ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋พักผ่อนอย่างสบายใจตลอดทั้งคืน ไม่มีมือสังหารมารบกวนเวลานอนของเขา มันไม่ได้หมายความว่าเขาจะปลอดภัยไร้กังวล แต่มันหมายถึงศัตรูกำลังเตรียมแผนการมาจัดการกับเขา เซียวอวี๋ตื่นขึ้นมาในรุ่งเช้าและเตรียมตัวไปเยือนตระกูลหลิน
ขบวนรถของเซียวอวี๋ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนจำนวนมากเพราะพวกออร์คและเอลฟ์ ผู้คนต่างชี้ไม้ชี้มือมายังขบวนที่กำลังเคลื่อนตัวนี้ราวกับคณะละครชื่อดังมาเยือน แม้ว่าจะทำให้เซียวอวี๋รู้สึกอึดอัด แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นเส้นทางเดียวที่ทอดถึงตระกูลหลิน ดังนั้นขบวนรถม้าของเซียวอวี๋จึงมุ่งหน้าสู่ตระกูลหลินพร้อมด้วยฝูงชนที่ล้อมหน้าล้อมหลัง
เซียวอวี๋ได้ส่งคนไปแจ้งตระกูลหลินล่วงหน้าเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เซียวอวี๋ไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงาน ทว่าเขาก็ไม่อาจทำตัวหยาบคายต่อตระกูลหลินได้ แต่หากว่าผู้นำตระกูลหลินกระทำตัวเช่นเดียวกับหวังเทียนหู่แล้วล่ะก็ เช่นนั้นเซียวอวี๋ก็จะมีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะยกเลิกการแต่งงาน อันที่จริงเขากำลังคิดที่จะแสดงท่าทางอันหยาบกร้านและป่าเถื่อนเพื่อให้เรื่องการแต่งงานในครั้งนี้จบลงอย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไม่ได้ไปตามการคาดการณ์ของเขา ตระกูลหลินไม่ได้แสดงการกระทำที่ไม่ให้เกียรติแม้แต่น้อย กลับกันพวกเขาต้อนรับเซียวอวี๋อย่างเอิกเกริก มันทำให้เซียวอวี๋เปลี่ยนความคิดของเขา หากว่าอีกฝ่ายคิดจะใช้อำนาจเข้าข่ม เขาก็พร้อมที่จะแสดงความป่าเถื่อนออกไป อย่างไรก็ตามจากท่าทีที่ตระกูลหลินแสดงออกมาแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าผู้นำตระกูลหลินเป็นผู้ที่รู้จักพินิจพิเคราะห์สถานการณ์
มีชายชราผมสีดอกเลายืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มารอต้อนรับเซียวอวี๋ มองจากภายนอกเขาดูเป็นคนประเภทที่เรียบง่ายและคล้ายชายชราบ้านใกล้เรือนเคียงตามชนบท
"ยินดีต้อนรับท่านดยุคเซียว ขอบคุณที่เดินทางไกลเพื่อมาเยี่ยมตระกูลของพวกเรา" ชายชราก้าวออกมากล่าวทักทายเซียวอวี๋
เซียวอวี๋ค้อมตัวลงเล็กน้อย "ท่านลุงหลินไม่จำเป็นต้องออกมารับข้าด้วยตนเองเช่นนี้"
คติประจำใจของเซียวอวี๋คือ 'หากท่านให้เกียรติข้า ข้าจะให้เกียรติท่านกลับไปนับสิบเท่า' หากมีคนใช้อำนาจมาดูถูกเหยียดหยามเขา เขาก็จะใช้อำนาจตอบกับผผู้คนเหล่านั้น แต่หากว่าอีกฝ่ายให้เกียรติเขา เขาก็ย่อมที่จะให้เกียรติอีกฝ่ายเช่นกัน ดวงตาของชายชรานั้นดูจริงใจยิ่งกว่ายามเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับการแสดงออกของหวังเทียนหู่
ชายชราผู้นี้มีชื่อว่า หลินอ้าวเทียน เป็นผู้นำของตระกูลหลิน
เซียวอวี๋คนเก่าเองก็ไม่เคยพบคนผู้นี้มาก่อน แต่พิจารณาจากตำแหน่งการยืนของสมาชิกตระกูลแล้ว เซียวอวี๋จึงพอจะคาดเดาตัวตนของชายชราผู้นี้ออก
หลินอ้าวเทียนคิดขึ้นในใจ "มีข่าวลือว่าเขาป่าเถื่อนโหดร้ายและมีพฤติกรรมที่น่าละอาย ทว่าเมื่อได้พบเจอตัวจริงกลับสุภาพและมากมารยาท ดูท่าว่าข่าวลือเหล่านั้นเป็นเพียงการกล่าวหาอันไร้มูล บุตรชายของเซียวซานเทียนย่อมไม่ใช่ตัวเลวร้าย...."
"หลานชายเอ๋ย เข้าไปพูดคุยกันด้านในเถอะ" หลินอ้าวเทียนคล้องแขนเซียวอวี๋ให้เดินไปกับเขาด้วยความใกล้ชิดสนิทสนม
เซียวอวี๋ไม่ได้คาดคิดว่าชายชราจะต้อนรับเขาอย่างดีเช่นนี้ เขาคิดว่าสถานการณ์จะไม่ราบรื่นเนื่องเพราะที่ชื่อเสียงที่เลวร้ายของเซียวอวี๋คนเก่า
ทิรันด้า กรอมและแอนโทนีดาสติดตามเซียวอวี๋และหลินอ้าวเทียนเข้าไป ขณะที่พวกออร์ค นักล่าและพลเดินเท้าได้รับการนำทางจากบ่าวรับใช้ของตระกูลหลินไปยังอีกที่หนึ่ง ลีอาไม่ได้ร่วมทางมากลับเขาในวันนี้เนื่องเพราะยังโกรธเคืองเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
เซียวอวี๋ยังคงปฏิบัติกับนางราวกับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นเขาให้นางติดต่อหาธีโอดอร์ ตอนนี้มีเพียงธีโอดอร์ที่สามารถจัดการกับปัญหายุ่งยากให้เขาได้ หากธีโอดอร์มาช้าไปหนึ่งวัน เขาก็ต้องกังวลกับการรับมือการลอบสังหารไปอีกหนึ่งวัน
เซียวอวี๋ก้าวเดินเข้าไปด้านในขณะที่มีสมาชิกของตระกูลห้อมล้อม หลินอ้าวเทียนดูเหมือนจะมีเกิดความประทับใจในตัวเซียวอวี๋ ทว่าสมาชิกคนอื่นๆภายในตระกูลยังคงมองเขาอย่างเคลือบแคลงสงสัย เซียวอวี๋ไม่ได้ใส่ใจเรื่องเหล่านั้น เขาทราบว่าหลินอ้าวเทียนไม่ได้รู้สึกไม่ดีต่อเขา ตอนนี้ เรื่องต่อไปก็คือทัศนคติของหลินมู่เสวี่ยต่อตัวเขา เซียวอวี๋กำลังวางแผนที่จะหาทางปฏิเสธการแต่งงานในกรณีที่เขาไม่ได้มีความชอบพอหลินมู่เสวี่ย ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวยังต้องพบหน้ากับชายที่จะกลายเป็นสามีของนางในอนาคตอย่างปุบปับ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าตัวนางเองก็ไม่เห็นด้วยกับการแต่งงาน
หลินอ้าวเทียนหันมามองเซียวอวี๋เมื่อพวกเขามาถึงห้องรับแขก "ข้าได้ส่งคนไปแจ้งหลินมู่เสวี่ยแล้ว ข้าไม่คิดว่าหลานชายจะมาเยือนในวันนี้ ดังนั้นพวกเราจึงไม่ได้บอกนางล่วงหน้า ช่วงที่ผ่านมานี้นางง่วนอยู่กับการจัดการธุระในสถาบันเวทมนตร์"
เซียวอวี๋ยิ้ม "นั่นไม่เป็นไรหรอกท่านลุง ข้าเพียงรั้งอยู่ที่นี่ไม่กี่วันเท่านั้น"
หลินอ้าวเทียนกล่าวสืบต่อ "จะดีกว่าหากหลานชายพักอยู่ที่นี่สักหลายวัน ข้าจะได้ต้อนรับและพาหลานชายท่องชมเมือง บิดาของเจ้าเป็นชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยรู้จัก ช่างน่าเสียดายที่เขามาด่วนจากไปตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น"
ใบหน้าของเซียวอวี๋เปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง "ขอรับ ท่านพ่อเป็นชายที่ยิ่งใหญ่ แต่ข้ากลับเป็นบุตรที่ไม่เอาไหน หากว่าข้ามีความสามารถได้เพียงครึ่งหนึ่งของท่านพ่อ เช่นนั้นข้าคงปกครองแดนพายัพได้โดยสมบูรณ์ไปเนิ่นนานแล้ว"
หลินอ้าวเทียนมองไปยังการแสดงออกที่ดูหดหู่ของเซียวอวี๋ "หลานชายอย่าได้ตำหนิตนเองแล้ว น้องซานเทียนเป็นบุรุษที่มีพรสวรรค์ในรอบหลายร้อยปี ทว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนข้าได้รับจดหมายจากพ่อบ้านหงส์ ในจดหมายบอกว่าหลานชายได้ออกกวาดล้างกลุ่มโจรทั้งหมดในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อีกทั้งตอนนี้ประชากรในดินแดนยังเพิ่มขึ้นมามากกว่าหนึ่งล้านคนแล้ว นี่นับเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ ดินแดนไลอ้อนนั้นเป็นดินแดนที่แห้งแล้งทุรกันดาร การพัฒนามันให้ดีได้จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง"
เซียวอวี๋ตอบกลับอย่างถ่อมตน "พ่อบ้านหงส์กล่าวเกินไปแล้ว ข้าเพียงกวาดล้างกลุ่มโจรเล็กๆไม่กี่กลุ่ม....โจรพวกนั้นหยั่งรากลึกอยู่ในดินแดนมาช้านาน มันจึงต้องใช้เวลาอย่างยาวนานกว่าจะกวาดล้างพวกมันได้ทั้งหมด"
หลินอ้าวเทียนรู้สึกชอบพอกับการแสดงออกที่ซื่อสัตย์และนอบน้อมถ่อมตนของเซียวอวี๋ ซึ่งที่จริงแล้วหลินอ้าวเทียนก็ไม่เชื่อว่าเซียวอวี๋จะสามารถแก้ปัญหากลุ่มโจรที่มีมาอย่างยาวนานได้ในการศึกเพียงสองครั้งเท่านั้น ใครบ้างที่จะไม่ทราบสถานการณ์ของภาคตะวันตกเฉียงเหนือ? เซียวซานเทียนได้ทุ่มเทมาอย่างยาวนาน ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องพบจุดจบเนื่องเพราะพวกโจร แล้วชายหนุ่มผู้หนึ่งจะมาจัดการปัญหาที่กระทั่งตัวจอมทัพเลื่องชื่อของอาณาจักรเองยังจัดการไม่ได้ได้อย่างไร?
แม้ว่าพ่อบ้านหงส์จะเขียนว่าเซียวอวี๋ได้รับความช่วยเหลือจากเผ่าพันธุ์ออร์ค เอลฟ์ คนแคระ ทว่าหลินอ้าวเทียนก็ยังไม่ยินยอมเชื่อ จะต้องใช้ออร์ค เอลฟ์มากมายมหาศาลเท่าใดจึงจะแก้ปัญหานี้ได้?
หลินอ้าวเทียนคิดว่าพ่อบ้านหงส์เกรงว่าตระกูลหลินจะดูถูกตระกูลเซียวดังนั้นจึงเขียนบรรยายเกินจริงไปบ้าง หลังจากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันอีกพักหนึ่ง
หลินอ้าวเทียนมองไปที่กรอมและทิรันด้าอย่างสนอกสนใจ "ตัวข้าได้ยินข่าวลือมาบ้างว่าหลานชายอวี๋ได้รับการสนับสนุนจากพวกออร์คและเอลฟ์ในภูเขาอัลคาเกน พวกเขาทั้งสองนี้ใช่ผู้นำเผ่าหรือไม่?"
เซียวอวี๋พยักหน้า "ถูกแล้ว ทั้งสองเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์ ข้าได้พบเจอพวกเขาด้วยความบังเอิญ เดิมทีพวกเขากำลังจะสังหารข้า แต่ดูเหมือนว่าท่านพ่อเคยช่วยเหลือเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เพียงไว้ชีวิตข้า หากแต่ยังให้การช่วยเหลือข้าเนื่องเพราะความเมตตาของท่านพ่อในอดีต"
คำกล่าวของเซียวอวี๋นั้นยิ่งกลายเป็นสมบูณณ์แบบและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ผู้คนจำนวนมากต่างยอมรับซึ่งคำกล่าวนี้ เป็นการดีที่สุดที่จะยกความดีความชอบให้กับบิดาของเขาแทนที่จะเล่าว่าทุกสิ่งทุกอย่างตัวเขาเป็นผู้กระทำขึ้นเอง เซียวซานเทียนเคยออกเดินทางไปทั่วทวีปและเข้าไปยังโบราณสถานจำนวนมาก
หลินอ้าวเทียนรับคำ "น้องซานเทียนช่างสมกับเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง! เขากระทั่งเป็นผู้มีพระคุณของเผ่าพันธุ์ออร์คและเอลฟ์!"
ในเวลาเดียวกันนั้นเองก็มีเสียงหวานใสดังขึ้น "ท่านพ่อ"
เซียวอวี๋พลันหันไปยังทิศทางของเสียง.......
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved