ตอนที่ 125

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋กำจัดซากศพและกลับไปยังค่ายของตนเอง มีการจัดสร้างค่ายแห่งใหม่จำนวนมากเพื่อรองรับกลุ่มโจรที่เข้าร่วมกับค่ายเหยี่ยว อันที่จริงแล้ว เป็นเพราะประวัติความเป็นมาของมันจึงสามารถดึงดูดให้ผู้คนมาเข้าร่วมได้

ค่ายเหยี่ยวแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตกว่าเมืองไลอ้อน เซียวอวี๋ทราบว่าค่ายเหยี่ยวแห่งนี้เป็นภัยซ่อนเร้นของดินแดนไลอ้อน

ทรัพย์สมบัติที่ถูกสะสมเอาไว้ในค่ายแห่งนี้ยังมากกว่าเมืองไลอ้อน เดิมทีแล้ว กองโจรเหยี่ยวนั้นเป็นกลุ่มโจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้กับดินแดนไลอ้อน ความทะเยอทะยานของผู้นำค่ายคนก่อนก็สูงยิ่ง ในตอนนี้สุบารุกำลังคิดที่จะมุ่งหน้ารวบรวมผู้คนในดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือและตั้งตนเป็นกษัตริย์ อย่างไรก็ตาม แผนการนี้มีภัยซ่อนเร้นอยู่มากเกินไป นั่นทำให้เซียวอวี๋มีโอกาศที่จะจัดการกับปัญหากลุ่มโจร

ภัยร้ายที่ซ่อนอยู่ของสุบารุก็คือความกลัวและการต่อต้านจากเหล่าหัวหน้าโจรคนอื่นๆ ไม่มีผู้ใดที่จะยินยอมนั่งดูกลุ่มของตนถูกฮุบกลืนไปต่อหน้า ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือได้ตกอยู่ในความวุ่นวายเป็นหลายปีมาแล้วและเป้าหมายของสุบารุที่จะขึ้นปกครองดินแดนแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย

เขาทราบดีว่าตนคงต้องเผชิญกับแรงต่อต้าน นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่เขายังตัดสินใจไม่เข้าโจมตีเซียวอวี๋ เขาจำต้องใช้เวลานี้เพื่อกลืนกองโจรกลุ่มต่างๆเสียก่อน

สุบารุเป็นชายที่มีความสามารถและสติปัญญา แต่โชคไม่ดีที่คู่ต่อสู้ของเขาคือเซียวอวี๋

....................................

....................................

เซียวอวี๋และเหล่ยเป่าเกิดการทะเลาะวิวาทกันจากนั้นการต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายก็บังเกิดขึ้นในไม่กี่วันถัดมา มีอยู่หลายครั้งที่เหล่ยเป่าข่มขู่จะสังหารเซียวอวี๋ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

ลือกันว่าเซียวอวี๋นั้นทำให้ชุดของเหล่ยเป่าสกปรก อย่างไรก็ตาม เหล่ยเป่ายังคงไม่พอใจกับจำนวนเงินที่เซียวอวี๋นำมาชดเชยให้ ดังนั้นทั้งสองจึงกลายเป็นศัตรูกัน

สุบารุออกหน้าไกล่เกลี่ยเรื่องนี้ด้วยตนเอง เหล่ยเป่ากล่าวว่าเซียวอวี๋นั้นสังหารสมุนของตน แน่นอนว่าฝั่งเซียวอวี๋ย่อมบอกปัดว่าไม่ได้กระทำ เขากระทั่งกล่าวออกมาว่าคงไม่มีผู้ใดกล้าลงมือสังหารกันภายในค่ายเหยี่ยวแห่งนี้!

หัวหน้าโจรหลายคนเห็นเซียวอวี๋และเหล่ยเป่าทะเลาะเบาะแว้งกันกระทั่งถึงขั้นลงไม้ลงมือ เซียวอวี๋นำไพร่พลทหารม้าเกราะหนัก 450 นายจากหน่วยทหารม้าเกราะหนักที่สามออกมาท้าประลองกับเหล่ยเป่า เดิมทีสุบารุได้กระจายคนของเซียวอวี๋ไปยังกองกำลังต่างๆขณะที่ให้เซียวอวี๋ขึ้นบัญชาการหน่วยทหารม้าที่สาม ดังนั้นตอนนี้เซียวอวี๋จึงใช้ข้ออ้างนี้ดึงตัวคนของเขากลับมาโดยอ้างว่าเหล่าสมุนที่อยู่ใต้สังกัดของเขาคงจะไม่ให้ความช่วยเหลือหากเกิดการต่อสู้กันขึ้น นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังล่วอีกว่า เขาต้องการกำลังคนของตนเนื่องเพราะสมุนใต้การควบคุมของเหล่ยเป่ามีจำนวนมากเกินไปและเขาคงจะถูกฆ่าตายหากเหล่ยเป่านำสมุนเข้าโจมตีค่ายของเขา

สุบารุไปหาเหล่ยเป่าเพื่อเกลี้ยกล่อมเช่นกัน หากแต่เหล่ยเป่านั้นเป็นชายเลือดลมร้อนแรง สุบารุเชื่อว่าหากไม่ใช่ตนเข้าไปไกล่เกลี่ย เซียวอวี๋สมควรถูกสังหารไปเนิ่นนานแล้ว

นี่เป็นเรื่องธรรมดาสามัญในสายตาของหัวหน้าโจรคนอื่นๆ ที่นี่มีหัวหน้ากลุ่มมากมายที่มารวมตัวกัน ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มโจรส่วนใหญ่ต่างเป็นหมาป่าเดียวดายที่เข้ามาอยู่ในกรงเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีหลายกลุ่มที่ไม่ถูกกันมาก่อน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการทะเลาเบาะแว้งเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ สุบารุทราบดีว่าเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงจากปัญหาเหล่านี้ได้หากเขาต้องการจะกลืนโจรกลุ่มต่างๆ เขาจำเป็นต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ นี่คือบททดสอบที่เขาต้องเผชิญในสักวันหนึ่ง

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำของกลุ่มพันธมิตรนี้ มันจึงจำเป็นที่สุบารุจะต้องใช้วิธีการมาหลอกล่อและควบคุมฝูงโจร

โดยผิวเผินแล้วดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างเซียวอวี๋กับเหล่ยเป่าจะดีขึ้นหลังจากสุบารุเข้าไกล่เกลี่ย อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะจ้องตากันด้วยความอาฆาตในทุกคราที่พบเจอกัน

แน่นอนว่าการกระทำนี้ย่อมเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของเซียวอวี๋ เขาทราบว่ามีกลุ่มโจรขนาดกลางอยู่ไม่กี่กลุ่มภายในค่ายเหยี่ยวแห่งนี้ แม้ว่าเขาจะใช้เหล่ยเป่า เขาก็ยังคงไม่อาจต้านทานกับผู้คนทั้งหมดได้ ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความไม่พอใจด้วยวิธีการนี้ หากว่าเซียวอวี๋และเหล่ยเป่าใกล้ชิดกันขึ้น เช่นนั้นคนอื่นๆก็จะเกิดความสงสัยขึ้นได้ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงทำให้พวกเขามีสภาพราวน้ำกับไฟที่ไม่ถูกกัน เหล่ยเป่าจะเข้าตีสนิทกับเหล่าหัวหน้าที่ไม่พอใจต่อกลุ่มพันธมิตร ในขณะที่เซียวอวี๋จะแสร้งยืนอยู่ฝ่ายสุบารุ เขาจะต้องก้าวเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่สุบารุให้ความไว้วางใจ

แผนการของเซียวอวี๋ประสบผล ไม่เพียงแต่แผนการของพวกเขาประสบผลเท่านั้น หากแต่สุบารุยังให้ความไว้วางใจเซียวอวี๋มากขึ้น เซียวอวี๋ย่อมไม่ใช่มือใหม่ในด้านนี้ ดังนั้นเขาจึงใช้ถ้อยคำด่าทอและตำหนิเหล่ยเป่าต่อหน้าสุบารุอยู่หลายหน นั่นเป็นผลให้แผนการในขั้นที่สามของเซียวอวี๋ประสบผลแล้ว

แผนการขั้นแรกของเขาคือการแฝงตัวเป็นโจรและเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรของสุบารุ แผนการขั้นที่สองคือการปฏบัติการร่วมกับหัวหน้าโจรคนอื่นๆและทำให้ทั้งหมดเกิดความคับแค้นใจต่อสุบารุ แผนการขั้นที่สามก็คือทำให้สุบารุไว้วางใจและทำให้เขาคิดว่าเซียวอวี๋นั้นยืนอยู่ฝั่งเขา

เซียวอวี๋จะใช้ทักษะวินด์วอร์คลอบเข้าไปยังที่พักของเหล่ยเป่าเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับแผนการต่างๆ นอกจากสุบารุแล้ว เซียวอวี๋ยังได้รับความไว้วางใจจากเหล่ยเป่าขึ้นด้วย พวกเขาค่อยๆรวบรวมเหล่าหัวหน้าผู้ที่ไม่พอใจต่อสุบารุเข้าด้วยกันและเริ่มวางแผนการ เซียวอวี๋แนะนำให้เหล่ยเป่าใช้ผลประโยชน์ที่จะได้รับหลังจากสุบารุตายหรือชักจูงให้พวกเขาร่วมกันปกครองค่ายแห่งนี้

สุบารุถูกกันให้ห่างจากเรื่องราวเหล่านี้ อันที่จริงสุบารุคิดว่าเหล่าหัวหน้าโจรเหล่านี้เพียงมีลักษณะของผู้ที่ไม่น่าไว้วางใจเท่านั้น เขาไม่คิดว่าคนเหล่านี้จะสามารถก้าวข้ามความแตกแยกและรวมตัวกันเพื่อโค่นล้มเขาลงได้ ทั้งหมดที่เขาคิดคือการค่อยๆดูดกลืนกลุ่มต่างๆเข้ามาเท่านั้น เขาวางแผนที่จะทำอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นอกจากนี้ สุบารุยังเชื่อว่าเหล่าโจรจะต้องเกรงกลัวเซียวอวี๋ เขาคิดว่าไม่ช้าก็เร็วโจรพวกนี้จะต้องถูกกวาดล้างโดยเซียวอวี๋ไปทีละกลุ่มทีละกลุ่มหากว่าไม่ได้มาเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรของเขา ยิ่งไปกว่านั้น หากกลุ่มพันธมิตรนี้ถูกทำลายลง นั่นก็หมายความว่าพวกเขาจะถูกทำลายกันทั้งหมด

สุบารุนั้นไม่ผิด หากแต่เขากลับประเมินศัตรูต่ำทรามไป เขาคาดเดาบุคลิกลักษณะของผู้นำเหล่าโจรออก เป็นการยากที่คนจำนวนมากที่มีนิสัยแตกต่างกันจะรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้เดียวที่มีความทะเยอทะยานเช่นนี้ เขาไม่ได้คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมเหล่าหัวหน้าโจรมาต่อต้านเขา

นอกจากนี้ เขายังเชื่อว่า ผู้นำโจรกลุ่มเล็กเช่นเซียวอวี๋ย่อมไม่มีความกล้าที่จะต่อกรกับเขา เขาเชื่อว่ามีเพียงเหล่าหัวหน้าโจรกลุ่มขนาดกลางเช่นเหล่ยเป่าเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอ ดังนั้นเขาจึงไว้วางใจเซียวอวี๋โดยปราศจากความระแวง

เหล่ยเป่าเองก็ไม่ได้พิจารณาเซียวอวี๋โดยละเอียดรอบคอบเช่นกัน เขาเชื่อว่าเซียวอวี๋นั้นอ่อนแอเกินไปที่จะต่อต้านเขาหรือพยายามที่จะแย่งชิงอำนาจของเขาไปหลังจากที่เขากำจัดสุบารุลงแล้ว เหล่ยเป่าเชื่อว่าที่เซียวอวี๋วางแผนการนี้ขึ้นก็เพื่อใช้โอกาศตักตวงผลประโยชน์เข้าตัวเท่านั้น เหตุใดโจรตัวเล็กๆเช่นเซียวอวี๋ถึงต้องการจะมีส่วนร่วมในการก่อการครั้งนี้น่ะหรือ? เหล่ยเป่าคาดว่าเซียวอวี๋นั้นต้องการตำแหน่งรองผู้นำค่ายพันธมิตรแห่งนี้

อันที่จริงแล้ว หากว่าเซียวอวี๋ไม่ได้เป็นผู้ปกครองของดินแดนไลอ้อนอยู่ก่อนแล้วล่ะก็ บางทีเขาอาจจะคิดเช่นนี้จริงๆ สุดท้ายแล้วเขาก็เป็นเพียงโจรที่ไม่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง

แผนการยังคงดำเนินต่อไป เหล่ยเป่าก็ยังคงเตรียมการอยู่ด้านข้าง ในขณะที่สุบารุเองก็กำลังเร่งกลืนกินกลุ่มโจร เขาวางแผนที่จะส่งกำลังไปโจมตีเมืองไลอ้อนเพื่อลดทอนความแข็งของเหล่าผู้นำที่ไม่เชื่อฟังลง

สงครามใกล้เข้ามาแล้ว!