ตอนที่ 322

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

หลังจากกลับมาเซียวอวี๋ก็หัวเราะอยู่เป็นนาน ความแข็งแกร่งของกองทัพอันเดดนี่มันยอดเยี่ยมเสียจริง เขามีพวกอันเดดไม่ถึงห้าพันด้วยซ้ำ กระนั้นกลับสามารถสังหารกองทัพชั้นยอดของศัตรูไปได้ราวหกถึงเจ็ดพันนาย นี่นับเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่! ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกอันเดดของเขายังอยู่เพียงระดับต่ำ! ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นหากพวกมันมีระดับสูงขึ้นกว่านี้?

แม้จะสูญเสียอันเดดไปนับพัน แต่เซียวอวี๋ก็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เขาจะสามารถกลับไปอัญเชิญมาใหม่ได้เมื่อกลับไปที่ฐานทัพ ระหว่างทางเขาได้ส่งพวกแมงมุมปีศาจและการ์กอยออกไปตรวจสอบสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้มือสังการแอบสะกดรอยตามมา พวกมันจะรีบกลับมารายงานทันทีที่ตรวจพบศัตรูอยู่ด้านหลัง คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าแมงมุมจะสามารถดำดินได้ พวกการ์กอยนั้นได้เปลี่ยนตัวเองกลายเป็นรูปปั้นหินเพื่อเตรียมตัวโจมตีในคืนถัดไป

เซียวอวี๋ไม่ได้นำพวกอันเดดกลับฐานโดยตรง หากแต่ใช้ทางอ้อม เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดติดตามมาแล้ว เขาก็นำพวกมันกลับเข้าฐาน นอกจากนี้เขายังได้ใช้หมอกบดบังตำแหน่งของพวกเขาขณะที่เดินทางกลับ

อานูบ์-อารักก์ได้ปรากฏตัวขึ้นจากที่ใดก็ไม่อาจทราบ เซียวอวี๋ตกใจเมื่อเห็นว่าจ้าวแห่งแมงมุมปีศาจผู้นี้มีระดับถึงสิบสี่แล้ว เพียงหนึ่งสมรภูมิกลับมีระดับเพิ่มขึ้นถึงเพียงนี้!

อาร์ทัสและเคลธูซาดนั้นคอยอยู่ด้านข้างเซียวอวี๋ตลอดเวลา เซียวอวี๋ได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการบัญชาการให้กับอาร์ทัส จะอย่างไรเขาก็ไม่อาจนำทัพอันเดดได้ตลอด เมื่อถึงเวลานั้นอาร์ทัสก็ทำได้เพียงพึ่งตนเองแล้ว เคลธูซาดนั้นเป็นจอมมนตราเช่นกัน ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่กล้าปล่อยให้เขาไปไกลหูไกลตา เขาสั่งให้อีกฝ่ายคอยติดตามอยู่ด้านข้างและใช้เวทโจมตีทหารใกล้ๆเท่านั้น แม้กระนั้นเคลธูซาดก็ยังมีระดับถึงสิบเอ็ด ขณะที่อาร์ทัสมีระดับถึงยี่สิบเอ็ดแล้ว

ทักษะของอาร์ทัสนั้นน่าสะพรึงเมื่อเขามีระดับถึงยี่สิบเอ็ด แม้ว่ามันจะยังไม่ใช่ทักษะระดับสูง แต่เมื่อมีระดับเพิ่มขึ้น ทักษะปลุกซากศพก็มีประสิทิชธิภาพมากขึ้น ตอนนี้อาร์ทัสสามารถเปลี่ยนซากศพให้กลายเป็นอันเดดได้ถึงหนึ่งร้อยตัว นอกจากนี้เขายังสามารถบงการผู้ใช้มนตราหรือผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังได้! ตามการคาดการณ์ของเซียวอวี๋แล้ว การที่อาร์ทัสจะควบคุมกองทัพซากศพหนึ่งพันได้ก็เมื่อตอนที่เขามีระดับสามสิบ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีนักรบซากศพหนึ่งพันตัว? ไม่แปลกที่อาร์ทัสจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับลิซคิง นอกจากนี้อาวุธของอาร์ทัส ฟรอสต์มัวร์ยังจะสามารถอัพเกรดและทรงพลังได้ยิ่งกว่านี้ มันถือเป็นอาวุธที่อยู่ในระดับสุดยอดศาตราของโลกแห่งวอร์คราฟแล้ว! พลังอำนาจของมันนั้นไร้เทียมทาน!

เมื่อเซียวอวี๋กลับไปแล้ว ทิ้งเอาไว้เพียงค่ายส่วนหลังที่โกลาหลวุ่ยวาย สถานที่แถบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นและเศษเนื้อที่กระจัดกระจาย ฉากเช่นนี้ไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าการเรียกมันว่าขุมนรก!

โรเบิร์ตอาเจียนออกมาทันทีที่ได้เห็นฉากเบื้องหน้า เขาเคยลงไปที่นครใต้พิภพและเผชิญหน้ากับเหล่าอันเดดมาแล้ว หากแต่ที่นั่นก็ไม่ได้มีสภาพน่าขยะแขยงเช่นนี้! นครใต้พิภพนั้นถือเป็นเมืองหลักของพวกอันเดด แต่ที่นั่นก็ยังสะอาดและมีระเบียบ กล่าวกันว่านครใต้พิภพนั้นเป็นสถานที่ที่มีอารยธรรม ซึ่งมันแตกต่างจากนรกที่เบื้องหน้านี้อย่างสิ้นเชิง!

"ที่นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?" โรเบิร์ตถามออกมา กลิ่นเหม็นเน่ายังคงโชยมากระทบจมูกของเขาอยู่ไม่ขาด เขาก้มตัวลงไปอาเจียนครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อคนอื่นๆเห็นว่าโรเบิร์ตไม่อาจทนทานต่อที่นี่พวกเขาก็รีบพยุงพาโรเบิร์ตออกไป

เซียวอวี๋ได้เล็งถึงผลลัพธ์เช่นนี้เอาไว้ ฉากที่เหลือทิ้งไว้ได้สร้างความตึงเครียดให้กับเหล่าทหาร ไม่มีสักคนที่กล้าติดตามกองทัพอันเดด พวกเขาทำได้เพียงมองดูพวกมันถอยทัพกลับไป

ตอนนี้ผู้ใช้มนตราและหุ่นกลจำนวนมากก็มาถึง แม้ว่าพวกมันจะสามารถกำจัดกองทัพอันเดดได้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตจากขุมนรกเหล่านั้น

นอกจากนี้การได้เห็นเหล่าสหายลุกขึ้นมาเข่นฆ่าพวกเขาทำให้พวกเขารู้สึกไร้เรี่ยวแรง แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกองทหารชั้นยอดและไม่เกรงกลัวความตาย แต่จะรู้สึกอย่างไรเมื่อต้องสู้กับคนรู้จักมักคุ้น?

ทั่วพื้นเต็มไปด้วยคราบของเหลวสีเขียวที่สามารถกัดกร่อน ทุกคนต่างอาเจียนออกมาไม่หยุด สุดท้ายพวกผู้ใช้มนตราก็ใช้เพลิงเผาทุกสิ่งทุกอย่างทิ้งไป ไม่มีผู้ใดกล้าอาศัยอยู่ที่นี่อีก ทหารทั้งหมดต่างโยกย้ายไปยังค่ายทหารอื่น

พวกเขาทำถูกแล้วที่เผาซากศพผู้ที่ตาย เนโครแมนเซอร์ของเซียวอวี๋จะสามารถควบคุมพวกมันได้หาก เหล่าทหารตัดสินใจฝังร่างผู้ตาย นี่นับเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาด

ซากศพถูกเผาไปแล้ว หากแต่ความรู้สึกจากศึกเมื่อคืนยังสลักลึกลงในจิตใจคนที่เหลือ ภาพของเหล่ากูลที่รุมทึ้งร่าง แมงมุมตัวยักษ์ที่พ่นใยพิษออกมา อสุรกายที่น่าเกลียดน่ากลัว ยังมีเครื่องบดเนื้อที่เปลี่ยนสหายของพวกเขาให้กลายเป็นเศษเนื้อ.....

............................

............................

กระโจมของโรเบิร์ตสว่างจ้า มีเพียงแสงจากคบเพลิงเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาสงบใจลงได้ ภายในกระโจมไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากเอ่ยวาจา โรเบิร์ตหน้าขาวซีดขณะนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลัก เขากลังหวาดกลัว....เขาจากสิ่งที่ไม่เคยเห็น...เขาไม่ใช่สายเลือดนักรบเช่นแม่ทัพซาเน่ ซาเน่ยังสามารถสงบใจลงได้เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่โรเบิร์ตนั้นเป็นเพียงนายน้อยผู้เย่อหยิ่ง เขาเพียงพึ่งพาอำนาจของตระกูลในการจัดการทุกอย่าง เขาไม่เคยประสบกับความพ่ายแพ้ ทุกอย่างล้วนสะดวกราบรื่นเมื่อพึ่งพาอำนาจของตระกูล แต่เขาก็ต้องหงุดหงิดทุกครั้งที่นึกถึงเซียวอวี๋ที่อยู่ในเมืองไลอ้อน

"มันเรื่องบ้าอะไร!?" โรเบิร์ตขว้างแก้วไวน์ใส่พื้น มือของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง เกิดความเงียบขึ้นในกระโจม ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง ใครจะคาดคิดว่าอยู่ดีๆกองทัพอันเดดจะเข้าโจมตีค่ายของพวกเขา? หากเปลี่ยนเป็นกองทัพของเซียวอวี๋พวกเขาย่อมสามารถตอบโต้กลับไปเพราะได้เตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว แต่นี่มันพวกอันเดด!

"ซาเน่ นี่มันอะไร?" โรเบิร์ตหันไปถามซาเน่ในที่สุด

ซาเน่กล่าวตอบ "นายน้อย พวกเราไม่ได้เตรียมการรับมือการโจมตีเช่นนี้....หากพวกมันกล้าโจมตีอีกครั้ง พวกเราจะไม่สูญเสียเช่นนี้อีก...."

โรเบิร์ตพลันตวาดอย่างเหลืออด "ข้าไม่สนไอ้พวกตายซากพวกนั้น! ข้าถามเจ้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงมีอันเดดมากมายอยู่ที่นี่?"

ซาเน่กล่าวตอบอย่างช่วยไม่ได้ "นายท่าน ข้าจะส่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้...พวกเรามีประสบการณ์รับมือพวกอันเดดน้อยมาก...."

"ไปซะ! ไปตรวจสอบมา! ข้าต้องการคำอธิบายภายในเที่ยงพรุ่งนี้!" โรเบิร์ตสะบัดมือไล่ทุกคนออกไป เขายกมือขึ้นกุมศีรษะ กระนั้นในตอนกลางคืนเขาก็ยังฝันร้ายจนไม่เป็นอันพักผ่อน จนกระทั่งเขาเพลียหลับไปตอนรุ่งสาง แผนการโจมตีเมืองไลอ้อนเป็นอันยกไป โรเบิร์ตตื่นขึ้นมาตอนเที่ยง ขณะที่ซาเน่และคนอื่นๆกลับมาเตรียมตัวรายงาน

"เจออะไรบ้าง?" โรเบิร์ตถามซาเน่ขณะที่ตักข้าวต้มก่ิน

พ่อครัวได้ทำข้าวต้มมาให้ในมื้อเช้า แต่โรเบิร์ตยังคงฝันร้ายจากฉากเมื่อคืน ดังนั้นเขาจึงสั่งฆ่าพ่อครัวทั้งหมด

"นายน้อย พวกเราได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ไม่นานมานี้หมู่บ้านที่อยุ่ในดินแดนไลอ้อนนั้นถูกพวกอันเดดบุกโจมตี....ที่อาณาจักรใกล้เคียงที่ตอนนี้เป็นของเซียวอวี๋...พวกมันปรากฏตัวขึ้นที่นั่นเมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้ว....ทว่าพวกมันได้หายตัวไปเมื่อเซียวอวี๋ได้ครองครอบที่นั่น เซียวอวี๋ได้แจกจ่ายเครื่องรางให้กับหมู่บ้านต่างๆ ดูเหมือนว่าพวกอันเดดจะไม่กล้าเข้าใกล้หมู่บ้านเหล่าเพราะเครื่องราง....เมื่อวานนี้พวกมันก็พยายามจะโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ....ด้วยเหตุนั้น....พวกมันจึงบ่ายหน้ามาที่นี่......"

ซาเน่ไม่ได้นอนตลอดทั้งคืน เขาออกรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเท่าที่หาได้มาเพื่อรายงาน

"โอ้! เช่นนั้นดินแดนไลอ้อนก็ถูกพวกมันโจมตีด้วยเช่นกัน....เป็นไปได้หรือไม่ว่าเซียวอวี๋สามารถควบคุมพวกมัน?"

โรเบิร์ตนั้นไม่ใช่คนโง่แต่อย่างใด เขาคิดว่ามันมีความเชื่อมโยงกันอยู่ระหว่างเซียวอวี๋และพวกอันเดด

ซาเน่ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ "ข้าเองก็ไม่แน่ใจขอรับ....แต่เซียวอวี๋มันจะควบคุมอันเดดมากมายเช่นนั้นได้อย่างไร? นอกจากนี้ หากว่ามันสามารถทำได้ ทำไมพวกมันถึงไม่ควบคุมอันเดดโจมตีเราที่นครใต้พิภพ..." แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยพบเห็นด้วยตาตนเอง หากแต่ก็มีตำราบันทึกไว้ว่าเนโครแมนเซอร์นั้นสามารถควบคุมอันเดดได้สี่ถึงห้าตนเป็นระยะเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดว่าเซียวอวี๋ไม่ใช่เนโครแมนเซอร์

ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าเซียวอวี๋ไม่ใช่ผู้ควบคุมพวกอันเดด แม้จะน่าสงสัยอยู่บ้าง แต่มันก็ยากที่จะพิสูจน์ได้

"พวกอันเดดเหล่านี้มาจากนครใต้พิภพงั้นหรือ?" โรเบิร์ตเคยไปที่นั่นมาก่อน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะพบเห็นพวกมัน พวกเขานั้นอยู่ใกล้กับเทือกเขาอัลคาเกนและค่อนข้างเป็นไปได้ที่เหล่าอันเดดพวกนี้จะออกมาจากนครใต้พิภพจนมาถึงที่นี่

ซาเน่กล่าวตอบว่า "นั่นมีความเป็นไปได้....มีที่เดียวที่พวกมันสามารถหลบซ่อนตัว นั่นก็คือเทือกเขาอัลคาเกน...." ซึ่งหากว่าพวกมันออกมาจากเทือกเขาอัลคาเกนจริง เช่นนั้นพวกมันก็สมควรขึ้นมาจากนครใต้พิภพ"

"บัดซบ! ช่างน่าปวดหัว!" โรเบิร์ตกุมขมับ เขาเคยคิดว่าจะสามารถยึดครองเมืองไลอ้อนได้ในการบุกครั้งเดียวเพราะมีกองทัพที่แข็งแกร่งอยู่มาก....กระนั้นเมืองไลอ้อนก็ยังคงตั้งตระหง่านอย่างมั่นคงอยู่เช่นนั้น....

.................................

.................................

นิโคลัสเลิกคิ้วขณะมองดูเมืองไลอ้อนจากระยะไกล "เกิดอะไรขึ้น? ทำไมวันนี้พวกมันไม่รบกัน?"

มีคนผู้หนึ่งเดินเข้ามาเพื่อรายงาน "เรียนท่านประมุข ตามรายงานของหน่วยสอดแนมแล้ว ค่ายส่วนหลังของของพวกเคเนดี้ถูกพวกอันเดดโจมตี....พวกมันสูญเสียอย่างหนักและล้มเลิกการโจมตีในวันนี้ไปขอรับ"

"อะไรนะ? พวกอันเดด? ทำไมพวกอันเดดถึงมาอยู่ที่นี่ได้?" นิโคลัสรู้สึกประหลาดใจ

"กล่าวกันว่าพวกอันเดดนั้นมาจากนครใต้พิภพในเทือกเขาอัลคาเกน....ดินแดนไลอ้อนเองก็เพิ่งประสบความสูญเสียไปเมื่อเร็วๆนี้เช่นกัน"

"เป็นเทือกเขาอัลคาเกนอีกแล้ว....ที่นั่นมีความลับอะไรซ่อนอยู่กันแน่?" สายตาของนิโคลัสแหลมคมขึ้นขณะมองไปยังส่วนลึกของเทือกเขา....