ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
แม้ว่าเซียวอวี๋และโถวปางหงจะแสดงท่าทีราวกับเป็นมิตรสหาย แต่ไม่แน่ว่าในภายภาคทั้งคู่อาจจะกลับกลายเป็นศัตรูกัน
ในเวลานั้นเอง มีบุรุษผู้หนึงวิ่งเข้ามากับกระซิบอะไรบางอย่างกับโถวปาหง
โถวปาหงยิ้มขณะที่หันมาหาเซียวอวี๋ "ไปกันเถอะ ในวันนี้พวกเรานับเป็นสหาย...เรื่องในภายภาคหน้าก็เป็นเรื่องในภายภาคหน้า"
เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ถูกแล้ว วันนี้พวกเรานับเป็นสหาย ไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงเรื่องที่ยังมาไม่ถึง"
เซียวอวี๋และโถวปาหงมองเห็นธงขนาดใหญ่ที่ประดับสัญลักษณ์เอาไว้หลายสิบผืนปลิวสะบัดเมื่อทั้งสองขึ้นมาถึงบนกำแพงเมือง ธงทั้งหมดล้วนวาดเป็นรูปหนวดเคราสีแดง
เสียงกีบม้ากระทบพื้นดังกึกก้องก่อเป็นพายุความกดดันเข้าปกคลุมชาวเมือง มีพวกโจรราวสองถึงสามหมื่นคนกำลังเคลื่อนพลมายังเมืองรัชเชต
เป็นโจรกลุ่มใหญ่ที่มีขนาดเทียบได้กับชนเผ่าขนาดใหญ่ของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโถวปาหงจึงถูกส่งตัวมากำจัดพวกมัน นี่นับเป็นกองกำลังที่สามารถคุกคามจักรวรรดิได้
วู้ฮู้วววววว~~~~ วู้วววว~~~~ ยี้ฮ้าาาา~~~~
พวกโจรเคราแดงเริ่มตะโกนโห่ร้องเสียงดังปานฟ้าร้อง นี่เป็นสงครามจิตวิทยาเพื่อใช้กดดันศัตรูก่อนการศึก
ผู้คนภายในเมืองรัชเชตต่างขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเห็นเคราแดงและสมุนของมันกำลังจะบุกโจมตีเมืองรัชเชต เป็นที่ทราบกันดีในด้านนิสัยของเคราแดง มันมักจะฆ่าล้างยามเมื่อเข้าโจมตีเสมอ
"พวกเราไม่สามารถหลบหนีได้แล้ว....พวกมันล้อมพวกเราเอาไว้แล้ว..."
"ข้าควรทำเช่นไรดี? พวกเคราแดงจะสังหารพวกเราทั้งหมด!"
"ทำอย่างไรงั้นหรือ? พวกเราเป็นชายชาตรีไม่ใช่หรือ? พวกเราเป็นชาวเมฆา! ข้ามีดาบและข้าจะสู้จนเลือดหยดสุดท้าย! ข้าจะลุกขึ้นสู้ แม้ว่าข้าจะต้องตายก็ตาม!"
"ถูกแล้ว พวกเราจะเอาแต่หดหัวหรือ? ขึ้นม้าแล้วชักดาบออกไปฆ่าพวกโจรชั่ว! ทำไมพวกเราไม่ออกไปเข่นฆ่าพวกมันแทนที่จะต้องงอมืองอเท้ารอรับความตายกันเล่า?"
โถวปาหงได้จ้างผู้คนให้ปลุกระดมชาวเมืองเอาไว้ก่อนแล้ว ผู้คนเหล่านั้นได้ปลอมแปลงเป็นชาวบ้านร้านถิ่นที่ทำงานให้กับเหล่าพ่อค้า นี่จึงบอกได้ว่าโถวปาหงนับว่ามีพรสวรรค์อย่างยิ่ง เขาไม่ได้จะเข้ามากำจัดกลุ่มโจรเคราแดงโดยสุ่มสี่สุ่มห้า
เมืองรัชเชตมีประชากรราวหนึ่งถึงสองหมื่นคน ยังมีขบวนพ่อค้าและนักผจญภัยที่รวมตัวอยู่ภายในเมือง ซึ่งทำให้ภายในเมืองมีคนอยู่ราวสี่ถึงห้าหมื่นคน ประชากรส่วนใหญ่สามารถเข้าร่วมสงครามได้ ภายในเมืองมีผู้หญิงและเด็กอยุ่ไม่มาก ทุกคนต่างสามารถเป็นทหารกองหนุนของโถวปาหงได้
"นั่น! องค์ชายโถวปาหง? ใช่สิ! นั่นองค์ชายโถวปาหง! พวกเราจะติดตามองค์ชายกวาดล้างพวกโจรชั่ว!"
มีบางคนจากฝูงชนตะโกนเปิดเผยตัวตนของโถวปาหง ซึ่งนี่เป็นการเตรียมการเอาไว้เพื่อรวมผู้คนทั้งหมดให้เป็นหนึ่งภายใต้การนำของโถวปาหง
แม้ว่าขวัญกำลังใจจะดีแต่พวกเขาก็คงไม่อาจบรรลุเป้าหมายหากไม่รวมเป็นอันหนึ่งเดียวกัน
พวกโจรกลุ่มเคราแดงช่ำช่องการล่าสังหารในสนามรบ เมืองรัชเชตคงจะต้องประสบภัยหากไม่รวมเข้าเป็นหนึ่งเดียว
ตัวตนของเจ้าชายเป็นตัวเลือกที่ดีทีีสุดที่จะควบคุมไพร่พลและนักรบ
คนจากราชวงศ์มีศักดิ์ฐานะสูงส่งภายในจักรวรรดิ ผู้คนทั้งหมดต่างเคารพและยำเกรง
การดำรงอยู่ของเจ้าชายจะทำให้คนอื่นๆไม่กล้าเข้ามาแย่งชิงตำแหน่งผู้นำ นอกจากนี้ก็ไม่อาจรับรองได้ว่าหากได้ตัวผู้นำขึ้นมาแล้วคนอื่นๆจะปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดล้วนต้องฟังคำสั่งของเจ้าชาย มิเช่นนั้นจะเป็นการไม่เคารพราชวงศ์
เซียวอวี๋รู้สึกชื่นชมการกระทำของโถวปาหงเมื่อได้เห็นเหตุการณ์ ที่โถวปาหงรู้สึกวิตกกังวลก่อนการรบก็เนื่องเพราะเขาไม่เคยบัญชาคนมากมายเช่นนี้มาก่อน
กระนั้นเขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้นำ เขาจะสามารถ 'เติบโต' ขึ้นเป็นผู้บัญชาการที่ดีได้ในภายภาคหน้า
"ข้าคือโอรสองค์ที่เก้าแห่งจักรพรรดิโถวปาอวิ๋นเฟย โถวปาหง ข้ามาเพื่อกวาดล้างกลุ่มโจรเคราแดง! ข้าไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากต้องกำจัดพวกมันเพื่อปกป้องเมืองรัชเชตและผู้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่!
มาร่วมรบไปด้วยกันกับข้า! พวกเราล้วนเป็นลูกหลานชาวเมฆา เกิดมาเพื่อเป็นนักรบ! ขึ้นหลังม้า หยิบดาบจับกระบี่ของพวกเจ้าออกไปกำจัดพวกบัดซบนั่นด้วยกันกับข้า! รักษาชีวิตและปกป้องเกียรติของจักรวรรดิ!"
โถวปาหงยืนอยู่ที่ด้านบนสุดของอาคารสูงขณะที่กล่าวกับฝูงชน ผู้คนต่างเลือดลมพลุ่งพล่านเมื่อได้ยินคำกล่าวของเขา บุรุษแทบจะทั้งหมดวิ่งไปขึ้นม้าและหยิบฉวยอาวุธคู่กายเพื่อเตรียมตัวทำศึก
"มารดามันเถอะ.....เจ้าชายตัวจริงเสียงจริง?" เซียวอวี๋ลูบจมูกขณะมองดูโถวปาหงที่อยู่ด้านบนอาคารสูง
พวกโจรเคราแดงไม่อาจรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมือง พวกมันคิดว่าผู้คนคงหวาดกลัวและเกิดความโกลาหลขึ้นภายในเมือง
ดูเหมือนว่าสำหรับพวกมันแล้ว ชาวเมืองคงใกล้จะหลบหนีไปยังเมืองอื่นได้ทุกขณะพวกมันยังไม่ทราบว่าชาวเมืองได้หยิบอาวุธขึ้นเพื่อรอคอย 'ต้อนรับ' พวกมันอยู่
ปู๊นนนนนนนนนนน~
แตรเขาสัตว์ถูกเป่าขึ้นขณะที่พวกโจรเคราแดงเริ่มลงมือ พวกมันมุ่งหน้าไปยังประตูเมืองรัชเชตและต้องการจะใช้ค้อนทุบทลายประตูเมือง ทว่าพวกมันกลับพบว่าประตูเมืองได้เปิดอยู่ก่อนแล้ว ขณะเดียวกันก็มีผู้คนวิ่งออกมาจากภายในเมืองและเข้าโจมตีใส่พวกมัน
เห็นได้ชัดว่าผู้คนเหล่านี้ไม่ใช่ทหารของกองทัพ หากแต่เป็นผู้คนจากขบวนพ่อค้าต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผู้คนเหล่านี้กำลังยกคันธนูขึ้นยิงเข้าใส่พวกมัน นี่เป็นภาพที่หาได้ยากยิ่ง
โดยทั่วไปแล้วขบวนพ่อค้าต่างๆมักเลือกที่จะรักษาความแข็งแกร่งของตนเอาไว้หรือเลือกที่จะหลบหนี พวกโจรไม่เคยพบกับกองกำลังที่กล้าหันดาบเข้าใส่ด้วยความมุ่งมั่นเช่นนี้มาก่อน
เมื่อกล่าวถึงกลุ่มโจรเคราแดง แน่นอนว่าเป็นที่รู้จักกันดี ทุกคนต่างทราบว่าการตอแยกลุ่มโจรเคราแดงจะมีผลกระทบที่ร้ายแรงติดตามมา
"ฆ่าพวกมัน! บุกชิงประตูเมือง จากนั้นพวกเราจะฆ่ามันล้างเมือง!"
บุรุษท่าทางแข็งแกร่งถือดาบที่เปล่งแสงสีม่วงขณะที่บนใบหน้ามีหนวดเคราสีแดงตะโกนออกมา มันอยู่ท่ามกลางพวกโจรทั้งหมด
พวกโจรโห่ร้องตอบรับทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของบุรุษผู้นั้น
"ฆ่า! ฆ่าพวกมันให้สิ้น!"
อย่างไรก็ตาม มีผู้คนจำนวนมากปรากฏกายขึ้นที่ด้านบนของกำแพงเมืองพร้อมทั้งหยิบหน้าไม้ออกมายิงเข้าใส่พวกโจร
เคราแดงขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ผู้คนเหล่านี้ไม่ใช่ทั้งทหารหรือคนจากกองทัพ หากแต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติเกิดขึ้นกับชาวเมือง
ดูเหมือนชาวเมืองจะรู้ล่วงหน้าว่ากลุ่มโจรเคราแดงจะเข้าโจมตีเมืองนี้ ราวกับผู้คนเหล่านี้กำลังพยายามจะตัดแบ่งกองกำลังของกลุ่มโจรเคราแดงออกไป
"เอาเถอะ....เพียงต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น" เคราแดงแสยะยิ้ม
ตูมมมมมม!
ประตูเมืองบานหนึ่งพังทลายลงจากการกระแทกของค้อนขนาดใหญ่ ตอนนี้พวกโจรสามารถใช้มันผ่านเข้าเมืองได้ อย่างไรก็ตาม ความสุขของพวกมันปรากฏขึ้นได้ไม่นานนักขณะที่มีกองกำลังทหารม้าพุ่งออกมาโจมตีพวกมัน
ฆ่ามันนนน!
มีคนมากกว่าหนึ่งพันพุ่งออกมาโจมตีเข้าใส่พวกโจร
ฆ่า~~~
บุรุษผู้ยืนอยู่บนกำแพงเมืองวิ่งไปขึ้นหลังม้า มันคว้าหน้าไม้ ธนูและดาบขึ้นมาและเข้าโจมตีพวกโจร
"พวกมันเสียสติกันไปหมดแล้วหรือ? พวกมันกล้าต่อสู้กับพวกเราจริงๆ? ฮึ่ม...พวกมันก็เป็นเพียงมดปลวกกลุ่มหนึ่ง..." เคราแดงคิดว่ากลุ่มนักผจญภัยและขบวนพ่อค้าร่วมมือกันต่อต้านเพื่อปกป้องตัวเอง
นี่จึงไม่แปลกที่จะมีกองกำลังทหารม้าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีอยู่ภายในเมืองรัชเชต เคราแดงรู้ว่าขบวนของพวกพ่อค้ามักมาจากตระกูลที่ร่ำรวยหรืออาจจะเป็นตระกูลของขุนนางจึงเป็นเรื่องปกติที่จะมีกองกำลังผู้คุ้มกันอันแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม เคราแดงมีสมุนโจรอยู่มากกว่าสองหมื่นคน จะอย่างไรผู้คนภายในเมืองก็ต้องตายไปทั้งหมด
"เหล่าบริวารของข้า! เข่นฆ่าพวกมันซะ! ฆ่าให้หมด! ปล้นชิงพวกมัน! ชิงสตรีของพวกมันมา! ชโลมทั้งเมืองด้วยเลือดของพวกมัน!" เคราแดงตะโกนเสียงดัง
พวกโจรทั้งหมดพลันดุร้ายขึ้นเมื่อได้รับการปลุกขวัญกำลังใจ
สงครามที่รุนแรงกำลังจะปะทุขึ้นแล้ว......
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved