ตอนที่ 157

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

"ดยุคเซียวใช่กล่าวใหญ่โตไปหรือไม่? ตัวตนเช่นท่านธีโอดอร์จะมาเป็นสหายกับท่านได้อย่างไร?" มีเสียงดังเข้ามาในห้อง หลินอ้าวเทียนเป็นผู้แรกที่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงนั้น ผู้ที่กล่าววาจาเมื่อครู่เป็นสมาชิกของตระกูลหลิน เรียกว่า หลินอ้าวเฟิง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของหลินอ้าวเทียนที่สนับสนุนให้หลินมู่เสวี่ยตบแต่งเข้าตระกูลทรงอำนาจเพื่ออำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองเสมอมา อย่างไรก็ตาม หลินอ้าวเทียนยังคงยืนกรานที่จะให้หลินมู่เสวี่ยแต่งงานกับตระกูลเซียว ถึงกระนั้นหลินอ้าวเทียนก็ต้องทนแบกรับความกดดันจากตระกูลอย่างหนักหน่วง

สถานะภายในตระกูลของหลินอ้าวเทียนยังมั่นคงเนื่องเพราะเขาเป็นผู้นำตระกูลมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีบางคนที่คอยกดดันเขาหรือคอยสร้างปัญหาให้เขาอยู่เป็นบางครั้ง เซียวอวี๋เข้าใจทันทีว่ายังมีผู้ที่คัดค้านการแต่งงานอยู่เมื่อได้ยินถ้อยคำของชายคนนั้น

เซียวอวี๋หันไปมองหลินอ้าวเฟิง "ท่านนี้คือ?"

หลินอ้าวเทียนกล่าวแนะนำชายคนนั้น "เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง หลินอ้าวเฟิง เขาเองก็เป็นสหายของซานเทียนเช่นกัน"

เซียวอวี๋ระบายรอยยิ้ม "โอ้ ท่านลุงหลิน ท่านธีโอดอร์เป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากผู้คนมากมาย อันที่จริงข้าก็ไม่คู่ควรที่จะเรียกได้ว่าเป็นสหายของเขา ทว่าในโลกใบนี้ยังมีบางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่าโชคชะตาอยู่ ด้วยความโชคดี ทำให้ข้าได้กลายเป็นสหายกับท่านธีโอดอร์ ท่านธีโอดอร์ไม่ได้มาที่เมืองไชน์แห่งนี้ในฐานะจอมมนตรา หากแต่มาในฐานะสหายของข้า" เซียวอวี๋คงจะลุกขึ้นทุบตีหลินอ้าวเฟิงไปแล้วหากเป็นเมื่อก่อน ทว่าตอนนี้ หลินอ้าวเทียนและหลินมู่เสวี่ยต่างมีทัศนคติที่ดีต่อเขา ดังนั้นเขาจึงไว้หน้าตระกูลหลิน ยิ่งไปกว่านั้น ธีโอดอร์จะต้องเดินทางมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงวางแผนหาโอกาสที่เขาจะมอบแหวนมิติให้ธีโอดอร์ท่ามกลางสายตาของผู้คน เป็นโอกาศดีที่หลินอ้าวเฟิงได้เสนอตัวเข้ามา ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องกล่าวปกป้องตัวเองแม้แต่น้อย

หลายคนคิดว่าเซียวอวี๋เป็นคนโกหกหากว่าธีโอดอร์ไม่ได้มาถึงเมืองนี้ เซียวอวี๋จะตกเป็นเป้าให้ผู้คนหัวเราะเยาะ

หลินอ้าวเทียนไม่ล่วงรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างธีโอดอร์และเซียวอวี๋เป็นอย่างไร ถึงกระนั้นก็ยังมีความชื่นชมปรากฏอยู่ในแววตาของเขา "เป็นโอกาศที่ยิ่งใหญ่ที่เมืองไชน์จะได้ต้อนรับท่านปรมาจารย์ มันจะเป็นเกียรติยศของพวกเรา หากท่านปรมาจารย์มาเป็นแขกของตระกูลหลิน"

เซียวอวี๋ทราบว่าหลินอ้าวเทียนทราบอิทธิพลภายในทวีปแห่งนี้ของธีโอดอร์และหวังจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อที่เชิดหน้าชูตาให้กับตระกูลหลิน เซียวอวี๋ครุ่นคิดอยุ่ครู่หนึ่ง "ข้าจะลองเชิญท่านธีโอดอร์มายังตระกูลหลิน"

หลินอ้าวเทียนเผยรอยยิ้มออกมา "จริงหรือ? พวกเราต้องการจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับเขา"

ตระกูลใดบ้างที่ไม่อยากได้รับเกียรติในการต้อนรับตัวตนระดับตำนาน? หลินอ้าวเทียนไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะเชิญธีโอดอร์มายังตระกูลหลินจริงๆ

เซียวอวี๋พยักหน้า "ข้าจะลองชักชวนดู"

เซียวอวี่เองก็ต้องการให้ธีโอดอร์มายังตระกูลหลินเช่นกัน เพื่อที่ในอนาคตตระกูลหลินจะมี "อิทธิพล" ภายในเมืองไชน์ เช่นนั้นเขาเองก็จะมี "อิทธิพล" เมื่อเขามาที่ตระกูลหลิน

เซียวอวี๋กำลังคิดถึงอนาคตของภรรยาในอนาคตอย่างหลินมู่เสวี่ย ดังนั้นเขาจึงต้องการใช้โอกาศนี้เพื่อทำให้แน่ใจว่าฝ่ายอื่นๆจะไม่เข้ามายุ่มย่ามกับตระกูลหลินในช่วงที่เขาไม่อยู่ มันจะเสียเปล่าหากไม่ผูกธีโอดอร์เข้ากับตระกูลหลินซะ ทุกคนจะได้ทราบว่าธีโอดอร์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลหลิน....มิตรภาพระหว่างเซียวอวี๋และธีโอดอร์เองก็จะถูกพิจารณารวมเข้าไปด้วย หากมีใครกล้าคิดที่จะมาแย่งชิงหลินมู่เสวี่ยไป

แม้กระนั้น สมาชิกของตระกูลหลินและทุกคนต่างก็ทราบนิสัยใจคอของธีโอดอร์ เขามักจะพักอาศัยตามโรงแรมเล็กๆแทนที่จะเข้าพักเป็นแขกของตระกูลใหญ่ที่ต้องการจะต้อนรับเขา ดังนั้นหลินอ้าวเฟิงจึงไม่เชื่อว่าเซียวอวี๋จะสามารถเชิญธีโอดอร์มาเข้าพักที่ตระกูลหลินได้

หลินอ้าวเทียนหันไปมองหลินอ้าวเฟิงและส่งสายตาให้เข้าหยุด จากนั้นเขาก็กล่าวออกมา "หลานชายสามารถเชิญท่านปรมาจารย์ได้ แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าต้องการจะมาที่นี่หรือไม่" เซียวอวี๋ผงกศีรษะและไม่ได้กล่าววาจาใดๆ บางครั้งความเงียบก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ความเงียบใช้ได้ทั้งรับและรุกในบางโอกาศ

มู่หานเข้ามาเกาะแขนเซียวอวี๋ "พี่ชายอวี๋ ท่านรู้จักกับท่านธีโอดอร์จริงๆ? ท่านขอให้เขาชี้แนะข้าสักเล็กน้อยได้หรือไม่? ข้าจะสามารถยกระดับตัวเองได้อย่างแน่นอนหากว่าได้รับการชี้แนะสักเรื่องสองเรื่อง"

ทุกคนยิ้มออกมาเมื่อได้ยินถ้อยคำของมู่หาน พวกเขาคิดว่านางนั้นไร้เดียงสาเกินไป เหตุใดตัวตนเช่นธีโอดอร์จะต้องชี้แนะเด็กหญิงตัวน้อยเช่นนางด้วย? นอกจากนี้ ยังเป็นที่ทราบทั่วกันว่าธีโอดอร์ไม่สนใจทางโลกมาเนิ่นนานแล้ว เขาไม่ได้มีผู้สืบทอดหรือลูกศิษย์แม้สักคนเดียว อย่างดีที่สุด ธีโอดอร์ก็เพียงสาธิตเล็กน้อยๆให้กับผู้ที่มีอนาคตไกลเพียงบางโอกาศ ธีโอดอร์ไม่เคยสั่งสอนหรือถ่ายทอดความรู้ของเขาให้กับผู้ใดอย่างจริงจัง

ทว่าคำกล่าวของเซียวอวี๋กลับอยู่นอกเหนือความคาดหมาย "นั่นไม่ใช่ปัญหา ข้าจะขอให้เขาช่วยชี้แนะเจ้า ข้าว่าเขาปฏิเสธ เช่นนั้นข้าจะทุบทำลายขวดไวน์เหล่านั้นให้สิ้นซากแทนที่จะให้มันลงไปอยู่ในกระเพาะของเขา...ฮึ่ม!"

เซียวอวี๋เชื่อว่าเขาสามารถช่วยมู่หานเกี่ยวกับคำขอนี้ได้อย่างแน่นอน นั่นเพราะ เซียวอวี๋กำลังจะมอบแหวนมิติให้กับเขาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นมันจึงไม่มากเกินไปที่จะขอให้เขาช่วยชี้แนะมู่หานสักเล็กน้อย หลินมู่เสวี่ยนิ่งเงียบและไม่ทราบว่านางเชื่อคำกล่าวนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม นางอดเอ่ยปากถามออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำกล่าวของมู่หาน

"ข้า...ข้าสามารถเข้ารับฟังการบรรยายของท่านธีโอดอร์ด้วยได้หรือไม่?" หลินมู่เสวี่ยกล่าวออกมาด้วยความลังเล

หากว่าปรมาจารย์เช่นธีโอดอร์สั่งสอนผู้ใช้มนตราระดับต่ำเช่นพวกนางแล้ว เช่นนั้นผลที่ได้รับจะต้องมากมายมหาศาล เวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องที่ฝึกฝนแล้วจะบรรลุได้เพียงเท่านั้น แต่มันยังเกี่ยวข้องกับการควบคุมองค์ประกอบของธาตุอีกด้วย

การควบคุมองค์ประกอบของธาตุที่แม่นยำเป็นเรื่องเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ต้องผ่านการทำความเข้าใจอย่างยาวนาน ดังนั้น กระทั่งผู้ที่เป็นอัจฉริยะเองก็ยังไม่สามารถเข้าใจองค์ประกอบของธาตุได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เพียงการจัดเรียงและใช้งานยังไม่อาจทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญได้

ปรมาจารย์เป็นปรมาจารย์ได้เนื่องเพราะประสบการณ์อันล้ำค่าของพวกเขา พวกเขาได้ผ่านการจัดเรียงและใช้องค์ประกอบหลายองค์ประกอบมานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อที่พวกเขาจะสามารถบรรลุถึงระดับพวกเขา ด้วยเหตุนี้ คำแนะนำจากปรมาจารย์จึงสามารถชี้นำผู้ใช้มนตราระดับต่ำได้มหาศาล

เซียวอวี๋ระบายรอยยิ้มออกมาขณะมองดูใบหน้าอันเขม็งตึงเครียดของหลินมู่เสวี่ย "ย่อมแน่นอน ข้าจะขอให้เขาชี้แนะพวกเจ้าทั้งสอง"

เซียวอวี๋ยังต้องการทำให้ทั้งสองกลายเป็นศิษย์ของธีโอดอร์เพื่อที่ในอนาคตจะได้ไม่มีผู้ใดกล้ามายุ่มย่ามกับพวกนาง ในขณะเดียวกัน หลายคนก็เริ่มขบคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเซียวอวี๋และธีโอดอร์ เขาสามารถให้สัญญาได้ง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ? พวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นจริงๆ?

บางคนคิดว่าเซียวอวี๋คุยโตเพื่อยกระดับจุดยืนของตนในสายตาของตระกูลหลิน

"พี่ชายอวี๋ ท่านรู้จักกับท่านธีโอดอร์ได้อย่างไร?" มู่หานอดที่จะถามออกมาไม่ได้

เซียวอวี๋อมยิ้ม "ตาแก่นั่นพยายามจะขโมยไวน์ของข้า ดังนั้นพวกเราจึงได้รู้จักกันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา"