ตอนที่ 202

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋พลันตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อวิญญาณอาฆาตทั้งสามถูกกำจัด แม้ว่าพวกมันจะกลายเป็นเถ้าถ่าน หากแต่สิ่งของเช่นชุดคลุม คทาและสิ่งอื่นๆเหลือทิ้งไว้ เซียวอวี๋ไม่รอช้า เก็บทั้งหมดเข้าแหวนมิิติ

"ธีโอดอร์ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ คัมภีร์ไม่กี่ม้วนก็กำจัดพวกมันได้แล้ว.....เกรงว่าหากให้เราลงมือเอง ไม่รู้ว่าจะยังรอดชีวิตมาได้หรือไม่.."

เซียวอวี๋สงสัยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของธีโอดอร์ นี่ไม่ประหลาดใจว่าเหตุใดผู้คนภายในทวีปจึงไม่กล้าตอแยกับจอมมนตราขั้นที่หก เซียวอวี๋มองหาลีอาเมื่อเก็บกวาดเสร็จแล้ว เขาเข้าไปถามนางว่าได้เก็บของมาหมดหรือไม่

ในเวลานั้นเองก็มีเสียงดังออกมา

"วางทุกสิ่งทุกอย่างลงเดี๋ยวนี้!"

เซียวอวี๋หันไปเห็นกลุ่มนักผจญภัยกำลังพุ่งเข้ามาภายในหอหนังสือ ชายผู้ที่ตะโกนออกมามีความสูงเกือบสองเมตร

"ท่านพวกบัดซบเหล่านี้เป็นใครหรือ?" เซียวอวี๋ตอกกลับ

"ดูท่าเจ้าคงไม่เข้าใจความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าเสียแล้ว....." ชายคนนั้นยังกล่าวต่อไป "ช่างเถอะ....เดี๋ยวข้าจะแสดงให้ดูเอง"

ชายคนนั้นย่างสามขุมเข้าหาเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ล้วงคัมภีร์เวทออกมาจากแหวนมิติ "อา ข้ากลัวแล้ว....กลัวเหลือเกิน...นี่..เจ้าตัวบัดซบ สมองของเจ้าพอจะเข้าใจถึงของสิ่งนี้หรือไม่? คัมภีร์เวทนี่สร้างขึ้นโดยท่านธีโอดอร์ ข้ายังมีอีกเป็นกอง ข้าเพิ่งใช้พวกมันฆ่าวิญญาณอาฆาตขั้นที่ห้าไปสามตน คิดว่าพวกเจ้าจะยังใช่คู่มือข้าหรือ?"

ชายผู้นั้นหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินวาจาของเซียวอวี๋ เขาเป็นจอมยุทธ์ขั้นที่ห้า แข็งแกร่งพอจะสังหารเซียวอวี๋ กรอมและลีอาได้โดยลำพัง ยิ่งไปกว่านั้นภายในกลุ่มของพวกเขายังมีผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่อีกหลายคน

กระนั้นมันจะเปลี่ยนไปหากมีคัมภีร์เวทเหล่านี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถหยิบฉวยคัมภีร์พวกนั้นมาได้ก่อนที่เซียวอวี๋จะทันได้ใช้ ทว่ามันจะเป็นไปได้หรือ? เขาทราบดีว่าแม้ดยุคเซียวผู้นี้จะไม่ได้แข็งแกร่งทรงพลัง ทว่าก็ยังเป็นผู้บ่มเพาะสองสายขั้นที่สองระดับสูงสุด หากเขาไม่อาจสังหารเซียวอวี๋ได้ในทันทีเขาจะต้องเผชิญกับคัมภีร์เวทที่น่ากลัว

พวกเขาเคยได้ยินมาว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซียวอวี๋และธีโอดอร์นั้นไม่เลว พวกเขายังทราบอีกว่าเซียวอวี๋ได้เชิญธีโอดอร์ไปเป็นแขกที่ตระกูลคู่หมั้นของเขาในเมืองไชน์

นอกจากนี้พวกเขายังทราบว่าคู่หมั้นของเซียวอวี๋เป็นศิษย์ของธีโอดอร์

"สหาย...ภายในนครทมิฬมีสิ่งของสมบัติมากมายก่ายกอง...ข้ากำลังตามมามันด้วยความเร่งรีบ ข้าจะรีบหาแล้วกลับเมืองไลอ้อน หากว่าเจ้าผ่านไปที่นั่น ข้าจะต้อนรับเจ้า....." เซียวอวี๋หรี่ตาลงมองชายผู้นั้น วินาทีถัดมาร่างของเซียวอวี๋ก็พลันหายไป

"เขาไม่ใช่เป็นผู้บ่มเพาะสองสายงั้นหรือ? ใยจึงสามารถใช้ทักษะคล้ายมือสังหาร?" ชายผู้นั้นกลายเป็นตกตะลึง เขาคิดว่าตนโชคดีที่ไม่ลงมือวู่วาม มิเช่นนั้นคงต้องพบกับความสูญเสียอย่างหนัก

เซียวอวี๋ไม่ได้รีบกลับในทันทีหลังจากออกจากเมจิกควอเตอร์ ทว่าเขาพากรอมและลีอามุ่งหน้าไปยังโร้คควอเตอร์ต่อ เขาคิดว่าที่นั่นจะต้องมีสิ่งของที่เป็นประโยชน์ต่อลีอา

เขามีคัมภีร์เวทอยู่กับตัว ดังนั้นเซียวอวี๋จึงไม่เกรงกลัวผู้ใด ในเมื่อเขาแข็งแกร่ง ใยไม่เดินเตร่อีกสักหน่อยเล่า?

กระนั้นเมื่อเดินทางมาถึง เซียวอวี่ก็พบว่ามีคนสองกลุ่มกำลังเข้าปะทะกันอยู่ กลุ่มแรกเป็นเหล่าคนผ้าคลุมดำอันลึกลับเอง ขณะอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มนักผจญภัย พวกคนผ้าคลุมดำยังแข็งแกร่งยิ่งกว่า

"คนเหล่านี้เป็นใครอีก? ใยจึงแข็งแกร่งเช่นนี้?" เซียวอวี๋ครุ่นคิด เขาจำได้ว่าก่อนที่จะมาเทือกเขาอัลคาเกนนั้น เขาเคยได้ยินข่าวสองเรื่องในเมืองไชน์ ข่าวแรกนั้นเกี่ยวกับนครทมิฬ ส่วนเรื่องที่สองเกี่ยวกับการกวาดล้างพันธมิตรแห่งเงาอันสะท้านสะเทือน!

มีไม่กี่กลุ่มที่กล้ากระทำเช่นนี้ิ นอกจากนี้เขายังเชื่อว่าต่อให้เป็นดินแดนที่แข็งแกร่งก็ยังไม่อุกอาจถึงเพียงนี้

ประการแรกเลย ขุมกำลังที่ถูกกวาดล้างคือกลุ่มพันธมิตรเงาซึ่งแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ทว่าแม้จะแข็งแกร่ง ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยอดเยี่ยมในสนามรบด้วย การจะกวาดล้างพันธมิตรเงาไม่เพียงต้องใช้กองทัพ ยังจะต้องแข็งแกร่งอย่างมาก

ประการที่สอง ดินแดนนั้นๆจะต้องชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียที่จะเกิดหลังจากลงมือ แม้ว่าสมาคมมือสังหารจะแตกแขนงออกเป็นสาขาหยิบย่อยมากมาย กระนั้นพวกเขาก็ยังเป็นกลุ่มคนหัวโบราณที่รักหน้ารักตาตัวเอง นั่นหมายความว่า เมื่อคิดกวาดล้างกลุ่มพันธมิตรเงาแล้ว พวกเขาก็ต้องพร้อมรับมือกับเหล่ามือสังหารอันแข็งแกร่งที่จะหลั่งไหลออกมา

"ไม่เคยได้ยินว่ามีกลุ่มไหนหรือองค์กรใดใช้ผ้าคลุมดำกับหน้ากาก....ยิ่งไปกว่านั้นพวกมันยังแข็งแกร่งมาก หากเป็นพวกมันที่กำจัดพันธมิตรเงาไป แล้วพวกมันจะได้อะไรกับการทำเช่นนั้น?" เซียวอวี่ครุ่นคิด ขณะที่ลีอากำลังเดินเตร่ล่องหนหาสิ่งของมีค่า เซียวอวี๋และกรอมหลบอยู่ที่มุมหนึ่งขณะที่รอคอยจับปลาตอนน้ำขุ่น

"อา...บัดซบ! มันไม่ใช่ผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้า....หากแต่เป็นวอร์ลอค!" เซียวอวี๋แทบพลั้งปากออกมา เซียวอวี๋ทราบว่าพวกมันมีผู้ใช้มนตราขั้นที่ห้าก็ตอนที่เจอด้านนอกธนาคาร ตอนนี้เซียวอวี๋ได้เห็นการร่ายเวทของคนผู้นั้นแล้ว เขาจึงดูออกทันทีว่าเป็นวอร์ลอค

ทั้งวอร์ลอคและผู้ใช้มนตราต่างก็แข็งแกร่ง กระนั้นวอร์ลอคกลับเอนหนักไปทางเวทมนตร์ชั่วร้ายเช่น คำสาป เวทมนตร์ดำ การอัญเชิญปีศาจและอื่นๆ

วอร์ลอคผู้นั้นอัญเชิญปีศาจเพลิงตัวใหญ่ออกมา ร่างของปีศาจตนนั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีเขียว มันพุ่งเข้าหาเหล่าศัตรูของวอร์ลอค

เหล่านักผจญภัยต่างยืนมองอย่างโง่งม ปีศาจเช่นนี้ไม่เคยปรากฏในทวีปมาเนิ่นนานแล้ว!

"นั่นปีศาจ! มันเป็นวอร์ลอค! วอร์ลอคขั้นที่ห้า! รีบฆ่ามันก่อน!" นักผจญภัยหลายคนพลันร่ำร้องขึ้นมา

ทั้งวอร์ลอคและผู้ใช้มนตราต่างก็แข็งแกร่ง ทั้งสองต่างมีจุดเด่นจุดด้อย กระนั้นในระดับเดียวกันแล้ว วอร์ลอคนั้นแข็งแกร่งกว่า หากไม่ใช่ผู้ที่พิเศษหน่อยเช่นธีโอดอร์ เช่นนั้นผู้ใช้มนตราก็ไม่อาจเป็นคู่มือได้แล้ว

วอร์ลอคทั้งมีความพลิกแพลงและการโจมตีที่หลากหลาย เดาทางได้ยาก ยกตัวอย่างเช่น พวกเขาสามารถใช้คำสาปใส่ผู้คนเป็นกลุ่มใหญ่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

"วอร์ลอคขั้นที่ห้า....ต้องหาทางสังหารมันก่อน มิเช่นนั้นนักผจญภัยทั้งกลุ่มต้องถูกล้างสังหารสิ้น..."

เซียวอวี๋ทราบว่าเขาจำเป็นต้องกำจัดภัยคุกคามที่ใหย่หลวงนี่ออกไปเสียก่อน กระนั้นรอบตัวของเขากลับมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่จำนวนมากห้อมล้อมอยู่รอบกาย

เซียวอวี๋ดึงขวานพรากวิญญาณออกมาจากแหวนมิติ

"ว่ากันว่าขวานเล่มนี้สามารถข่มขวัญพวกววอร์ลอคได้ เพียงพบเห็นเป็นต้องหลบหนี....หากว่าเจ้ามีพลังเช่นนั้น นี่สมควรสังหารวอร์ลอคได้....แม้ว่าวอร์ลอคจะมีพลังโจมตีอันแข็งแกร่ง หากในเรื่องของการป้องกันกลับอ่อนแอ...เจ้าเป็นอาวุธระดับตำนาน ข้าขอชมว่าเจ้าจะฆ่ามันได้หรือไม่ หากไม่แล้วเราคงต้องหลบหนีให้เร็วที่สุด...." เซียวอวี๋คิดขึ้นในใจ

เขาไม่ได้มอบขวานพรากวิญญาณให้กับโอนีล ทว่าเขาได้มอบโทมาฮอคไปสองเล่มแทน

ขวานพรากวิญญาณเป็นอาวุธระดับตำนาน มันจะมีบทบาทเมื่อเซียวอวี๋ตกอยู่ในสถานการณ์บางอย่าง ดังนั้นเขาจึงเก็บมันไว้กับตัว

แม้ว่าวอร์ลอคจะแข็งแกร่ง กระนั้นก็ไม่เพียงพอจะหยุดยั้งขวานพรากวิญญาณนี้ เซียวอวี๋ส่งสายตาให้ก่อนก่อนจะเริ่มวกอ้อมไปทางด้านหลังของวอร์ลอค......