ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
การสู้รบนองเลือดได้เปิดฉากขึ้น ศึกครั้งนี้นับเป็นศึกที่ดุเดือดที่สุดของเมืองไลอ้อน สายตาของทุกคนล้วนแดงฉานและเต็มไปด้วยความกระหายเลือดทั้งสองฝ่ายรบราฆ่าฟันกันอย่างดุเดือด แม้กระนั้นเมืองไลอ้อนก็ยังสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงดุจปราการเหล็ก เป็นจริงที่มีช่องว่างขนาดใหญ่เกิดขึ้นบนกำแพงจากฝีมือของผู้ใช้มนตราอีกฝ่าย เหล่าทหารของศัตรูเองก็ไม่ได้ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป พวกเขาพยายามจะโถมบุกเข้ามา กระนั้นก็ยังไม่มีผู้ใดหลุดรอดฝ่าไปได้
"มารดามันเถอะ! บอลเพลิงของพวกผู้ใช้มนตรานี่ไม่ได้ต่างอะไรจากปืนยุคใหม่เลย....พวกมันสาดกระสุนออกมาไม่หยุดหย่อน..." เซียวอวี๋เบี่ยงตัวหลบบอลเพลิงลูกหนึ่ง เซียวอวี๋รู้ว่าการจะสังหารผู้ใช้มนตรานั้นยากเย็นยิ่ง เพราะอีกฝ่ายมีการป้องกันที่แน่นหนา รอบกายของพวกเขามีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่คอยอารักขาอยู่
แม้จะเป็นทิรันด้าก็ยังยากที่จะยิงฝ่าเข้าไปสังหารผู้ใช้มนตรา ตอนนี้ภัยคุกคามเดียวของพวกผู้ใช้มนตราก็คือ เครื่องยิงทำลาย เครื่องจู่โจมและบาริสต้าหนัก
ในช่วงหลายวันมานี้พวกเขาสามารถสังหารผู้ใช้มนตราไปได้บางส่วน กระนั้นทางฝ่ายเมืองไลอ้อนเองก็เกิดความสูญเสียไม่น้อย โชคดีที่กำแพงเมืองไลอ้อนมีความแข็งแกร่งอย่างมาก
นอกจากนี้หน่วยรบทางอากาสก็มีส่วนช่วยอย่างใหญ่หลวง แม้ว่าบาริสต้าหนักของศัตรูจะระดมยิงไปทางพวกเขา แต่พวกเขาก็ได้เปรียบเรื่องอยู่ที่สูง แบทไรเดอร์ได้บินทิ้งระเบิดอยุ่หลายครั้ง ขณะที่พวกนักรบกริฟฟ่อนจะใช้สายฟ้าสังหารศัตรู และการยิงที่แม่นยำของเหล่านักรบฮิฟโปกริฟก็ถือว่ามีส่วนช่วยไม่น้อยเลย
กองทัพของศัตรูเผชิญกับปัญหาก็เนื่องเพราะพวกแบทไรเดอร์และกริฟฟ่อน ในยุคนี้หน่วยรบทางอากาศนับว่ามีความได้ปรียบอย่างยิ่ง พวกศัตรูเองก็ไม่ทราบจะรับมือกับพวกมันอย่างไร
ทางฝั่งเซียวอวี๋มีการบาดเจ็บล้มตายไม่น้อย กระนั้นจำนวนนักรบอัญเชิญที่สูญเสียไปก็ยังน้อยอยู่ ไพร่พลทหารทั่วไปล้มตายมากมาย ตอนนี้กว่าครึ่งของพวกดรูอิดแห่งทารอน ดรูอิดแห่งคมเขี้ยว นักรบกริฟฟ่อนและนักเวทย์ล้วนมีระดับถึงสิบแล้ว เหล่าพวกที่มีระดับถึงสิบนั้นมีความแข็งแกร่ง นักเวทย์สามารถใช้ทักษะล่องหนหายตัว แปลงโฉมและอื่นๆในการพรากชีวิตทหารศัตรู
นักเวทย์จะทำให้พวกศัตรูเคลื่อนที่ช้าลง พวกผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงเองก็ได้รับผลนี้หากมีนักเวทย์นับสิบใช้เวทตรึงสะกดเป้าหมายเดียว เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกออร์คก็จะล้อมกรอบและสังหารมันไป ส่วนใหญ่แล้วผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่หรือแม้กระทั่งขั้นที่ห้าจะถูกพวกนักเวทย์เสกให้กลายเป็นแกะ แน่นอนว่าผู้ที่ถูกสาปต่างก็ทำได้เพียงงอมืองอเท้ารอรับความตาย
มันค่อนข้างง่ายที่นักเวทย์จะเสกผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่ให้กลายเป็นแกะ แต่มันยากเมื่อใช้ต่อผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า แต่เมื่อนักเวทย์หลายนางร่วมกันใช้ไปที่เป้าหมายเดียว อัตราล้มเหลวของมันก็ลดลง ตระกูลเคเนดี้นั้นภาคภูมิใจในกองทัพผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่และห้าอย่างยิ่ง พวกมันสามารถขึ้นไปบนกำแพงเพื่อสร้างความปั่นป่วนแก่ศัตรู กระนั้นพวกมันก็ยังไม่อาจยึดตรึงตำแหน่งเอาไว้ได้นานนัก เซียวอวี๋คงต้องปวดหัวอย่างหนักหากไม่มีพวกนักเวทย์อยู่ด้วย
นอกจากพวกนักเวทย์แล้ว ดรูอิดที่มีระดับถึงสิบก็จะสามารถเรียกพายุมาม้วนกวาดสนามรบได้ เมื่อมีศัตรูจำนวนมากเข้าประชิดกำแพงเมือง พวกดรูอิดก็จะเรียกพายุออกมากวาดเอาพวกมันไป
ซูฉือและซาเน่เองก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับพายุเหล่านี้ เมื่อพวกเขายึดกำแพงด้านหนึ่งได้ พวกเขาก็จะถูกพายุพัดลงมา ว่ากันว่ามีผู้ใช้มนตราอยู่ภายในเมืองไลอ้อนไม่มาก แล้วคนเหล่านี้คืออะไร? แม้ว่าจะดูไม่เหมือนผู้ใช้มนตราระดับสูง แต่พายุของพวกเขาก็ไม่ใข่สิ่งที่ผู้ใช้มนตราทั่วไปจะเรียกออกมาได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้ฝึกยุทธ์มากมายเองก็ตกตายเพราะพายุเหล่านี้
"ช่างน่ายินดีอะไรเช่นนี้!" เซียวอวี๋ยิ้มออกมาขณะมองไปยังการป้องกันของเมือง เขาไม่กลัวว่าเมืองจะถูกตีแตกหลังจากเฝ้าสังเกตุการณ์มาพักหนึ่ง แม้กระนั้นก็ยังมีทหารทั่วไปล้มตายมากมาย แม้ว่าจำนวนของทางฝั่นเขาจะน้อยกว่าศัตรูอยู่บ้าง แต่มันก็ยังทำให้เซียวอวี๋รู้สึกไม่ดี การโจมตีด้วยบอลเพลิงของผู้ใช้มนตราอีกฝ่ายนั้นรุนแรงยิ่ง ตอนนี้มีทหารจากเมืองไลอ้อนตกตายไปกว่าหนึ่งหมื่นคนแล้ว ขณะที่ฝ่ายศัตรูสูญเสียกำลังพลไปกว่าสามหมื่นคน
ติ๊งงงง!
เซียวอวี๋ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ตอนนี้ยศของเขาได้รับการเลื่อนขั้นกลายเป็นผู้บัญชาการแล้ว
"ในที่สุด!" เซียวอวี๋แทบจะตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดี ในที่สุดเขาก็จะสามารถอัพเกรดฐานทัพอันเดดได้แล้ว และที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ เขาสามารถควบคุมยูนิตเพิ่มได้อีกถึง 5,000 ยูนิต จะเกิดอะไรขึ้นหากยูนิตอีกห้าพันนี้ล้วนเป็นนักรบอันเดด?
..................................
..................................
การบุกของฝ่ายศัตรูเริ่มชะลอลงเมื่อถึงยามเย็น พวกเขาโหมบุกอยู่ตลอดทั้งวันและเกิดการสูญเสียอย่างหนัก นอกจากนี้พวกทหารยังอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกที่จะถอนตัวในตอนเย็น
แม้ว่าการสู้รบครั้งนี้จะนับว่านองเลือดอย่างมาก หากแต่เซียวอวี๋ก็ได้ผลรับไม่น้อย ระดับของเหล่าฮีโร่ได้เพิ่มขึ้นแล้ว แอนโทนีดสกลายเป็นคนแรกที่ทะลวงผ่านไปยังระดับสามสิบและตอนนี้เขาก็มีระดับอยู่ที่สามสิบสี่แล้ว การเพิ่มระดับของแอนโทนีดาสนั้นกระทำได้ไม่ยากเพราะว่าเขาแทบจะมีมานาไร้ขีดจำกัด
ทิรันด้า กรอม คาร์นและเมอีฟนั้นมีระดับอยู่ที่สามสิบสอง ที่น่าแปลกใจก็คืออูเธอร์นั้นเพิ่มระดับรวดเร็วยิ่งกว่าทุกคนเสียอีก ตอนนี้เขามีระดับอยู่ที่ยี่สิบแปดแล้ว เขาได้มอบบัฟให้กับนักรบมนุษย์ทุกคน ดังนั้นเขาจึงพลอยได้รับค่าประสบการณ์จากเหล่าทหารที่สร้างความเสียหายต่อศัตรูไปด้วย ตอนนี้ทอร์ลเองก็มีระดับอยู่ที่ยี่สิบเก้าแล้ว เขาเพิ่มระดับขึ้นมาเจ็ดระดับในรวดเดียว นั่นก็เพราะว่าทอร์ลไม่เพียงแต่มอบบัฟให้กับเหล่าออร์ค แต่เขายังได้ใช้สายฟ้าสังหารศัตรูอีกด้วย คาเอลนั้นเรียกได้ว่ามีความโดดเด่นอย่างมาก ตอนนี้เขาก็มีระดับอยู่ที่ยี่สิบแปดแล้ว
พวกฮีโร่ต่างมีระดับเพิิ่มขึ้น พวกนักรบอัญเชิญเองก็ด้วย เซียวอวี๋ก็เช่นกัน เขามองดูกองทัพศัตรูที่กำลังถอนกำลังกลับไป หลังจากนั้นเขาจึงใช้ทางลับลอบเดินทางไปยังฐานทัพอันเดด.....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved