ตอนที่ 328

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะอลังการเดินเข้ามาภายในห้องโถง แสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงบนเกราะทำให้เกิดเป็นแสงสีทองขึ้นวูบวาบ คิ้วที่คมเข้มรับกับจมูกที่โด่งเป็นสัน ฝีปากกว้างสะท้อนให้เห็นลักษณะที่โอ่อ่าผ่าเผยและกล้าหาญของบุรุษ พาลาดินทั้งสามคงไม่ตกตะลึงมากนักหากชายผู้นี้สวมชุดอื่น หัวใจสำคัญที่ทำให้ทั้งสามตกตะลึงก็คือ เกราะที่อยู่บนตัวของบนตัวของชายผู้นี้ มีรัศมีแห่งแสงที่ทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา

พาลาดินทั้งสามต่างทราบกระจ่างชัดถึงเกราะที่ชายผู้นี้สวมใส่ มันคือ เซ็ตเกราะแห่งการไถ่บาป! อูเธอร์มีระดับถึง 31 แล้ว ดังนั้นเซียวอวี๋จึงมอบชุดเกราะเซ็ตที-สามให้เขา เซ็ตเกราะแห่งการไถ่บาปมีเกราะด้วยกันแปดชิ้นตั้งแต่หัวจรดเท้า พลังแห่งแสงของอูเธอร์หลอมรวมเข้าชุดเกราะแผ่ซ่านกลิ่นอายที่ดูศักดิ์สิทธิ์ออกมา

อูเธอร์ชำเลืองมองพาลาดินทั้งสามก่อนจะเดินมาโค้งคำนับต่อเซียวอวี๋ "คำนับนายท่าน"

เซียวอวี๋พยักหน้าก่อนจะถามว่า "อูเธอร์ คนทั้งสามนี้เป็นพาลาดิน เจ้าว่าพวกเขามีคุณภาพเป็นอย่างไรบ้าง?"

เซียวอวี๋ใช้คำคุณภาพแทนความสามารถเพราะเขามองทั้งสามเป็นไอเทมมากกว่ามนุษย์ ในเมื่อคนทั้งสามไม่ให้เกียรติเขา เช่นนั้นเขาก็จะไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย นอกจากนี้ ปณิธานแห่งพาลาดินที่แท้จริงยังสูญหายไปในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา เช่นนั้นแล้วเซียวอวี๋ยังต้องปฏิบัติกับคนเหล่านี้เฉกเช่นปฏิบัติต่อพาลาดินด้วยหรือ? เซียวอวี๋ตั้งใจจะรวมทวีปให้เป็นหนึ่ง และยังจะให้อูเธอร์ขึ้นควบคุมพาลาดินทั้งหมด

อูเธอร์หันไปมองเฮเยสและพาลาดินอีกสองคน "มีกลิ่นอายแห่งแสงอยู่บ้าง แต่พวกเขายังไม่ใช่พาลาดิน พาลาดินจะต้องยึดถือและปฏิบัติตามบัญญัติที่ว่าด้วย เกียรติ จรรยาบรรณ ความอ่อนน้อม ความเพียร ซื่อสัตย์ มุ่งมั่นและศรัทธา ซึ่งข้าไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ในตัวพวกเขาเลย นี่คล้ายกับพวกเขามีร่างกายของพาลาดิน หากแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งพาลาดิน ดังนั้นพวกเขาจึงล้มเหลว!"

เซียวอวี๋พยักหน้าและหันไปมองเฮเยส "ได้ยินที่อูเธอร์กล่าวหรือไม่? พวกเจ้าไม่สมควรเรียกตัวเองว่าพาลาดิน! พวกเจ้ามาเพื่อพบกับอูเธอร์ ตอนนี้ก็ได้พบแล้ว พอใจแล้วหรือไม่?"

"เจ้า....เจ้า!....ดยุคเซียว! เจ้าเข้าใจถึงสิ่งที่เจ้ากล่าวออกมาหรือไม่? เจ้าใช่กำลังหยามเหยียดพาลาดินหรือไม่? เจ้าใช่กำลังดูหมิ่นต่อศาสนจักรหรือไม่? ทุกคนต่างศรัทธาในเทพแห่งแสง เจ้ากำลังเยาะเย้ยต่อพวกเรางั้นหรือ?" เฮเยสระเบิดโทสะอย่างเหลืออด

"ข้าไม่ได้หยามหยันพาลาดิน หากแต่เป็นพวกเจ้า! จะอย่างไรเสียตัวข้าเองก็เป็นพาลาดินเช่นกัน!" เซียวอวี๋ตอบกลับ

"เจ้า....ข้าจะกลับไปรายงานเรื่องนี้ต่อพระสันตะปาปา ข้าจะป่าวประกาศให้ทั่วโลกรับทราบความชั่วร้ายของเจ้า!....พวกเราจะกลับมาบดขยี้เจ้า" เฮเยสชี้หน้าประณามเซียวอวี๋

อันที่จริง เฮเยสไม่ได้โกรธแต่อย่างใด แม้ว่าเซียวอวี๋จะหยามหยันเขา แต่ในฐานะพาลาดินขั้นที่สี่แล้ว เขาย่อมควบคุมอารมณ์ได้ เหตุผลที่เขาแสดงท่าทีเช่นนั้นเป็นเพราะความตื่นตระหนกในใจ

เฮเยสทราบตัวตนของอูเธอร์ตั้งแต่ที่เห็นเขาเข้ามาภายในห้องโถง กลิ่นอายแห่งแสงที่เปล่งออกมาจากร่างของอูเธอร์ไม่ใช่สิ่งที่สามารถปลอมแปลงกันได้ ดังนั้นเขาจึงทราบชัดอยู่ในใจแล้วว่านี่คืออูเธอร์ตัวจริง! กระทั่งพระสันตะปาปาก็ยังไม่กลิ่นอายที่บริสุทธิ์เช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงอดตื่นตระหนกไม่ได้เมื่อพบเห็น ชาวศาสนจักรทุกคนต่างเฝ้ารอการหวนคืนของอูเธอร์ ศาสนจักรวางแผนที่จะรวมทวีปเป็นหนึ่ง ให้การปกครองทั้งหมดขึ้นตรงต่อศาสนจักร ศาสนจักรได้ลงทุนลงแรงไปมากตลอดหลายพันปีมานี้ ที่พวกเขายังขาดอยู่ก็เพียงการปรากฏตัวของอูเธอร์ ทว่าตอนนี้อูเธอร์ไม่ได้ยืนอยู่ข้างศาสนจักร หากแต่เขากลับเลือกติดตามรับใช้เซียวอวี๋!

แล้วพวกเขาจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เซียวอวี๋เป็นนายของอูเธอร์แล้วหมายความว่าอะไรน่ะหรือ? นั่นไม่ใช่ว่าพาลาดินที่เหลือทั้งหมดจะต้องติดตามรับใช้เซียวอวี๋ไปด้วยหรือ? หากว่าพวกเขายอมรับตัวตนของอูเธอร์ อำนาจทั้งหมดของศาสนจักรจะไม่ตกอยู่ในมือของเซียวอวี๋เลยหรือ? นั่นเป็นสิ่งที่ไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด!

แม้ว่าศาสนจักรจะถูกเรียกว่าศาสนจักร แต่ในความจริงแล้วมันเป็นองค์กรทรงพลังที่แผ่อิทธิไปทั่วทั้งทวีปดุจใยแมงมุม! ศาสนจักรกระทั่งสามารถต่อกรเหล่าตระกูลเก่าแก่ที่สั่งสมอำนาจมานับพันปี! ศาสนจักรสามารถชี้นำความคิดมวลชน! ขณะที่ตอนนี้ทั่วทั้งทวีปกำลังเกิดความวุ่นวายปั่นป่วน มันจึงถือเป็นโอกาสอันสมบูรณ์แบบสำหรับศาสนจักร ศาสนจักรสามารถใช้ความศรัทธาในเทพแห่งแสงของเหล่าสาวกในการควบคุมทวีป! แต่มันจะเกิดอะไรขึ้นหากอูเธอร์เลือกติดตามเซียวอวี๋?

"อูเธอร์ไม่อาจดำรงอยู่...." ยิ่งคิดเฮเยสก็ยิ่งตกตะลึง เขาศรัทธาและบูชาอูเธอร์มาตั้งแต่ยังเยาว์วัย หากแต่เป็นตอนนี้เล่า? เขาได้ถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะยึดมั่นในวีถีแห่งอูเธอร์ กระนั้นตอนนี้เขากลับคิดสังหารอูเธอร์! ในใจของเขาเกิดความขัดแย้งขึ้นมา เฮเยสรู้สึกคล้ายมีตัวเขาสองกำลังใช้ความพยายามเข้ายับยั้งความคิดอีกด้านหนึ่ง ตอนนี้เขาไม่ได้ดูคล้ายพาลาดินผู้สูงส่งในสายตาของผู้คน หากแต่คล้ายกับภรรยาที่ลอบคบชู้สู่ชาย ความโลภสามารถมีชัยเหนือความศรัทธา มันเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจเผยออกไป

ใบหน้าของพาลาดินผู้ติดตามของเฮเยสไม่บ่งบอกอารมณ์แต่อย่างใด สมองคล้ายลัดวงจรไปแล้ว ทั้งสองทราบดีว่าอูเธอร์ที่เบื้องหน้านี้เป็นตัวจริง ไม่ใช่เพียงเพราะว่าอูเธอร์ผู้นี้คล้ายคลึงกับรูปปั้นที่พวกเขากราบไหว้อยู่ทุกวัน แต่ยังเป็นรัศมีแห่งแสงสว่างที่กระจายออกจางร่างของอูเธอร์ รัศมีเช่นนี้ไม่อาจปลอมแปลงได้อย่างเด็ดขาด

เทียบกับเฮเยสแล้ว พวกเขายังหนุ่มกว่า ดังนั้นจึงไม่มีความคิดที่ซับซ้อนเฉกเช่นเฮเยส พวกเขาเชื่อว่าอูเธอร์ผู้นี้เป็นตัวจริง แต่เฮเยสกลับกล่าวปฏิเสธออกมา ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่สงสัยในตัวตนของอูเธอร์ หรือเป็นเพราะอีกฝ่ายได้ใช้เวทมนตร์ปั่นป่วนความคิดของพวกเขา?

อันที่จริง หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นได้เผชิญหน้ากับอูเธอร์ พวกเขาก็คงจะไม่คิดเช่นเดียวกับเฮเยส แม้ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาก็ตาม แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของความแข็งแกร่ง หากแต่เป็นพลังศรัทธาต่อแสงสว่าง! เหล่าผู้ที่มีศรัทธาต่อแสงสว่างจะไม่ได้รับผลกระทบเช่นเฮเยส ตอนนี้อูเธอร์เพียงอยู่ในระดับ 31 ดังนั้นเขาจึงไม่ได้แข็งแกร่งกว่าเฮเยส กระนั้นเฮเยสกลับไม่มีความกล้าแม้แต่จะชักดาบออกมา

"เฮเยส! ทุกสิ่งที่ควรกล่าวก็กล่าวออกไปแล้ว เจ้าต้องดั้นด้นเดินทางมาไกล ดังนั้นข้าจะมอบของขวัญให้เจ้า" เซียวอวี๋โบกมือให้บ่าวรับใช้

บ่าวรับใช้ช่วยกันยกหีบขนาดใหญ่ออกมา

เซียวอวี๋กล่าวต่อว่า "ภายในนี้มีเซ็ตเกราะแห่งการไถ่บาปอยู่ มันเป็นชุดเกราะของพาลาดินรุ่นที่สาม! วันนี้ข้าและเจ้าได้มาพบกัน ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตานะ ข้าหวังว่าเจ้าจะคู่ควรกับสิ่งนี้"

พวกบ่าวรับใช้ยกกล่องมาวางตรงหน้าเฮเยส

แน่นอนว่าเซียวอวี๋ย่อมไม่ยกเกราะเซ็ตนี้ให้กับเฮเยสด้วยเจตนาดี เขารู้ว่าเหล่าพาลาดินที่ได้พบเห็นเกราะชุดนี้จะต้องทราบว่ามันเป็นของจริง มันจะเป็นการบอกโดยนัยว่าอูเธอร์ที่อยู่ข้างเขานั้นคือ อูเธอร์ตัวจริง นอกจากนี้เขายังทราบว่าเฮเยสจะต้องไม่กล้าสวมใส่เกราะชุดนี้ ได้แต่จำใจต้องนำมันกลับไปยังศาสนจักร พระสันตะปาปาเองก็จะตระหนักถึงสถานการณ์ได้ทันทีที่เห็นมัน

ปัญหาก็คือ ปฏิกริยาของพระสันตะปาปา! เขาจะส่งมือสังหารมาจัดการอูเธอร์หรือไม่? ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เซียวอวี๋ก็คงต้องยึดถือศาสนจักรเป็นศัตรูด้วยเช่นกัน! เขาจะต้องเตรียมตัวรับมือกับศาสนจักร....และนั่นหมายถึง ศาสนจักรจะกลายเป็นศัตรูที่ไม่ยอมอยู่ร่วมฟ้าเดียวกัน!