ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ทั้งสองฝ่ายต่างลงมืออย่างดุดัน เพียงนาทีแรกก็มีคนตายไปแล้วกว่าร้อยชีวิต แม้กระนั้นทั้งสองฝ่ายต่างก็ยิ่งลงมือรุนแรงยิ่งขึ้น
ความหนักแน่นของชาวเมฆามีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาลืมเลือนความกลัวและมุ่งเน้นไปที่การฆ่าฟัน
ไม่เกี่ยวว่าจะมีเชิงยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงใด มันขึ้นอยู่กับว่าผู้ใดสามารถสงบใจได้ดีกว่ากัน
ผู้ที่สามารถฉกฉวยช่องว่างเพื่อสังหารได้นับว่ามีโชคกว่าผู้อื่น ภายในสนามรบแล้ว การมีโชคถือเป็นสิ่งที่จำเป็น
โถวปาหงยืนอยู่ที่ด้านบนกำแพงและสังเกตการรบด้วยสีหน้าเยือกเย็น ไม่มีร่องรอยความตึงเครียดดังเช่นก่อนหน้าหลงเหลืออยู่อีก
มีผู้บัญชาการอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือผู้บัญชาการที่สุขุมเยือกเย็น ขณะที่ผู้บัญชาการประเภทที่สองคือ ผู้บัญชาการที่หวาดวิตก
ผู้บัญชาการประเภทแรกจะกลายเป็นวีรบุรุษ ขณะที่ผู้บัญชาการประเภทที่สองจะกลายเป็นคนขลาด
คำพูดของโถวปาหงก่อนการสู้รบได้ปลุกขวัญกำลังใจให้ชาวเมืองพร้อมต่อสู้
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งที่ถูกต้องชัดเจนของผู้บัญชาการในช่วงการศึก
เซียวอวี๋ยืนสังเกตการณ์อยู่ที่ด้านข้างโถวปาหง เขาคิดว่าโถวปาหงมีพรสวรรค์ในการบงการคนโดยกำเนิด อันทีจริงแล้วเซียวอวี๋เชื่อว่าหากมีเวลาเพียงพอโถวปาหงจะมีอนาคตที่ยาวไกลไร้ขอบเขต
แม้โถวปาหงจะกล่าวว่า เขาไม่มีความคิดที่จะบุกโจมตีอาณาจักรพยัคฆ์คำรน แต่ทำไมเขาจะต้องบอกความคิดที่แท้จริงกับเซียวอวี๋ด้วยเล่า?
โถวปาหงจะกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัว หากว่าวันหนึ่งเขากรีธาทัพบุกโจมตีอาณาจักรพยัคฆ์คำรน ชั่วแวบหนึ่ง ความคิดที่จะสังหารโถวปาหงได้ไหลผ่านเข้ามาในจิตใจ แต่เซียวอวี๋ก็สลัดมันทิ้งไป
ประการแรกและสำคัญที่สุด เซียวอวี๋ไม่มั่นใจว่าจะสามารถสังหารโถวปาหงได้ ประการที่สอง มีความเป็นไปได้ว่าจักรวรรดิเมฆาจะก่อสงครามเพื่อล้างแค้นต่อการตายของโถวปาหง
เซียวอวี๋ไม่ล่วงรู้ความคิดของเหล่าผู้ปกครองแห่งพยัคฆ์คำรน ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเป็นผู้ก่อสงคราม
ในเวลาเดียวกันนั้น โถวปาหงก็หันมาทางเซียวอวี๋และยิ้ม
เซียวอวี๋ค่อนข้างตกใจ "มันสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร?"
ขณะเดียวกันนั้น เหล่านักผจญภัยและผู้คุ้มกันขบวนพ่อค้าก็ยังคงวิ่งเข้าโจมตีพวกโจร
หากเป็นในยามปกติแล้ว พวกเขาย่อมไม่ทุ่มกำลังโจมตีเพราะต้องเก็บออมรักษากำลังเอาไว้ หากแต่ในวันนี้ เจ้าชายของจักรวรรดิได้เป็นผู้คุมกำลังด้วยพระองค์เอง
โถวปาหงเป็นปัจจัยสำคัญที่ผูกมัดทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน พวกเขาจะมัวแต่กลัวได้อย่างไรหากว่าเจ้าชายเป็นผู้นำทัพออกรบ?
สตาลินพักอยู่ในกรุงมอสโกในช่วงสงครามโซเวียต-เยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง อย่างไรก็ตาม การสวนสนามก็ยังคงถูกจัดขึ้นเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับกองทัพ ท้ายที่สุดแล้ว มอสโกก็เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการป้องกัน
"ไฉนพวกมันจึงดื้อรั้นนัก? กำลังขวัญของพวกผู้คุ้มกันและนักผจญภัยจะต้องถดถอยเมื่อถูกโจมตีสิ แต่ทำไมตอนนี้พวกมันจึงตอบโต้อย่างดุดันนัก.....ทั้งยังจัดกระบวนทัพขึ้นมา.....พวกมันไม่ได้จัดทัพอย่างสมบูรณ์ แต่ดูเหมือนว่ามีบางคนเรียกพวกมันมา....ใช่มีสิ่งที่ข้าพลาดไปหรือไม่? แต่ข้าได้ส่งสายสืบแฝงตัวเข้าไปเมื่อนานมาแล้ว ข้าสมควรได้ข้อมูลอะไรบ้างหากมีบางสิ่งเกิดขึ้น....ไม่มีสัญญาณถูกส่งออกมา นั่นหมายความว่าทุกอย่างยังคงดำเนินไปตามแผน" เคราแดงไม่อาจเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการตอบโต้อันดุดันได้
เคราแดงต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆมากมายเพื่อให้แน่ใจว่าการโจมตีจะประสบความสำเร็จ ที่มันมีชื่อเสียงถึงเพียงนี้ไม่ใช่เพียงแค่เพราะป่าเถื่อนดุร้าย หากแต่เป็นเพราะการวางแผนของตนและมองแผนการของอีกฝ่ายได้ทะลุปรุโปร่ง
เคราแดงได้ส่งสายสืบไปศึกษาจำนวนขบวนพ่อค้า นักผจญภัยภายในเมืองรัชเชตก่อนที่จะโจมตีเอาไว้แล้ว นอกจากนี้มันยังได้คำนวณทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าจะยึดเมืองรัชเชตได้สำเร็จ หากว่ามันนำกำลังโดยสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว เช่นนั้นพวกมันก็คงต้องประสบความสูญเสียอย่างหนัก
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้ตระหนักเลยว่าจะมีบางคนชาญฉลาดกว่ามันและขุดรากถอนโคนสายลับของมันทั้งหมดไป
"ฮึ่ม!....มีบางคนรวมพวกมันทั้งหมดเข้าเป็นหนึ่งเดียว.....จะต้องมีแม่ทัพคอยสั่งการอย่างแน่นอน...ไอ้บัดซบเอ๊ย เจ้าจะต้องเสียใจในสิ่งที่ทำ!" เคราแดงไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะฉลาดไปกว่ามัน มันเชื่อว่ามีคนหรืออาจจะกลุ่มคนคอยบงการชาวเมืองอยู่
"กลุ่มที่สอง! บุกได้! บดขยี้พวกมัน! บุกเข้าไป ฆ่าพวกมันให้หมด!" เคราแดงตะโกนสั่งการต่อกลุ่มโจรที่เบื้องหลัง
"บุกกกก!..." คนเหล่านี้เป็นผู้ที่ได้รับการฝึกจากเคราแดง พวกมันไม่ได้ด้อยไปกว่าทหารม้าทั่วไปของจักรวรรดิเลย เสียงโห่ร้องดังกึกก้องขณะที่พวกมันวิ่งเข้าใส่เมืองรัชเชต
"กลุ่มที่สองของพวกมันมาแล้ว" โถวปาหงเผยรอยยิ้มขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามแผนของเขา
"เจ้าจะทำอะไรต่อ? ส่งกองทัพที่เหลือออกไป?" เซียวอวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างถามขึ้นมา
เซียวอวี๋ทราบว่าโถวปาหงนำกำลังมาด้วยห้าพันนาย ทว่าที่ในสนามรบตอนนี้มีเพียงแค่หนึ่งพันนายเท่านั้น ดูเหมือนว่ากองกำลังที่เหลือจะถูกใช้ออกเมื่อถึงช่วงชี้ขาด
โถวปาหงส่ายศีรษะ "ไม่จำเป็น ข้าไม่ต้องการทำให้พวกมันตกใจจนหนีไป...มันมีนิสัยระมัดระวังตัวยิ่ง...ข้ายังไม่อาจให้มันตื่นตัวตอนนี้...ข้าต้องการแบบมีชีวิตเพื่อใช้นำไปยังแหล่งซ่องสุมของพวกมัน"
เซียวอวี๋ยิ้ม "เจ้าเป็นผู้บัญชาการที่ดี...แต่การจะได้ตัวเคราแดงทั้งมีชีวิตออกจะฝันเฟื่องไป มันไม่ใช่อันธพาลร้านถิ่นทั่วไป อย่างน้อยมันต้องเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่....เจ้ายังไม่อาจเอาชนะมันได้"
โถวปาหงหันมามองเซียวอวี๋ "ข้าเพียงลำพังย่อมไม่อาจ...แต่หากพวกเราร่วมมือกัน ยังไม่ใช่จะจับตัวมันได้อีกหรือ?"
เซียวอวี๋กลอกตา "เพ้ย...หากว่าไม่ได้พบกับข้าที่นี่ เจ้าก็จะไม่จับมันหรือ?"
โถวปาหงหัวเราะ "ข้ามีอีกแผน...แต่ในเมื่อมีเจ้าอยู่ด้วยมันก็จะง่ายกว่า ข้าเชื่อว่ามันคงเป็นสงครามที่ขมขื่นและเป็นบททดสอบที่หนักหน่วง แต่เมื่อได้พบกับเจ้า ข้าก็วางใจได้เปราะหนึ่ง..."
เซียวอวี๋แค่นเสียง "เช่นนั้นเป็นว่าข้ายอดเยี่ยมยิ่ง?"
โถวปาหงพยักหน้า "ถูกต้อง ข้าไม่รู้ว่าทำไม แต่ข้ารู้สึกได้ว่ามันจะต้องสำเร็จเมื่อได้พบกับเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นทัศนคติของเจ้ายังทำให้ข้าประทับใจและทำให้ข้ารู้สึกละอายใจ อาจกล่าวได้ว่าเจ้าเป็นแรงบันดาลใจให้ข้ากระทำสิ่งที่ต่างออกไป เช่นนั้นแล้วข้ายังจะทำตัวขลาดเขลาได้อย่างไรในเมื่อเจ้ายังไม่แยแส? ข้าต้องดูและศึกษาทัศนคติที่บัญชาการพึงมีจากเจ้า"
เซียวอวี๋ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "ข้ากำลังฝึกฝนให้มันในทางอ้อม...."
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved