ตอนที่ 168

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ดาบเวทนั้นมีราคาอยู่ที่ห้าหมื่นเหรียญทอง สำหรับผู้ใช้มนตราแล้ว มันไม่คุ้มค่าสักเท่าใด ทว่าสำหรับผู้ฝึกยุทธ์แล้ว มันจะสามารถช่วยยกระดับพลังต่อสู้ในสนามรบขึ้นได้อีกมาก เซียวอวี๋มองไปที่ดาบเล่มนั้น ซึ่งที่จริงแล้วเขาได้รับดาบเวทและไอเทมจำนวนมากจากการยึดค่ายเหยี่ยว ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่เขาปล้นมายังมีค่ามากกว่าดาบเล่มนี้ ถึงกระนั้นสถานการณ์ของดินแดนไลอ้อนก็ยังถือว่าย่ำแย่เมื่อเทียบกับดินแดนขนาดใหญ่แห่งอื่นๆที่ผ่านการสะสมความมั่งคั่งมาอย่างยาวนาน ดังนั้นดินแดนไลอ้อนยังต้องใช้เวลาค่อยๆพัฒนา

เซียวอวี๋มองไปยังการประมูลที่กำลังดุเดือดขณะที่เขายังนั่งอยู่ที่ห้องพิเศษ เขากำลังมองหาเครื่องประดับและของสำหรับหญิงสาวเพื่อเตรียมไว้มอบให้กับมู่เสวี่ย ตอนนี้เขามีคู่หมั้นแล้ว และเขาก็ต้องคำนึงถึงนางด้วย

หลังการประมูลผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมง ผู้ประมูลก็กล่าวออกมาด้วยเสียงอันตื่นเต้น "วันนี้พวกเรากำลังจะได้ประมูลสินค้าที่ล้ำค่าอย่างมาก ทุกท่านต่างทราบดีว่าวัตถุจากยุคโบราณนั้นล้วนมีมูลค่ามหาศาล บรรดาผู้ที่มีพรสวรรค์ต่างเกิดมาและดับสูญไป

ทว่าพวกเขาได้ทิ้งสมบัติเอาไว้ มันยากอย่างยิ่งกระทั่งการจะทำของเลียนแบบอาวุธและชุดเกราะเหล่านั้น อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ฝึกยุทธ์น่ะหรือ? มันก็คือ อาวุธและชุดเกราะนั่นเอง ในวันนี้พวกเราได้รับเกียรติให้เปิดประมูลชุดเกราะสามเซ็ตจากยุคโบราณ! ใช่แล้ว! พวกท่านได้ฟังไม่ผิด! ชุดเกราะสามเซ็ตที่มีสภาพสมบูรณ์!"

หน้าอกของหญิงสาวหลายนางขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงเนื่องเพราะความตื่นเต้น "ยุทธภัณฑ์ของผู้ฝึกยุทธ์ ชุดนักฆ่าของมือสังหาร และ...และชุดเกราะเวทของผู้ใช้มนตรา!" เกิดความปั่นป่วนขึ้นในโรงประมูลเมื่อเจ้าภาพประกาศชื่อของชุดเกราะทั้งสามเซ็ตออกไป ทุกคนต่างทราบความล้ำค่าของมัน

มีหลายคนที่มีชิ้นส่วนของเกราะสะสมไว้ภายในตระกูล อย่างไรก็ตาม ชุดเกราะแบบครบเซ็ตนั้นหายากยิ่งกว่ายาก วันนี้ทั้งสามเซ็ตล้วนเป็นเซ็ตสมบูรณ์! ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นและรอคอยการประมูลของชุดเกราะเหล่านั้น

ไม่นานชุดเกราะทั้งสามเซ็ตก็ถูกนำออกมาทีละเซ็ต เซียวอวี๋เอนกายอยู่บนเก้าอี้ขณะที่มองผู้จัดประมูลกล่าวนำเสนอชุดเกราะทั้งสามเซ็ต

พวกเขาเริ่มต้นประมูลยุทธภัณฑ์ของผู้ฝึกยุทธ์ ผู้จัดประมูลได้ตั้งราคาเริ่มต้น "ห้าแสนเหรียญทอง" เงินห้าแสนเหรียญทองนั้นนับว่ามากโขและมีคนเพียงหยิบมือที่สามารถถือครองชุดเกราะที่แพงเช่นนี้ได้

"ห้าแสนห้าหมื่นเหรียญทอง" มีคนตะโกนเปิดฉากขึ้น

"หกแสนเหรียญทอง"

"หกแสนห้าหมื่นเหรียญทอง!"

...................................

...................................

การเสนอราคายังดำเนินต่อไปก่อนจะชะลอตัวเมื่อมาถึง 800,000 เหรียญทอง

มีคนตะโกนออกมา "เก้าแสนเหรียญทอง!"

ผู้คนต่างหันไปมองผู้ที่เสนอราคาออกมา

"เก้าแสนเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง...เก้าแสนเหรียญทอง ครั้งที่สอง..." ผู้จัดประมูลเผยรอยยิ้มขณะที่เริ่มนับถอยหลัง

"หนึ่งล้าน!" ชายอีกคนตะโกนออกมา

ทุกคนต่างหันไปมองคนผู้นั้น เขาเป็นชายชราที่ดูแข็งแกร่ง มีบางคนที่ทราบตัวตนของเขาต่างซุบซิบพูดคุยกัน "นั่นมันแม่ทัพถังหู่นี่"

"ชุดเกราะเซ็ตนี้ช่างเหมาะกับเขาอย่างยิ่ง"

ผู้คนเพียงกล่าวกระซิบกระซาบหากแต่ก็ไม่มีผู้ใดเสนอราคาขึ้นมาอีก ยุทธภัณฑ์จึงตกเป็นของแม่ทัพเฒ่า การประมูลยังคงดำเนินต่อไปและชุดเกราะนักฆ่าก็ถูกซื้อโดยชายที่สวมผ้าคลุมสีดำในราคาหนึ่งล้านเหรียญทอง ชุดเกราะเวทนั้นถูกซื้อโดยชายหนุ่มที่มาจากตระกูลอันมั่งคั่งด้วยราคาหนึ่งล้านห้าแสนเหรียญทอง

ชุดเกราะทั้งสามเซ็ตได้ถูกขายออกไปเป็นเงินสามล้านห้าแสนเหรียญทอง เซียวอวี๋รู้สึกโล่งใจขณะที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีก การประมูลยังคงดำเนินต่อไป ทว่าเซียวอวี๋ก็ไม่ได้ลงประมูลแต่อย่างใด มีทั้งรายการไอเทมที่เขาไม่รู้จัหรือไม่เช่นนั้นก็เป็นไอเทมที่เขาไม่ได้สนใจ

ดาบแอชบิงเกอร์ปลอมจะถูกนำมาประมูลเป็นรายการสุดท้าย แม้ว่ามันจะเป็นเพียงของเลียนแบบ หากแต่ก็มีผู้คนจำนวนมากตั้งตารอคอย อาจารย์ลากอสนั้นเป็นช่างตีดาบที่มีชื่อเสียง แม้ว่าตัวอาวุธจะไม่ใช่ของแท้ก็ตาม ทว่ามันก็ยังคงเป็นอาวุธที่ทรงพลัง เซียวอวี๋มองไปที่แอชบิงเกอร์เล่มนั้นเมื่อมันถูกยกออกมาบนเวที มันทั้งดูสะกดข่มผู้คนและงามสง่าดังเช่นที่เขาเคยเห็นในเกม มันเป็นดาบหนักที่เหมาะต่อการใช้กับทักษะอมนิแสลชอย่างยิ่ง ความรุนแรงของอมนิแสลชอาจเพิ่มเป็นเท่าตัวหากใช้ออกโดยดาบเล่มนี้

"นี่เป็นดาบที่ตีขึ้นเลียนแบบดาบแอชบิงเกอร์ในตำนานโดยท่านอาจารย์ลากอส แม้ว่ามันจะเป็นเพียงของเลียนแบบ หากแต่คุณภาพของมันนั้นแทบจะไม่ต่างไปจากของจริง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ถูกเพิ่มเข้าไป ข้าหวังว่าท่านลูกค้าที่เฝ้ารอมันอยู่จะไม่พลาดโอกาศทองที่จะได้ครอบครองมัน เราขอเปิดราคาเริ่มต้นที่ สองล้านเหรียญทอง" ผู้จัดประมูลกล่าวออกมา

ชื่อเสียงของอาวุธชิ้นนี้นั้นเป็นที่เลื่องลือ ดังนั้นหลายคนจึงเริ่มเปิดฉากเสนอราคาอย่างดุเดือด

"สองล้านหนึ่งแสนหมื่นเหรียญทอง"

"สองล้านสองแสนหมื่นเหรียญทอง"

.................................

.................................

ราคาของมันพุ่งทะยานขึ้นเนื่องเพราะผู้คนจำนวนมากต่างต้องการครอบครองอาวุธที่ทรงพลังชิ้นนี้ ในโลกนี้นั้นไม่มีปืนใหญ่ ทว่าอาวุธเวทที่ทรงพลังเช่นดาบเล่มนี้นั้นเปรียบได้ดังจรวดมิสไซส์ แอชบิงเกอร์สามารถผ่าแยกเกราะหรือทะลวงผ่านประตูเมืองได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงคุ้มค่าที่จะจ่ายหลายล้านเหรียญทองสำหรับอาวุธชิ้นนี้

เซียวอวี๋ไม่ได้ร่วมเสนอราคาในตอนต้น เขากำลังรอให้ผู้คนประมูลจนถึงจุดอิ่มตัวก่อนจะลงมือปิดฉากสงครามในครั้งเดียว

ไม่นานราคาของมันก็พุ่งถึงสี่ล้านเหรียญทอง ผู้ประมูลส่วนใหญ่เริ่มเกิดความลังเลใจ เหรียญทองสี่ล้านเหรียญนั้นนับเป็นภูเขาทองคำลูกหนึ่ง แม้ว่าดาบเล่มนี้จะทรงอานุภาพมากก็ตาม เงินจำนวนนั้นสามารถจัดสร้างทัพทหารราบเกราะหนักได้นับพันนาย ผู้คนเริ่มชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียก่อนจะเสนอราคา

ในเวลานั้นเองเซียวอวี๋ก็ตะโกนออกมา "ห้าล้านเหรียญทอง!"

ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อได้ยินราคาที่ถูกเสนอออกมาล่าสุด เป็นผู้ใดที่ร่ำรวยขนาดใช้จ่ายได้มือเติบเช่นนี้? ยิ่งกว่านั้น ผู้ประมูลยังนั่งอยู่ในห้องพิเศษ ผู้จัดประมูลเริ่มนับถอยหลังเมื่อเห็นเช่นนั้น

ไม่มีผู้ใดกล้าเสนอราคาขึ้นมาอีก ประการแรกนั้น เงินจำนวนห้าล้านเหรียญที่จ่ายออกไปนั้นสามารถซื้อหาอุปกรณ์ราคาแพงของผู้ใช้มนตราได้เลย ประการที่สอง ทุกคนเห็นสัญลักษณ์ที่ประดับอยู่ที่ห้องพิเศษนั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ด้านในห้องเป็นคนของตระกูลหลิน ในเมืองไชน์แห่งนี้ ทุกคนล้วนต้องไว้หน้าตระกูลหลิน

ดังนั้นเซียวอวี๋จึงได้รับอาวุธที่เขาใฝ่ฝันไปครอบครอง.....