ตอนที่ 296

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ส่งหน่วยสอดแนมไปยังดินแดนต่างๆที่ร่วมมือกับตระกูลเคเนดี้ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเคลื่อนย้ายกองกำลังเพื่อเตรียมฉวยโอกาสลงมือก่อน

ดินแดนแห่งแรกนั้นเป็นดินแดนเล็กๆทางตะวันออกของดินแดนไลอ้อน แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กกว่าดินแดนของโซโลมอน แต่เนื่องเพราะการปกครองที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงทำให้มันมีความรุ่งเรือง นอกจากนี้พวกเขายังมีกองทัพถึงห้าหมื่นคน เซียวอวี๋ไม่รู้ว่าพวกเขามีหน่วยรบใดบ้าง หากเป้ยามปกติแล้วเขาคงไม่ได้ใส่ใจต่อกองทัพห้าหมื่นนายมากนัก แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เขารู้ว่าตระกูลเคเนดี้จะต้องหนุนหลังพวกเขาและเปลี่ยนกองทัพเหล่านั้นให้เข้มแข็งยิ่งกว่าเก่า

นี่ไม่ได้หมายความว่าเซียวอวี๋นั้นหวาดกลัว กองทัพทั้งห้าหมื่นคนนี้ยังไม่ได้รวมกำลังกับรัฐเว่ย ดังนั้นพวกเขาจึงยังไม่เป็นภัยคุกคามหรือเป็นปัญหาสำหรับเซียวอวี๋นัก มันจะกลายเป็นเรื่องปวดหัวทันทีหากกองทัพของทั้งสองได้รวมกำลังกันและอยู่ภายใต้การบัญชาการของผู้บัญชาการที่ตระกูลเคเนดี้ได้ส่งมา

กระนั้นนี่ก็เป็นโอกาสของเซียวอวี๋ เขาต้องใช้โอกาสนี้และจู่โจมโดยที่พวกมันยังไม่ทันตั้งตัว เขาต้องการแบ่งแยกและทำลาย ผู้คนโดยทั่วไปจะไม่เลือกเป็นฝ่ายโจมตีหากทราบว่ากำลังมีกองทัพขนาดใหญ่เคลื่อนพลมาโจมตีพวกเขา พวกเขาคงเลือกที่จะเสริมสร้างแนวป้องกันและคิดหากลยุทธ์ตั้งรับให้มั่นคง

แต่เซียวอวี๋นั้นคิดไม่เหมือนกัน เขาเลือกที่จะโจมตีแทนการตั้งรับเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่เข้มแข็ง ผู้บัญชาการที่แท้จริงจะต้องกล้าหาญและมีการตัดสินใจที่เฉียบขาดในการไขว่คว้าโอกาส

สองวันผ่านไป เซียวอวี๋ได้ศึกษาและวิเคราะห์การจัดระเบียบกองทัพของดินแดนตุ้ย เขากำลังเล็งหาช่วงเวลาเพื่อลงมือ เซียวอวี๋คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ศัตรูจะเคลื่อนพลมาโจมตีเขา เขาจะต้องเปิดฉากโจมตีก่อนที่อีกฝ่ายจะรวมกำลังกันได้ นั่นจะทำให้แรงกดดันทีพุ่งเป้าไปยังดินแดนไลอ้อนลดลง

เซียวอวี๋เลือกที่จะกองกำลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเขาในการเป็นทัพหลักขณะที่กองกำลังนักรบอัญเชิญชุดใหม่จะคอยหนุนเสริม เขาจะไม่สามารถทำลายฐานทัพของศัตรูได้หากไม่เลือกใช้ทัพหลัก นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าตระกูลเคเนดี้จะเลือกใช้กองทัพของดินแดนตุ้ยเป็นกองหน้าในการโจมตีเขา กองทัพของรัฐเว่ยจะกรีธาทัพเข้าสู่สงครามยามที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันจนเข้าสู่สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถึงตอนนั้นเซียวอวี๋ที่กำลังรบติดพันอยู่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะชนะ

นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังมีเป้าหมายอยู่อีกอย่างขณะที่กำลังจะลงมือต่อทั้งสองกองทัพ เขาได้อัญเชิญนักรบชุดใหม่มามาก และเขาคงต้องสูญเสียกำลังชุดนี้ไปไม่น้อยหากใช้พวกเขาป้องกันเลยโดยไม่ได้เพิ่มระดับให้กับพวกเขาก่อน

...............................

...............................

"เคลื่อนทัพได้!" เซียวอวี๋ออกจากเมืองไลอ้อนอย่างเงียบเชียบในตอนกลางคืน

เขารู้ว่าเมืองไลอ้อนถูกจับตามองจากพวกสายลับและมือสังหาร ดังนั้นเขาจึงต้องกระทำการทุกอย่างเป็นความลับ มิเช่นนั้นมันอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้หากศัตรูทางว่าเขากำลังจะเป็นฝ่ายโจมตี นอกจากนี้ยังมีเหตุผลที่ทำให้เซียวอวี๋กล้าที่จะเคลื่อนพลในยามค่ำคืน ขณะที่มีพวกสายลับคอยจับตาอยู่นั้น ก็เนื่องเพราะฐานมนุษย์ได้รับการอัพเกรดแล้ว มันจึงมีความสามารถใหม่ที่เขาสามารถใช้ได้ นั่นก็คือ ทักษะสร้างหมอก

มันสามารถสร้างหมอกเพื่ออำพรางกองทัพของเขา หน่วยสอดแนมจะพบว่ามันยากที่จะพบตำแหน่งของพวกเขาภายในหมอกที่หนาทึบเช่นนั้น นอกจากนี้เซียวอวี๋ยังให้ทอร์ลใช้ทักษะสอดแนมและให้ทัชิรันด้าใช้ทักษะตาเหยี่ยวเพื่อหาตำแหน่งหน่วยสอดแนมและมือสังหารเอาไว้ล่วงหน้า นี่จึงทำให้เขาสามารถเคลื่อนทัพได้โดยไม่ถูกศัตรูค้นพบ

"หมอกพวกนี้มันดีจริงๆ...นี่จะทำให้การโจมตีสามารถกระทำได้ง่ายขึ้น...ข้าจะต้องหาค่าผลงานมาอัพเกรดฐานทัพอันเดดให้จงได้!..ข้าต้องการใช้กองทัพที่เข้มแข็งจากฐานทัพอันเดดเพื่อโจมตีศัตรู แม้ว่าอันเดดจะเป็นกองทัพที่ชั่วร้าย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกมันมีความแข็งแกร่งยิ่ง...ยิ่งไปกว่านั้น พวกอันเดดยังสามารถสร้างความปั่นป่วนให้กับขวัญกำลังใจของศัตรูได้มากโข! ถ้าพวกอันเดดปรากฏตัวออกจากม่านหมอกและโจมตีศัตรู..ฮ่าฮ่า" เมื่อมีวิธีแล้วเซียวอวี๋ก็คิดที่จะใช้งานพวกอันเดด

เป็นความจริงที่พวกอันเดดนั้นแข็งแกร่งที่สุดในสี่เผ่าพันธุ์ มิเช่นนั้นพวกมันจะสามารถยึดครองอาเซรอธได้อย่างไร? ทวีปอาเซรอธคงตกเป็นอขงพวกอันเดดไปแล้วหากไม่ใช่เพราะปัญหาที่ลิซคิงต้องเผชิญและการที่อาร์ทัสกลับมา

เซียวอวี๋ทราบดีว่าเขาไม่อาจใช้กองทัพอันเดดโดยสุ่มสี่สุ่มห้า เขาจะต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของผู้คนทั้งทวีปหากพวกเขาทราบว่าเซียวอวี๋เป็นผู้นำของพวกมัน

เซียวอวี๋ขบคิดถึงปัญหาข้อนี้มาโดยตลอด เขาเชื่อว่าเขาจะสามารถเลื่อนระดับผู้บัญชาการได้อีกขั้น หากว่าเขาสามารถรับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่ของตระกูลเคเนดี้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นก็จะไม่เป็นปัญหาในการอัพเกรดฐานทัพอันเดด ถึงตอนนั้นเขาก็จะเรียกพวกกูลออกมาหนึ่งร้อยตัวให้อาร์ทัสควบคุม

"ฐานทัพอันเดดจะต้องถูกอัพเกรด! ข้าจะสามารถทำให้อาร์ทัสกลายเป็นผู้นำที่ทรงพลังให้เขานำทัพเหล่าคนตาย...ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีใครคิดถึงว่าข้าจะคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง เขาจะสามารถจัดการปัญหาให้ข้าได้อย่างลับๆ" เซียวอวี๋คิดขึ้นในใจ

กองทัพของเซียวอวี๋จะซ่อนตัวในตอนกลางวันและเดินทัพภายใต้หมอกในยามราตรี พวกเขาได้มาถึงเมืองแห่งแรกของดินแดนตุ้ยหลังจากเดินทัพมาสองวัน

ตัวเมืองไพลยาดีสในตอนกลางคืนนั้นมีแต่ความเงียบสงัด มีเพียงแสงจากคบเพลิงเหนือกำแพงที่ไหววูบ ขณะที่ทหารยามคอยเดินตรวจตรา กระนั้นเซียวอวี๋ก็คิดว่าทหารยามเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา เขารู้ว่าเมื่อฝ่าเข้าเมืองไปได้แล้ว ฝ่ายศัตรูก็จะไม่อาจต้านทานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอนกลางคืนนั้นยากที่จะจัดระเบียบกองทัพ นอกจากนี้พวกเขายังไม่ได้เตรียมตัวรับมือ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงใช้เพียงแผนการอันเรียบง่าย เขาจะส่งคนไปเปิดประตูเมืองและให้กองทัพของเข้าบุกเข้าไปเข่นฆ่าศัตรู

เมอีฟและกรอมถูกส่งไปเปิดประตูเมือง หลังจากนั้นเขาก็สั่งให้กองทัพจัดกระบวนเพื่อเตรียมบุกเข้าไป

"บุกได้!" เซียวอวี๋สั่งการเสียงเบา เขาไม่ต้องกรแหวกหญ้าให้งูตื่น ดังนั้นจึงไม่ได้ตะโกนปลุกใจกองทัพ เพียงคำสั่งนี้ก็เพียงพอแล้ว

ตึง....ตึง....

ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนเมื่อยักษ์ศิลาวิ่งเข้าใส่ประตูเมือง ทหารยามที่เดินลาดตระเวนอยู่พลันรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พวกมันคิดว่าคงเกิดแผ่นดินไหวขึ้นแล้ว อย่างไรก้ตาม พวกมันต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้างเมื่อได้เห็นพวกยักษ์ศิลา มีบางคนที่นิ่งตะลึงงันอยู่กับที่จนลืมแม้แต่การตะโกนแจ้งเตือน พวกมันจะรับมือกับยักษ์ที่ตัวสูงเกือบสิบเมตรได้อย่าง? พวกมันยังจะปกป้องอะไรได้?