ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"ท่านทั้งหลาย การปรากฏตัวขึ้นอย่างกระทันหันของพวกออร์คและยักษ์ที่ไปรวมกำลังกับโถวปาหง มันทำให้ยากที่จะโจมตีต่อไปได้อีก ข้าหวังว่าพวกท่านจะช่วยเหลือข้ายึดเมืองฮัวเหลียนและจับตัวกบฏโถวปาหงกลับไป" ปาเทียนหมิงกลับมาที่ค่ายของมัน ที่นั่นมีกระโจมพิเศษสำหรับกลุ่มคนชุดคลุมดำตั้งอยู่
โถวปากุ้ยได้สั่งให้ปาเทียนหมิงปฏิบัติต่อกลุ่มคนเหล่านี้ราวปฏิบัติต่อโถวปากุ้ยเอง ดังนั้นปาเทียนหมิงจึงให้ความเคารพและไม่ไต่ถามให้มากความ
ปาเทียนหมิงทราบว่าโถวปากุ้ยสามารถชิงบัลลังก์มาได้ก็ด้วยเพราะความช่วยเหลือของผู้ลึกลับเหล่านี้ มันไม่ทราบตัวตนของคนเหล่านี้ แต่มันก็ทราบกลุ่มคนเหล่านี้มีจอมยุทธ์ขั้นที่หกที่สามารถต่อกรกับปรมาจารย์อ้าวตู๋อยู่
อ้าวตู๋เป็นจอมยุทธ์ขั้นที่หกระดับสูงสุดซึ่งมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั้งทวีป จำต้องใช้จอมยุทธ์ขั้นที่หกทั่วไปราวสองถึงสามคนเพื่อรับมือกับเขา
"หืม....พวกออร์คและยักษ์งั้นรึ?....ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังเผชิญหน้ากับลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อนอีกครั้งแล้ว" หนึ่งในคนเหล่านั้นพึมพำออกมา
"ดินแดนไลอ้อน? ท่านหมายถึงลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน เซียวอวี๋งั้นหรือ? มันมีพวกยักษ์ด้วยหรือ? ไฉนมันจึงมีการติดต่อกับโถวปาหงได้?" ปาเทียนหมิงตกตะลึงเมื่อได้ยิน มันเคยได้ยินเรื่องราวของเซียวอวี๋และกองทัพของเขามาบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะมีพวกออร์คอยู่มากมายถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไม่มีความเชื่อมโยงกันได้ระหว่างโถวปาหงและเซียวอวี๋
"ไม่อาจประมาทต่อลอร์ดผู้นี้ได้....พวกเราเคยส่งกองกำลังเข้าไปปะทะบางส่วน แต่ก็พบกับความพ่ายแพ้ มันไม่เพียงมีแค่พวกออร์ค หากแต่ยังมีพวกเอลฟ์ คนแคระและยักษะ พวกเราไม่ทราบมากนักว่าทำไมเซียวอวี๋และโถวปาหงถึงได้ร่วมมือกันได้ แต่เป็นไปได้อย่างมากว่าเซียวอวี๋กำลังให้การสนับสนุนโถวปาหงในการต่อกรกับโถวปากุ้ย....มันจะต้องทราบอย่างแน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปก็คือดินแดนไลอ้อน..."
กองกำลังลึกลับกลุ่มนี้มีเครือข่ายข้อมูลที่กว้างขวางอย่างมาก แต่พวกมันก็ไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะยื่นมือช่วยเหลือโถวปาหงในช่วยสำคัญเช่นนี้ ดังนั้นความร่วมมือของพวกมันจะต้องเกิดขึ้นโดยบังเอิญ
"พวกเราควรทำเช่นไรดี?" ปาเทียนหมิงทราบว่ากองทัพของมันไม่แข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับทัพหนุนของอีกฝ่ายได้
เหล่าผู้สวมชุดคลุมดำพลันเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่หนึ่งในพวกมันจะกล่าวออกมา "เลื่อนการโจมตีออกไปก่อน....คัดเลือกมือดีมาหนึ่งพันคนแล้วส่งพวกมันไปที่กระโจมของข้า ข้าจะเปลี่ยนพวกมันให้เข้มแข็งขึ้นได้ในเวลาอันสั้น...เจ้าจะได้รับกองทัพที่เข้มแข็ง"
"พวกเราสามารถเปลี่ยนทหารทั้งหมดได้ด้วยหรือไม่?" ปาเทียนหมิงเกิดความสนใจขึ้นมา มันต้องการที่จะเปลี่ยนกองทัพทั้งหมดให้แข็งแกร่งขึ้น ในฐานะแม่ทัพแล้ว มันย่อมต้องการไพร่พลที่สมบูรณ์แบบ
"เจ้าคิดว่ามันจะสามารถเปลี่ยนได้โดยง่ายงั้นรึ? ต้องใช้วัสดุมูลค่านับแสนเหรียญทองในการเปลี่ยนนักรบหนึ่งคน...ยิ่งไปกว่านั้นมันยังต้องใช้มานาด้วย...เพียงหนึ่งพันคนก็เกินพอที่จะยึดเมืองฮัวเหลียนได้แล้ว" บุรุษในชุดคลุมดำขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่ามันมีความมั่นใจอย่างมาก
ปาเทียนหมิงเข้าใจว่านักรบพิเศษที่บุรุษชุดคลุมดำกำลังกล่าวถึงอยู่นี้ยังแข็งแกร่งกว่านักรบหมาป่าอีก
"นักรบเหล่านี้คือ?" ปาเทียนหมิงถามออกมาอย่างสงสัยใคร่รู้
"นักรบภูติ" บุรุษนั้นกล่าวตอบ
..........................................
ช่วงไม่กี่วันถัดมาปาเทียนหมิงก็ไม่ได้ส่งกำลังเข้าโจมตีอีก พวกมันไม่แม้แต่จะไปคุกคามเมืองฮัวเหลียน
เซียวอวี๋ยังคงมานั่งดื่มกินอยู่ที่บนกำแพงทุกวัน ในบางครั้งยังได้แจกจ่ายอาหารให้กับไพร่พลด้วย เมื่อไม่มีสงครามเกิดขึ้น ความตึงเครียดก็ลดลง โถวปาหงเห็นว่าการกระทำของเซียวอวี๋ได้ช่วยลดความกดดันของไพร่พลไปมาก ทั้งหมดต่างมีจิตใจแจ่มใส
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังรู้สึกยินดีมากขึ้นเมื่อองค์จักรพรรดิได้พระราชทานอาหารให้กับพวกมัน แม้ว่ารสชาติจะไม่ได้ล้ำเลิศนัก หากแต่ก็นับเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับการพระราชทานจากองค์จักรพรรดิ
ไพร่พลต่างรู้สึกยำเกรงเมื่อมองดูพวกออร์ค เอลฟ์ คนแคระและพวกยักษ์ศิลา กระทั่งมีพวกมันบางคนต้องการที่จะทดสอบความแข็งแกร่งของยักษ์ศิลา แต่เพียงพวกออร์คก็สามารถตบพวกเขาจนกระเด็นได้แล้ว ไพร่พลทั่วไปไม่อาจเป็นคู่มือของพวกออร์คได้เลย
พวกไรเดอร์เองก็ดึงดูดความสนใจของพวกเขาเช่นกัน สัญลักษณ์ของจักรวรรดิเมฆาคือหมาป่า ชาวจักรวรรดิในสมัยโบราณมีหมาป่าเป็นสัตว์พาหนะ ผู่ขี่หมาป่านับเป็นเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของจักรวรรดิ ที่พระราชวังยังมีรูปของเหล่าองค์รักษ์ขี่หมาป่าสลักเอาไว้บนฝาผนัง
โถวปาหงได้เสนอค่าตอบแทนมหาศาลหากว่าเซียวอวี๋ต้องการที่จะขายพวกไรเดอร์ให้กับเขา กระนั้นเซียวอวี๋ก็ได้บอกปฏิเสธไปโดยตรงและไม่ต้องการพูดถึงกองทัพของเขาอีก นักรบอัญเชิญทั้งหมดก็ดุจดังลูกหลานของเขา แล้วเขาจะขายออกไปได้อย่างไร?
พวกไรเดอร์ที่ได้ยินว่าทางจักรวรรดิก็มีนักรบหมาป่าอยู่เช่นกัน พวกมันกระตือรือร้นที่จะได้สู้กับนักรบหมาป่า หลังจากที่พวกมันมาถึงระดับที่สิบได้ สติปัญญาและความรู้สึกนึกคิดของพวกมันก็พัฒนาขึ้นมาก
................................
................................
"ไฉนพวกมันจึงไม่ลงมือ?" โถวปาหงถามออกมาขณะมองไปที่ค่ายของศัตรู ในฐานะจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแล้ว เขาไม่อาจประมาทหรือผ่อนคลายได้ เขาจะต้องจัดการเรื่องราวโดยรอบคอบ สุดท้ายแล้วนี่ก็เป็นสงครามของเขาเอง หากว่าประมาทเลินเล่อก็อาจจะนำไปสู่ความพ่ายแพ้
เซียวอวี๋ยิ้มออกมา "พวกมันทราบความแข็งแกร่งของเราแล้ว ดังนั้นพวกมันจึงไม่ผลีผลามลงมือ....บางทีพวกมันอาจจะต้องการยืดเยื้อต่อไป..รอให้เสบียงของพวกเราหมดลง.."
ซึ่งที่จริงแล้ว ปาเทียนหมิงก็คงจะใช้แผนการนี้หากว่ามันไม่มีนักรบภูติ หากแต่เซียวอวี๋จะยอมให้พวกมันได้กระทำสำเร็จหรือ?
"เช่นนั้นพวกเราควรทำเช่นไร?" โถวปาหงหันมาถาม เขาทราบดีว่ามันจะเลวร้ายอย่างมากหากต้องถูกล้อมจนอดตาย
เซียวอวี๋ลุกขึ้นยืนและยกผ้าขึ้นมาเช็ดปาก "หากว่าพวกมันไม่ลงมือ พวกเราก็จะลงมือแทน พวกมันคิดว่าข้าจะเอาแต่ตั้งรับตลอดไปหรือ?"
"โจมตี? พวกเราจะไม่สูญเสียอย่างหนักหากว่าเป็นฝ่ายโจมตีหรือ?" โถวปาหงอดถามออกมาไม่ได้
เซียวอวี๋หรี่ตาลง "คงเป็นเช่นนั้นหากว่านั่นเป็นกองทัพของเจ้า....แต่นั่นไม่ใช่กับทัพของข้า....จงรอชมสิ่งที่เรียกว่าสงครามของจริงเถอะ!"
................................
................................
ดวงตะวันได้ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว กลุ่มเมฆลอยบดบังท้องฟ้า ดังนั้นจึงยากที่จะมองเห็นสภาพแวดล้อมได้อีก เซียวอวี๋ พวกออร์คและไรเดอร์ลอบออกจากเมืองฮัวเหลียนอย่างเงียบเชียบ
"มารดามันเถอะ...พวกมันกระทั่งไม่เฝ้าประตูค่ายเอาไว้ คิดว่าเพียงรั้วไม้ผุๆเหล่านี้จะกั้นขวางกองทัพของข้าได้หรือ?" เซียวอวี๋มองดูรั้วไม้ที่ตั้งอยู่หน้าค่าย เขาพลันล้วงเอาระเบิดโลหะออกมาและขว้างไปยังประตูค่าย
ตูมมมมมมม!
"ฆ่ามัน!" เซียวอวี๋ตะโกนออกมา
พวกออร์คและเหล่าไรเดอร์ต่างคำรามออกมาเมื่อได้ยินคำสั่งของเซียวอวี๋ เสียงคำรามของพวกมันดังกึกก้องปานฟ้าผ่า
"อา....พวกเราถูกบุก!" ไพร่พลต่างยังคงซุกตัวกับที่นอนยามที่เซียวอวี๋เปิดฉากโจมตี พวกมันจะสามารถต้านทานการโจมตีได้อย่างไรในเมื่อพวกมันถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว?
พวกไรเดอร์บุกเข้าไปภายในค่ายอย่างรวดเร็ว เซียวอวี๋ทราบว่าพวกมันสามารถฉวยโอกาสนี้สังหารศัตรูได้มากมาย นอกจากนั้นเซียวอวี๋ยังไล่สังหารหน่วยสอดแนมจนหมดสิ้นไปตั้งแต่แรก ยิ่งไปกว่านั้นหน่วยรบที่เซียวอวี๋จะใช้ในการโจมตียามค่ำคืนนี้ยังมีพวกฮิฟโปกริฟอยู่อีก
พวกฮิฟโปกริฟมีข้อได้เปรียบจากการโจมตีทางอากาศ จุดอ่อนหนึ่งเดียวของพวกมันมีเพียงบาริสต้าเท่านั้น ดังนั้นเซียวอวี๋จึงระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการส่งกองกำลังนี้ออกไป อย่างไรก็ตาม ท้องฟ้าที่มืดมิดในตอนกลางคืนได้ช่วยกลบจุดอ่อนส่วนนี้ของพวกมันไป เขาได้ส่งฮิฟโปกริฟทั้งหมดออกมาโจมตีศัตรู สายตาของไพร่พลศัตรูไม่อาจเห็นพวกมันถนัดชัด ตรงกันข้ามกับพวกเอลฟ์ที่ขี่ฮิฟโปกริฟอยู่ พวกเขาต่างสามารถมองผ่านความมืด อีกทั้งฝีมือการยิงธนูยังแม่นยำมาก
ค่ายทั้งค่ายได้ตกอยู่ในความโกลาหลจึงทำให้ไม่มีโอกาสโต้ตอบกลับไป ฝ่ายศัตรูเริ่มมีไพร่พลล้มตายจำนวนมาก
เซียวอวี๋เป่าแตรสัญญาณถอยทัพออกมา เขาทราบว่าไม่อาจพัวพันกับศัตรูนานไปนัก เหล่านักรบอัญเชิญยังคงเพลิดเพลินอยู่กับการสังหารศัตรู แต่พวกมันก็ถอยกลับทันทีที่ได้ยินคำสั่ง
"บัดซบ! เกิดอะไรขึ้น?" เมื่อเซียวอวี๋จากไปพักหนึ่ง ผู้บัญชาการของค่ายก็ปรากฏกายออกมา
อย่างไรก็ตาม ไม่ช้าค่ายอื่นๆก็เผชิญการโจมตีจากกองทัพของเซียวอวี๋เช่นกัน เซียวอวี๋จะสั่งถอยทัพทันทีที่พวกมันเริ่มจัดกำลังตอบโต้
คืนนั้นเซียวอวี๋ได้โจมตีไปทีละค่าย หลังจากนั้นเขาจึงนำทัพกลับไปพักผ่อนนอนหลับอย่างสบายใจ.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved