ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋กลับมาพักผ่อนที่เมืองไลอ้อน เขาบอกต่อบ่าวรับใช้ไม่ต้องมารบกวนเว้นเสียแต่เมืองจะถูกบุก คืนนี้เขานอนหลับสบายยิ่งหลังจากเก็บเกี่ยวได้ไม่น้อยเลย ศัตรูสมควรไม่เหลือเรี่ยวแรงในการบุกโจมตีแล้ว เซียวอวี๋วางแผนที่จะโจมตีอีกครั้งในอีกสองสามวันเพื่อให้ฝ่ายศัตรูหวาดระแวงจนอ่อนล้า
ตระกูลเคเนดี้ไม่ได้โจมตีเมืองไลอ้อนอีกวันแล้ว พวกเขาเอาแต่เฝ้าระวังพวกอันเดด ยิ่งกว่านั้นหากเหล่าทหารออกไปรบกับเมืองไลอ้อนจนเหน็ดเหนื่อยกลับมาแล้วเผชิญกับการโจมตีของพวกอันเดดเข้า พวกเขายังจะสู้ไหวหรือ? นอกจานี้ข่าวลือเรื่องการปรากฏตัวของอันเดดยังทำลายขวัญและกำลังใจพวกเขาไปไม่น้อย ไม่มีผู้ใดอยากรั้งอยู่ในสถานที่ผีสางนี้อีกต่อไป พวกเขาอยากกลับบ้าน
ตระกูลเคเนดี้ไม่ได้โจมตีเมืองไลอ้อน กระนั้นทางฝั่งเมืองไลอ้อนเองก็ไม่ได้อยู่นิ่งเฉย พวกก๊อบลินเริ่มซ่อมแซมกำแพงเมืองส่วนที่เสียหายและเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์กว่าเดิม เครื่องยิงหินและเครื่องบาริสต้าหนักถูกนำขึ้นมาติดตั้งอุดรูโหว่ที่ซ่อมแซมไม่ทัน เมืองไลอ้อนคงต้องประสบความสูญเสียอย่างหนักหากศัตรูบุกมาขณะที่เหล่าทหารเหนื่อยล้าจากการใช้แรงงาน กระนั้นตระกูลเคเนดี้ก็ไม่ได้บุกโจมตี เหล่านักบวชเริ่มรักษาเยียวยาพวกทหารให้พร้อมต่อสู้
ซาเน่เองก็ทราบความเป็นไปของเมืองไลอ้อนเช่นกัน หากแต่เขาก็ไม่กล้าสั่งโจมตีเพราะต้องคอยรับมือกับพวกอันเดดก่อน
"ไอ้พวกตายซากนั่นหายไปอยู่ไหนกัน?" ซาเน่แทบจะคลุ้มคลั่งเมื่อพวกอันเดดได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยมาหลายวันแล้ว เขามีผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้มนตราที่แข็งแกร่งอยู่ข้างกาย กระนั้นเขากลับไม่อาจทำอย่างไรกับอันเดดเหล่านั้นได้ อย่างไรก็ตาม เขาจะต้องจัดการปัญหานี้ให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงค่อยเผด็จศึกเมืองไลอ้อน
ค่ายของตระกูลเคเนดี้เฝ้าตื่นตัวอย่างเต็มที่ในยามกลางคืนเพราะมีความเป็นไปได้ว่าพวกอันเดดจะกลับมาลงมือ ทว่าพวกมันก็ไม่ได้เข้าโจมตีพวกเขา ตรงกันข้ามพวกมันได้เข้าโจมตีหมู่บ้านหลายแห่งภายในดินแดนไลอ้อน แม้ว่าหมู่บ้านเหล่านั้นจะมีเครื่องรางห้อยเอาไว้ กระนั้นพวกอันเดดก็พยามยามบุกเข้าไปสังหารชาวบ้าน
ข่าวเรื่องเครื่องรางและการโจมตีของพวกอันเดดได้แผ่มาถึงหูของตระกูลเคเนดี้และนิโคลัส ทั้งสองตระกูลต่างก็เริ่มให้ความสนใจเครื่องรางอย่างจริงจัง ตระกูลเคเนดี้ได้ส่งคนไปขโมยเครื่องรางเหล่านั้นกลับมาที่ค่าย พวกเขาหวังว่าเครื่องรางเหล่านี้จะสามารถขับไล่พวกอันเดดไป
เซียวอวี๋หัวเราะอย่างหนักเมื่อได้ยินการกระทำของตระกูลเคเนดี้ เขาได้จัดสร้างเครื่องรางเพิ่มและส่งมันไปยังหมู่บ้านต่างๆ อย่างไรก็ตาม เขาได้กำชับไปว่าห้ามเคลื่อนย้ายเครื่องรางหลังจากติดตั้งแล้ว มิเช่นั้นมันจะเสื่อมผล
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า เซียวอวี๋ก็นำกองทัพอันเดดเข้าโจมตีค่ายตระกูลเคเนดี้อีกครั้ง
ครั้งนี้พวกเขาเลือกโจมตีจากอีกด้าน กองทัพอันเดดได้เปลี่ยนรูปแบบการสู้รบจากครั้งแรก พวกมันต่างทราบว่าต้องเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ศัตรูคาดเดาตำแหน่งของพวกมันได้ เซียวอวี๋พบว่าสติปัญญาของพวกอันเดดยังไม่เลวเมื่อเทียบกับพวกออร์คและเอลฟ์ พวกกูลนั้นค่อนข้างฉลาด พวกมันสามารถหลบซ่อนและลอบโจมตีศัตรูได้ พวกมันจะลอบเข้าทางด้านหลังของศัตรูและกัดไปที่ลำคอของพวกทหาร นั่นทำให้พวกทหารไม่มีโอกาสจะหันกลับไป
..................................
..................................
เครื่องบดเนื้อพุ่งเข้าพังรั้วไม้ เซียวอวี๋ย่อมไม่เลือกที่จะเข้าทางประตูค่ายเป็นหนที่สอง รั้วของค่ายถูกสร้างจากท่อนซุง แต่เครื่องบดเนื้อก็ยังสามารถทำลายได้ไม่ยาก แน่นอนว่าหากเปลี่ยนเป็นกำแพงเมืองพวกมันก็คงไม่อาจทำได้ แต่สำหรับรั้วไม้เหล่านี้นั่นไม่เป็นปัญหา
พวกทหารยามเริ่มตีระฆังแจ้งเตือนผู้คนในค่าย ค่ายแห่งนี้มีขนาดใหญ่ มันผสมปนเปไปด้วยทหารจากหลายกองพัน ดังนั้นจึงเป็นการยากที่พวกมันจะรวมตัวกันรับมืออย่างเป็นระเบียบ
เมื่อพวกทหารกำลังรวมพล เครื่องบดเนื้อก็ทำลายรั้วไม้เข้ามาแล้ว เหล่าทหารยามที่เฝ้ารักษารั้วต่างตกตายหมดสิ้น
"ตั้งรูปขบวน! ยื้อเวลารอคอยกองหนุน!" เหล่าผู้บัญชาการเริ่มมีประสบการณ์ขึ้นหลังจากพวกอันเดดบุกโจมตีในครั้งที่แล้ว พวกทหารต่างเข้ารับการฝึกเพื่อรับมือกับพวกอันเดด ไพร่พลทั่วไปยังไม่อาจต้านทานพวกอันเดดได้ ดังนั้นพวกมันจึงจำต้องรอคอยกองกำลังชั้นยอดและพวกผู้ใช้มนตรามาจัดการพวกอันเดด กระนั้นเซียวอวี๋จะรอคอยให้พวกมันมาหรือ?
แมงมุมปีศาจเริ่มมุดลงไปในดินก่อนจะโผล่ขึ้นมาที่ด้านข้างรูปขบวนจนทำให้รูปขบวนที่ก่อตั้งเสร็จแล้วพลันเกิดความระส่ำระส่าย
"พวกมันโผล่ออกมาจากพื้นดินได้อย่างไรกัน?"
พวกกูลได้ใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าหารูปขบวนและเริ่มเข่นฆ่าพวกทหาร กองหนุนได้มาถึงแล้ว กระนั้นเขาก็ต้องเผชญหน้ากับกองทัพโครงกระดูกของพวกเนโครแมนเซอร์ ซากศพของพวกทหารที่อยู่บนพื้นเริ่มลุกขึ้นยืนทีละร่าง แววตาของพวกมันเปล่งแสงสีเหลืองออกมา พวกมันยกดาบและโล่ขึ้นก่อนจะมุ่งหน้าเข้าหากองหนุน
เซียวอวี๋เองก็มีประสบการณ์การต่อสู้กับพวกอันเดดเช่นกัน เขาเข้าใจความสำคัญของพวกเนโครแมนเซอร์ดี พวกกูลจะสามารถสังหารทหารทั่วไปด้วยความรวดเร็ว ขณะที่พวกเนโครแมนเซอร์จะคอยปลุกซากศพขึ้นมา ด้วยวิธีการเช่นนี้ กองทัพคนตายจึงค่อยๆมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
"ฆ่ามัน~~" ทหารจากกองหนุนไม่ได้แตกตื่นแม้แต่น้อยเมื่อทราบว่าพวกอันเดดบุกโจมตีค่าย ทว่าพวกเขากลับกลายเป็นหดหู่ ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาลดลงอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสหายที่ตายไปแล้ว มันไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาหวาดกลัวซากศพ แต่พวกเขาทำใจลงมือได้ลำบาก นี่ก็คือการใช้สงครามจิตวิทยา
โลหิตหลั่งชโลมไปทั่วขณะที่ทั้งสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกัน ทว่ากองทัพฝ่ายตระกูลเคเนดี้กำลังเกิดการสูญเสียอย่างหนัก มนุษย์นั้นไม่ทราบวิธีรับมือกับพวกอันเดด พวกเขาโจมตีเข้าใส่พวกอันเดดเหมือนกับที่โจมตีใส่ทหารชาวมนุษย์ พวกเขาแทงและฟาดฟันออกไป ซึ่งพวกอันเดดก็ไม่ได้หลบหลีก พวกอันเดดนั้นไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด แม้ว่าพวกมันจะถูกแทงและฟันแต่พวกมันก็ยังจะลงมือโ๗มตีต่อไป ดังนั้นผลลัพธ์จึงเป็นที่ทราบได้ ยิ่งไปกว่านั้นเหล่าทหารที่ตกตายไปก็จะลุกกลับขึ้นมาใหม่ในฐานะอันเดด
การต่อสู้ได้ดำเนินต่อไปเป็นเวลาสิบกว่านาที เซียวอวี๋ได้สั่งถอยทัพเมื่อเห็นผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใช้มนตราที่แข็งแกร่งเข้าร่วมสนามรบ แม้กระนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก หากพวกอันเดดตกตายไป เขาก็เพียงสร้างขึ้นมาใหม่เท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ตระกูลเคเนดี้ไม่อาจกระทำ
ดูเหมือนว่าเซียวอวี๋จะต้องใช้เงินไม่น้อยในการเอาชนะกองทัพของตระกูลเคเนดี้
ระหว่างการหลบหนีในครั้งนี้ เซียวอวี๋ต้องพบกับปัญหาเข้าให้แล้ว ครั้งนี้ตระกูลเคเนดี้ได้ส่งผู้ฝึกยุทธ์และผู้ใ้ชมนตราที่แข็งแกร่งไล่ล่าตามมา เขาจำต้องทิ้งพวกกูลและแมงมุมปีศาจไปเพื่อรักษากำลังส่วนอื่นๆ เซียวอวี๋ได้ใช้หมอกปกปิดร่องรอยหลังจากเข้ามาในเทือกเขาอัลคาเกน ที่แห่งนี้นับเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการซุ่มโจมตีอย่างที่สุด!
"ครั้งนี้พวกมันไล่ตามมาด้วย...ดูเหมือนพวกมันจะต้องการกำจัดอันเดดทั้งหมด..." เซียวอวี๋เริ่มขบคิดหาแผนการที่จะใช้อีกครั้ง...
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved