ตอนที่ 220

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ขบวนเดินทางของเซียวอวี๋ไม่ได้เคลื่อนตัวเร็วนัก ราวกับว่าพวกเขากำลังเดินทางท่องเที่ยวสบายๆ และเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ตลอดทาง พวกเขาไม่ได้เดินทางไปที่นั่นเพื่อทำการค้าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้เร่งรีบแต่อย่างใด

ตรงกันข้าม เซียวอวี๋ต้องการสำรวจภูมิประเทศในระหว่างทาง เขากำลังวางแผนการโจมตีในกรณีที่ต้องทำสงครามกับจักรวรรดิ ทว่าหลังจากเดินทางไปได้เพียงไม่กี่วันเขาก็ต้องตกตะลึง

ไม่มีภูเขาหรือเนินเขาแต่อย่างใด มันเป็นเพียงทุ่งกว้าง เหมาะต่อการรบพุ่งด้วยทัพม้าอย่างที่สุด ไม่แปลกใจที่จักรวรรดิจะเพาะเลี้ยงอาชาชั้นเลิศขึ้นมาได้

ดูเหมือนว่าวิธีเดียวที่จะเอาชัยเหนือจักรวรรดิได้ก็มีเพียงวิธีการของฮั่วชวี่ปิ้งที่ใช้ต่อสู้กับชาวซยงหนูในยุคจีนโบราณ อย่างไรก็ตาม เขาต้องการแม่ทัพชั้นยอด! แม้ว่าจะเป็นพวกไรเดอร์ก็ยังคงใช้ออกไม่ได้หากไม่ได้ตัวผู้นำที่เหมาะสม

ไม่ยากที่จะหาไพร่พลพันนาย หากแต่การหาแม่ทัพที่ยอดเยี่ยมสักคนนั้นยากเย็นยิ่ง แม่ทัพที่ยอดเยี่ยมจะสามารถนำไพร่พลปราบพิชิตไปได้หลายพันไมล์ สังหารศัตรูนับไม่ถ้วน แม่ทัพชั้นเลวจะนำพาแว่นแคว้นไปสู่ความตกต่ำ แม่ทัพที่ดีจะนำความรุ่งโรจน์มาสู่ดินแดน

พวกซยงหนูจะกลายเป็นไร้ผู้ต่อกรหากไม่ได้ฮั่วชวี่ปิ้งและเว่ยชิง บางคนกล่าวว่าฮั่วชวี่ปิ้งนั้นโชคดี แต่มันเป็นเรื่องไร้สาระที่จะเชื่อมโยงเรื่องโชคเข้ากับการกระทำของเขา ทัพศัตรูหลายหมื่นถูกปลิดปลงไป แล้วฮั่วชวี่ปิ้งจะถูกลบล้างด้วยคำว่า 'โชค' ได้อย่างไร

ฮั่วชวี่ปิ้งจะได้รับชัยชนะงั้นหรือหากไม่ได้เตรียมการเอาไว้ก่อน? การตัดสินใจที่รวดเร็วของเขาได้ช่วยเหลือผู้คนไว้มากมาย นี่เรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์โดยกำเนิด

มีบางคนไม่เชื่อในพรสวรรค์นี้ พวกเขากล่าวว่าหากเป็นพวกเขาก็สามารถทำเช่นนั้นได้หากได้อยู่ที่นั่น แต่มันก็เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ เซียวอวี๋ไม่ได้มีพรสวรรค์เฉกเช่นเดียวกับฮั่วชวี่ปิ้งหรือเว่ยชิง ดังนั้นเขาจึงยังไม่อาจหาวิธีต่อกรกับจักรวรรดิเมฆาตะวันตกได้ในตอนนี้

เวลาที่จำเป็ต้องใช้ในการสร้างทัพม้าอย่างต่ำก็คือสามปี ซึ่งการจะหาแม่ทัพมานำพวกเขายังยากยิ่งกว่า

เซียวอวี๋กวาดมองไปที่ทุ่งอันกว้างใหญ่ เขาเข้าใจว่าด้วยสภาพเช่นนี้มันยากที่จะทำสงครามจริงๆ การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจะทำให้กองทัพของเขาพินาศย่อยยับ

จักรพรรดิอู๋ได้หลบหนีออกมาขณะที่ไพร่พลสิบหมื่นของพระองค์ถูกทอดทิ้งให้ตายในทะเลทราย ฮั่วชวี่ปิ้งได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนั้นในตอนที่อายุได้สิบแปดปี ทว่าเขาก็สามารถนำทหารสิบหมื่นทำสงครามชนะได้

เซียวอวี๋สำนักตนว่าไม่อาจกระทำเช่นเดียวกันได้หากตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เซียวอวี๋ไม่อาจนำทัพสิบหมื่นบุกตะลุยไปหลายลี้ กวาดเอาชัยชนะกลับมาได้

สภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยผืนทราย โชคดีที่เซียวอวี๋มีแหวนมิติซึ่งทำให้เขาสามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารและสุราได้ตลอดทาง

เซียวอวี๋ไม่ได้ใช้รถม้าคันหรูของเขา มีผู้คนมากมายที่จดจำมันได้ อย่างไรก็ตาม รถม้าที่เขาใช้ตอนนี้ก็ยังไม่เลว มันถูกลากดึงโดยม้าสี่ตัว สามารถบรรทุกผู้คนได้นับสิบ

เซียวอวี๋ ลีอาและเสวี่ยซากำลังเล่นหมากรุกและดื่มไวน์ไปตลอดทาง ลีอานั้นคุ้นเคยกับท่าทีปลอดโปร่งของเขาอยู่แล้ว นางรู้ว่ายิ่งเจอศัตรูที่แข็งแกร่ง เขาก็จะยิ่งปล่อยเนื้อปล่อยตัว ท่าทีของเขาได้ลบความหวาดกลัวของผู้ใต้บังคับบัญชา ยังจะมีผู้ใดรู้สึกกลัวอีกหากเห็นท่าทีอันมั่นใจของผู้นำ?

เสวี่ยซาคิดว่าการเดินทางในครั้งนี้เป็นภารกิจที่สำคัญ ดังนั้นนางจึงไม่ได้ดื่มหรือนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ

พวกเขาเผชิญกับการโจมตีจากพวกโจรเมื่อเข้าใกล้เขตแดนของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก กระนั้นพวกมันก็ไม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อเขา

กลุ่มโจรภายในเทือกเขาอัลคาเกนและดินแดนไลอ้อนได้ถูกกวาดล้างไปแล้ว ทว่าที่นี่นั้นอยู่ห่างไกลจากดินแดนไลอ้อน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะพบเจอพวกโจร

จักรวรรดิเมฆาตะวันตกได้รับรองว่าเหล่าพ่อค้าที่เดินทางเข้ามาจากอาณาจักพยัคฆ์คำรนจะได้รับการคุ้มครอง ผู้คนของจักรวรรดิจะไม่ปล้นชิงพวกเขา

จักรวรรดิเมฆาตะวันตกกระทำตัวเป็นหัวหน้าโจร จักรวรรดิมักจะส่งคนไปปล้นสะดมดินแดนข้างเคียง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังกระตือรือร้นที่จะให้การคุ้มครองเหล่าพ่อค้าที่เดินทางมาค้าขายกับพวกเขา

ในทวีปแห่งนี้ยังมีอาณาจักรอื่นๆอยู่อีกหลายอาณาจักร จักรวรรดิเมฆาตะวันตกไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่ครองความยิ่งใหญ่ ยังมีอีกหนึ่งอาณาจักรที่เข้มแข็งอยู่ภายในภูมิภาคนี้

เว่ยหมิงได้อธิบายเรื่องเหล่านี้ต่อเซียวอวี๋ไปตลอดทาง

"เมืองแรกที่อยู่ระหว่างดินแดนไลอ้อนและจักรวรรดิก็คือเมืองฮัวเหลียน เป็นเมืองสำคัญที่เชื่อมต่อจักรวรรดิกับเส้นทางสำคัญของทวีปแห่งนี้ ภายในเมืองมักมีการต่อสู้กันเสมอ เหล่าพ่อค้าเองก็อาจถูกปล้นชิงได้ ทว่ามันก็เป็นชัยภูมิที่สำคัญ พวกเราต้องระมัดระวังตัว ถัดจากนั้นก็เป็นเมืองฮาบาสซึ่งจะนำไปสู่เมืองอื่นๆของจักรวรรดิเพื่อที่จะสามารถทำกำไรได้สูงขึ้นขอรับ" เว่ยหมิงกล่าวอธิบาย

เว่ยหมิงบอกกับเซียวอวี๋ว่ามันยากที่จะเดินทางไปจักรวรรดิเพราะมีพวกโจร แม้ว่าจะสามารถทำกำไรได้สูง หากแต่ที่สำคัญกว่าก็คือชีวิต

มีเพียงผู้ที่มีผู้คุ้มกันจำนวนมากที่กล้าจะเดินทางท่องไปทั่ว

กลุ่มของเซียวอวี๋นับได้ว่าแข็งแกร่ง มีอัศวิน 400 นายและพลเดินเท้าคอยอารักขาขบวนของเขา

"ภายในพื้นที่แถบนี้ของจักรวรรดิมีโจรที่มีชื่อเสียงเรียกว่าเคราแดงอยู่ มันออกอาละวาดในแถบนี้มาหลายปีแล้ว กระทั่งกองทัพของจักรวรรดิก็ยังไม่ไปแตะต้องพวกมัน ว่ากันว่าเมื่อพวกมันพกพาธงสัญลักษณ์ของเคราแดงปรากฏตัวขึ้น เหล่าพ่อค้าก็ต้องจ่ายเงินมหาศาลหรือมิเช่นนั้นก็จะถูกฆ่าล้าง"

ขณะที่เว่ยหมิงกำลังอธิบายให้เซียวอวี๋ฟังอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงกีบม้าดังมาจากที่ไกลๆ พวกเขาหันมองไปทางเสียงนั้น ธงที่พลิ้วสะบัดอยู่นั้นมีรูปเคราสีแดงถูกวาดเอาไว้.....