี๋ พวกเขาต่างเห็นว่าเซียวอวี๋สามารถจัดการกับพวกสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดาย พวกออร์คนั้นดุดันและแข็งแกร่ง มีหลายคนที่ร่ำร้องขึ้นในใจว่าจะไม่ยอมอยู่ห่างจากเซียวอวี๋แม้สักครึ่งก้าว.....