ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"พันธมิตร?" โถวปาหงพึมพำก่อนจะผงกศีรษะ "แต่ข้าจะสามารถหาได้จากที่ใด? ข้าไม่ได้รู้จักกับคนในกองทัพมากนัก....ข้าจะตกเข้าสู่กับดักหากต้องติดต่อกันตอนนี้"
เซียวอวี๋เผยรอยยิ้ม "เจ้าพูดถูก ขุนนางระดับสูงและระดับบนของกองทัพส่วนใหญ่สมควรทำงานให้กับพวกมันแล้ว...เจ้าไม่อาจหาผู้ที่สามารถเชื่อถือจากในจักรวรรดิได้ในตอนนี้...อย่างดีที่สุดเจ้าก็มีโอกาสจะได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังภายนอก"
"คนนอกจักรวรรดิ?" โถวปาหงขมวดคิ้ว
เซียวอวี๋ยิ้มจริงใจและชี้นิ้วมาที่ตัวเอง "ข้าก็อยู่นี่แล้วไง...ไฉนเจ้าจึงเขลานัก?"
โถวปาหงโอบบ่าเซียวอวี๋ขณะหัวเราะ "ถูกแล้ว...ข้ากลับลืมเลือนเจ้าไปได้อย่างไร? เจ้ามีทัพม้าที่ทรงพลังเช่นนี้ นั่นหมายความว่าเจ้าย่อมต้องไม่ธรรมดา....เจ้าจะต้องมีความสำคัญอยู่ในอาณาจักพยัคฆ์คำรน เจ้าตั้งใจจะเป็นพันธมิตรกับข้างั้นหรือ?"
เซียวอวี๋ลดเสียงลง "ข้าไม่แน่ใจว่าการเดิมพันข้างเจ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ แต่ข้าก็ค่อนข้างฝืนใจเล็กน้อยที่จะต้องเป็นพันธมิตรกับเจ้า"
โถวปาหงตบบ่าเซียวอวี๋ "ข้าสัญญาว่าหากข้าได้นั่งบัลลังก์ เจ้าจะได้รับสิ่งที่ต้องการ"
เซียวอวี๋โบกมือ "หลายสิ่งหลายอย่างคงเปลี่ยนไปเมื่อเจ้าได้กลายเป็นจักรพรรดิ....แต่หากว่าข้าสามารถได้รับประโยชน์บางอย่าง เช่นนั้นก็กล่าวได้ว่าเดิมพันถูกต้อง"
โถวปาหงเข้าใจว่าเซียวอวี๋มีแผนการของตนเอง แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจความคิดของเซียวอวี๋มากนัก อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่ามันคงไม่มากเกินไปหากว่ามอบผลประโยชน์ให้กับเซียวอวี๋เขาจำเป็นต้องพึ่งพาเซียวอวี๋เพื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิ เขาไม่ทราบว่าเซียวอวี๋มีอำนาจมากเท่าใด แต่ดูจากทัพม้าชั้นยอดทั้งสี่ร้อยนายนี้แล้ว นั่นหมายความว่าเซียวอวี๋จะต้องขุมกำลังอยู่
โถวปาหงเชื่อว่า เขาจะได้รับความช่วงเหลือในช่วงวิกฤตหากว่ามีพันธมิตรอยู่ในอาณาจักรพยัคฆ์คำรน
"ไม่ต้องกังวล ข้ารักษาสัญญาเสมอ" โถวปาหงยิ้ม เขาเห็นแล้วว่าเซียวอวี๋มีบทบาทสำคัญในการจัดการกับเคราแดงตัวปลอม และรู้สึกได้ว่าเซียวอวี๋จะมีความสำคัญเฉกเช่นเดียวกันในการช่วงชิงบัลลังก์
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็พูดคุยกันในเรื่องของรายละเอียด ท้ายที่สุดแล้วเซียวอวี๋ก็เป็นคนนอกและเป็นศัตรูของโถวปาหงที่เป็นคนในจักรวรรดิ โถวปาหงไม่อาจไว้ใจผู้คนในจักรวรรดิตอนนี้ หากแต่เขาก็ไม่ได้มีปัญหากับความเป็นมาของเซียวอวี๋
สุดท้ายเซียวอวี๋ก็วางแผนไว้สามขั้นตอน ขั้นแรก โถวปาหงจะส่งสายลับเข้าไปในเมืองหลวง ขั้นที่สองคือ ให้โถวปาหงส่งคนไปแจ้งข่าวอาจารย์ของเขา ขั้นสุดท้ายคือพูดคุยรายละเอียดในการเข้าตีทั้งตั้งค่ายเคราแดง
พวกเขามีทหารและม้าไม่พอจะโจมตีรังโจรเคราแดง ดังนั้นจึงต้องวางแผนให้ดี เซียวอวี๋มีความคิดอีกอย่าง เขากล่าวว่าควรดึงขบวนพ่อค้าเข้าร่วมและแบ่งปันสมบัติกับพวกเขา
เขาบอกกับโถวปาหงว่าพวกพ่อค้าและนักผจญภัยไม่ได้ล่วงรู้สถานการณ์ที่แท้จริง พวกเขาจะได้รับกำลังคนเป็นจำนวนมากหากจัดการได้ถูกวิธี ทุกคนต่างตระหนักดีว่าโจรเคราแดงออกปล้นและสะสมทรัพย์สมบัตินับไม่ถ้วน พวกพ่อค้าจะได้กำไรแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยก็ตาม นี่ถือเป็นโอกาสอันดี
นักผจญภัยและผู้คุ้มกันพากันตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อโถวปาหงประกาศออกไป พวกเขาเชื่อว่าโถวปาหงเป็นคนดีและมีจิตใจกว้างขวางที่จะให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมกับกองสมบัติของเคราแดง
ด้วยเหตุนั้น พวกเขาจึงเคลื่อนกำลังไปยังที่ซ่อนในวันต่อมา โถวปาหงได้จัดสรรผู้คนเป็นหลายทีมและเลือกกัปตันขึ้นมาควบคุมดูแล มันจะสะดวกมากยิ่งขึ้นที่จะบัญชาการกองทัพ โถวปาหงย่อมไม่ใช่คนแปลกหน้าอะไรที่จะได้รับเลือกเป็นผู้นำในปฏิบัติการครั้งนี้ ในฐานะเจ้าชายของจักรวรรดิแล้ว เขาย่อมต้องมีประสบการณ์ในการต่อสู้
เขาอธิบายว่าจะมีกฎเกณฑ์ทางทหารในระหว่างการเข้าโจมตี ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเหล่านั้นจะถูกลงโทษตามกฎและข้อบังคับทางทหาร
.....................................
.....................................
พวกเขาพบที่ตั้งตามคำบอกเล่าของเคราแดงได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม โถวปาหงและเซียวอวี๋ไม่กล้าผลีผลามรีบร้อนเข้าไป
เซียวอวี๋และกรอมเข้าไปตรวจสอบสถานที่ล่วงหน้า พวกเขาย่อมไม่กล้าเสี่ยงเคลื่อนทัพเข้าไป หากว่าปฏิบัติการครั้งนี้ล้มเหลว เช่นนั้นโถวปาหงก็จะสูญเสียกำลังคนและจะไม่มีโอกาสโจมตีเป็นครั้งที่สอง ยิ่งไปกว่านั้นผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังก็จะได้ประโยชน์จากสถานการณ์ในครั้งนี้
เซียวอวี๋และกรอมเข้าไปในหุบเขา แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อไม่มีทางเข้าอยู่ที่นั่น
"นี่มันอะไร? ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่ยังมีคนอยู่เลยไม่ใช่หรือ?" เซียวอวี๋งุนงง เขาเห็นมีโจรวิ่งมายังที่นี่ชัดๆ แต่ตอนนี้กลับไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ มันดูราวกับเป็นหุบเขาธรรมดาทั่วไป ทั้งไม่ลึกและไม่มีต้นไม้มากมาย
"ที่นี่จะต้องมีอะไรบางอย่าง...ตัวคนจะกลายเป็นอากาศธาตุได้อย่างไร?" เซียวอวี๋เดินต่อไปเพื่อสำรวจสถานที่ ในครั้งแรก เขาลองลูบคลำตามผนังเพื่อสำรวจหาทางลับ เขาสัมผัสได้ว่าชั้นผิวของภูเขาทั้งหมดไหววูบอยุ่ครู่หนึ่ง
"เกิดอะไรขึ้น?" เซียวอวี๋ตกตะลึงและชักมือกลับทันที เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวางมือลงไปอีกครั้ง เป็นอีกครั้งที่ภาพไหววูบ อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เขาไม่ได้ดึงมือกลับอีก หากแต่กดลงไป
ดูราวกับว่าไม่มีสิ่งใดสกัดขัดขวางมือของเขาไว้ คล้ายกับกำลังผลักมือใส่อากาศ
เซียวอวี๋มีความกล้ามากขึ้นขณะที่ก้าวเดินไปทั้งตัว ฉากที่ได้เห็นทำให้เขาต้องตกตะลึง
มันไม่มีหุบเขาอยู่อีก หากแต่เป็นเมืองขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยบ้านเรือน กระโจมและอื่นๆ
"ค่ายกล! ค่ายกลลวงตา! นี่มัน...น่าทึ่งจริงๆ พวกมันลงอักขระเวทมนตร์ไว้ที่นี่!" เซียวอวี๋ถอนหายใจ
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved