ตอนที่ 113

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋เคยได้ยินเกี่ยวกับมู่หลี่ ชายผู้นี้ได้เข้าร่วมสงครามตั้งแต่วัยหนุ่มและแสดงความกล้าหาญของเขาออกมานับจากนั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บ ขั้วอำนาจที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามของเขาจึงบีบบังคับให้เขาอยู่แต่เพียงในรัฐ

ย้อนกลับไปในเวลานั้น มู่หลี่ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างมากกับจ้าวรัฐ เว่ยฮ่วน แต่ทว่า หลังจากจ้าวรัฐเว่ย เว่ยฮ่วนเสียชีวิตลง มู่หลี่ก็ได้เลือกสนับสนุนบุตรชายคนโต เว่ยอู๋ ขึ้นมาแต่ก็ล้มเหลว จ้าวรัฐคนใหม่ เว่ยเฮ่า จึงเริ่มผลักไสมู่หลี่ออกจากศูนย์กลางอำนาจ และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มปกครองรัฐเว่ย เซียวอวี๋จึงต้องการมู่หลี่มาเป็นคนของเขาหลังจากที่ทราบสถานการณ์นี้ เขามีทหาร หากแต่ขาดแม่ทัพผู้มีประสบการณ์

เซียวอวี๋นำทิรันด้า กรอม ลีอา และนักรบมนุษย์อีก 100 นายมุ่งหน้าสู่เมืองฮุ่ยซึ่งเป็นนครหลวงของรัฐเว่ย อันที่จริง เซียวอวี๋คนก่อนหน้าไม่ใช่คนแปลกหน้าของที่นี่ ตามความทรงจำของเขาแล้ว เขาตระหนักดีถึงสถานการณ์ภายในเมืองฮุ่ย พวกเขาออกเดินทางในตอนเช้าและถึงเมืองฮุ่ยในตอนเย็น

ทหารยามบนประตูเมืองทราบถึงตัวตนของผู้มาเยือนทันทีเมื่อได้เห็นธงของตระกูลเซียว หนึ่งในทหารยามรีบวิ่งมาที่รถม้าและเริ่มประจบสอพลอ "ยินดีต้อนรับท่านดยุคเซียวขอรับ นานมากแล้วที่ไม่ได้เห็นท่าน! ข้าได้ยินมาว่าท่านได้รับโชคมามากมาย มองดูกองทัพที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของท่านนี่สิ! พวกเราได้ยินมาว่าท่านรบชนะกองทัพของแคร์รี่! บางคนกล่าวว่ามันคือเรื่องจริงและบางคนกล่าวว่าเป็นเรื่องเท็จ พวกเราไม่ได้เห็นท่านมาเนิ่นนานแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงเป็นห่วงท่านมาก"

เซียวอวี๋ยิ้มขณะที่มองไปยังทหารยามผู้นั้น "ถูกต้อง เมื่อไม่นานมานี้ แคร์รี่ได้มาสร้างปัญหา แต่ข้าได้จัดการเขาไปแล้วอย่างง่ายดาย ด้วยเหตุนั้นข้าจึงค่อนข้างยุ่ง...."

"ไฮ่ เจ้าแคร์รี่นั่นจะมาเป็นคู่มือของท่านได้อย่างไร ท่านเป็นถึงแกรนดยุคเชียวนะ" ทหารยามนั้นยังกล่าวประจบสอพลอเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ล้วงเหรียญทองออกมาและดีดมันไปให้ทหารยามผู้นั้น "เอาไปแบ่งกับสหายของเจ้า"

เหล่าทหารค้อมตัวลงเพื่อขอบคุณ

รถม้าของเซียวอวี๋เข้าสู่เมืองฮุ่ย รัฐเว่ยกำลังเสื่อมโทรมลงในขณะที่เหล่าไพร่พลทหารเองก็มีการโกงกินเช่นกัน แต่เป็นเพราะรากฐานของรัฐเว่ยที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พวกเขายังคงยืนหยัดได้อยู่ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐของพวกเขายังก่อตั้งขึ้นมาก่อนจะมีเมืองไลอ้อนเสียอีก และเนื่องจากการพัฒนามาหลายยุคหลายสมัยจึงทำให้ดินแดนของพวกเขากลายมาเป็นรัฐดังเช่นทุกวันนี้

อันที่จริง เซียวอวี๋เองก็สามารถก่อตั้งรัฐขึ้นได้ หากว่าพัฒนาดินแดนของเขาให้เจริญรุ่งเรือง ในฐานะดยุคแล้ว มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝัน อย่างไรก็ตาม เขาวางแผนที่จะสังหารพวกโจรทั้งหมด ควบรวมดินแดนแห่งอื่นๆ แล้วจากนั้นค่อยสถาปนารัฐไลอ้อนขึ้น

...............................

...............................

เซียวอวี๋เข้าพักที่โรงแรมอันหรูหรา ผู้จัดการของโรงแรมเองก็คุ้นหน้าคุ้นตากับเซียวอวี๋อยู่แล้ว ดังนั้นจึงออกมาต้อนรับเขาอย่างดี นอกจากนั้น เขายังตกตะลึงเนื่องเพราะไม่เคยเห็นเซียวอวี๋นำพาขบวนองค์รักษ์มามากมายถึงเพียงนี้

มีข่าวลือว่าเกิดการต่อสู้ระหว่างเซียวอวี๋และแคร์รี่ กระทั่งได้ยินว่ามีเผ่าพันธุ์ออร์คถูกนำมาใช้ในการต่อสู้ด้วย ทว่ากลับไม่มีผู้ใดทราบรายละเอียดของการต่อสู้ครั้งนั้นดีนัก

บิดาของแคร์รี่ได้จ่ายออกไปมากมายเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวคราวของสงครามครั้งนั้นรั่วไหลออกไป ดังนั้นคนนอกจึงทราบเพียงว่าพวกเขาเกิดการสู้รบกันขึ้นเท่านั้น แต่พวกเขาก็ไม่ทราบเรื่องราวมากนัก มีเพียงผู้ที่สนใจจริงๆเท่านั้นที่ทราบความจริง

เซียวอวี๋มอบเหรียญสองสามเหรียญให้กับเหล่าผู้รับใช้และทำให้พวกเขาปฏิบัติกับเซียวอวี๋ด้วยความสุภาพมากขึ้น เซียวอวี๋ไม่ได้ตรงไปที่ห้องพักทันที แต่เขาพากรอมกับลีอาตรงไปยังบ่อนพนันที่อยู่ใกล้เคียง

ทิรันด้าได้สวมใส่หน้ากากเอาไว้ แต่ดวงตาของนางนั้นสะดุดตาเกินไป เขาจึงไม่ได้นำตัวนางไปด้วย มีเพียงแค่กรอมเป็นผู้คุ้มกันก็เพียงพอแล้ว กรอมสามารถรับมือกับผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นที่สองหรือสามได้หลังจากที่เขาสวมใส่ชุดเกราะเซ็ตทีหนึ่งแล้ว

เซียวอวี๋กำลังจะเดินผ่านประตูบ่อนเข้าไป มีเหล่าสาวงามที่อยู่ด้านข้างประตูรีบเข้ามาหาเขาทันที

"โอ ท่านดยุอวี๋ ไม่ได้พบท่านมาเนิ่นนานแล้ว!"

"ใช่แล้ว ข้าคิดว่าเขาจะลืมเลือนพวกเราเสียแล้ว!"

"พวกเราได้ยินมาว่าท่านได้ขายพวกทาสออร์คกับเอลฟ์และทำกำไรได้อย่างงาม ท่านอย่าได้ตระหนี่แล้ว!"

..............................

..............................

ลีอาที่เห็นเซียวอวี๋ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนประเภทนี้ต้องการที่จะตบหน้าเขาสักฉาด เซียวอวี๋โอบกอดสาวงามทั้งซ้ายและขวา เขาลูบไล้เรือนร่างพวกนางและพรมจูบพวกนาง ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกต่อพวกนางเป็นพิเศษ เขาเพียงแค่แสร้งทำเพื่อไม่ให้ผู้อื่นพบเห็นความเปลี่ยนแปลงของเขาเท่านั้นเอง เซียวอวี๋มอบเหรียญทองจำนวนมากแก่หญิงสาวเหล่านั้น ก่อนจะเข้าไปด้านในพร้อมกับกรอมและลีอา

ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้มเนื่องจากเขาเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีในบ่อนพนันแห่งนี้

"ไม่นานมานี้พวกเราได้ยินว่าท่านดยุคอวี๋ได้รับโชคลาภก้อนโตมา ท่านพอจะแบ่งขายทาสออร์คและทาสเอลฟ์บางส่วนแก่พวกเราได้บ้างหรือไม่ขอรับ?" ผู้จัดการบ่อนกล่าวถามออกมา

ข่าวสถานการณ์ของเมืองไลอ้อนได้แพร่กระจายออกไปบางส่วนและเนื้อหาใจความของมันก็ค่อยๆถูกบิดเบือนไปทีละน้อยในระหว่างทาง ทุกคนต่างทราบว่าเซียวอวี๋มีพวกออร์คและเอลฟ์ในครอบครองแต่ไม่มีผู้ใดทราบรายละเอียดของมัน ผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเซียวอวี๋ได้รับพวกออร์คและเอลฟ์มาจากภูเขาอัลคาเกน ด้วยเหตุนี้เอง เหล่านักผจญภัยจำนวนมากจึงหลั่งไหลเข้าไปในดินแดนไลอ้อนเพื่อที่จะจับตัวพวกออร์คและเอลฟ์ แต่แน่นอนว่าแทบไม่ม่ีผู้ใดกลับมาได้เมื่อส่วนใหญ่ต่างหลงเข้าไปในฐานทัพทั้งสามแห่ง

เซียวอวี๋หัวเราะ "นั่นมันเรื่องไร้สาระ ข้ามีเพียงองค์รักษ์ออร์คไม่กี่ตน.."

ผู้จัดการยิ้มออกมา "บ่อนแห่งนี้สิ้นชีวิตชีวาไปเมื่อท่านดยุคเซียวไม่ได้มา พวกเราทุกคนต่างเฝ้ารอท่านอยู่ขอรับ"

เซียวอวี๋หัวเราะ "คืนนี้ข้าจะช่วยอุดหนุนกิจการเจ้าเอง มีสหายของข้าอยู่ที่นี่บ้างหรือไม่?"

"มีนายท่านจี๋กำลังเล่นพนันอยู่ที่นั่น...." ผู้จัดการชี้มือไปยังชั้นสอง

เซียวอวี๋พยักหน้าขณะที่เขาเดินนำกรอมและลีอาขึ้นไปยังชั้นสอง

ชายผู้ที่กำลังลูบคลึงหน้าอกของหญิงสาวอยู่กระโดดผึงขึ้นมาและตะโกนเสียงดังเมื่อพวกเขาขึ้นมาถึงชั้นสอง "ฮ่าฮ่าฮ่า เซียวอวี๋! เจ้าหายไปไหนมา? ข้าได้ยินว่าเจ้าต่อสู้กับแคร์รี่! ข้าคิดว่าพวกเราล้วนเป็นสหายกันเสียอีก..."

เซียวอวี๋รู้จักจี๋ซิ่งผ่านความทรงจำเดิม เขาผู้นี้คือนายน้อยผู้หนึ่ง

ในอดีต เซียวอวี๋ จี๋ซิ่งและแคร์รี่ ต่างอยู่ในกลุ่มที่เที่ยวหาความสำราญอย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋เชื่อว่ามีเพียงแคร์รี่เท่านั้นที่เป็นผู้มีความสามารถ

แคร์รี่ได้มารวมกลุ่มกับพวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มเพื่อหาความสำราญ

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จี๋ซิ่งเป็นคนโง่ที่ไม่มีความสามารถอันใด ทั้งหมดที่เขารู้จักก็มีเพียงหาความสนุกจากหญิงสาวและเล่นการพนัน

เซียวอวี๋โอบไหล่จี๋ซิ่ง "ข้าได้เสียเดิมพันพี่สะใภ้ไปในครั้งที่แล้ว แคร์รี่จึงนำทหารมาคร่ากุมนางไป แต่ข้าปฏิเสธ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะยกพี่สะใภ้ที่งดงามแก่ผู้อื่นจริงๆ? ดังนั้นพวกเราจึงเกิดการต่อสู้กัน แคร์รี่คิดว่าข้าจะพ่ายแพ้ แต่เขาไม่ทราบว่าบิดาของข้าได้ทำข้อตกลงกับชนเผ่าออร์คและเอลฟ์เอาไว้แล้วเมื่อตอนที่ท่านยังหนุ่มแน่น พวกมันจะออกมาช่วยเหลือข้าในช่วงเวลาที่ยากลำบาก"

เซียวอวี๋จะใช้เรื่องราว 'กษัตริย์ของยุค' กับคนบางกลุ่มเท่านั้น เขาไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้ไปซะทุกที่ อันที่จริง ตำนานพวกนี้เหมาะแก่การเล่าให้ชาวบ้านทั่วไปฟังเสียมากกว่า อำนาจจากการบอกเล่าปากต่อปากนั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่าประกาศออกไปอย่างเป็นทางการเสียอีก

"ข้าคิดว่ามันเป็นเพียงข่าวลือที่เจ้ามีพวกออร์คและเอลฟ์เสียอีก ทว่ามันกลับเป็นเรื่องจริง! สหาย เจ้าพอจะมอบเอลฟ์สาวๆให้กับข้าได้บ้างหรือไม่? ข้าเป็นสหายนะ...." ในหัวของจี๋ซิ่งมีแต่เพียงเรื่องหมกมุ่นเช่นนี้เท่านั้น

เซียวอวี๋อมยิ้ม "ข้ามาที่นี่เพื่อมาทำธุระ ข้าจะบอกเจ้าว่าข้ามาทำอะไรดีหรือไม่" เซียวอวี๋กดเสียงต่ำลง

"โอ เจ้าต้องการจะบอกสิ่งใด?" จี๋ซิ่งกล่าวถามออกมาทันที่ได้เห็นแววตาลึกลับของเซียวอวี๋

เซียวอวี๋ดึงตัวจี๋ซิ่งออกมาด้านข้างและกระซิบที่ข้างหูของเขา "เจ้ายังจำครั้งล่าสุดที่ข้าถูกทุบตีโดยลูกหลานตระกูลมู่ได้หรือไม่?"

จี๋ซิ่งเลิกคิ้วขึ้น "เจ้าคงไม่ได้หมายถึงบุตชายของมู่หลี่ มู่หลิงหรอกนะ?"

เซียวอวี๋กดฟัน "ถูกแล้ว เป็นมันเอง ครั้งล่าสุดข้ายังไม่มีปัญญาจัดการมัน แต่ตอนนี้ข้ามีออร์คเป็นองค์รักษ์แล้ว ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวพวกมันอีก ในครั้งนี้พวกเราจะต้องชำระแค้นเก่า"

จี๋ซิ่งพยักหน้า "ครั้งนั้นข้าต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มนานนับเดือน! พวกเราไม่อาจทำอย่างไรกับมันได้ เพราะมันเป็นบุตรชายแม่ทัพของรัฐ..."

เซียวอวี๋ฉีกยิ้ม "ข้าคิดแผนการมาแล้ว พวกเราจะฉุดดึงบิดาของมันออกจากศูนย์กลางอำนาจ และจัดการกับมันในครั้งต่อไปที่มันกลับมาจากสถาบันอัศวิน ตราบใดที่เราจัดการกับมู่หลี่ได้ บุตรชายของมันก็ไม่เป็นปัญหาแล้ว! หลังจากนั้นพวกเราค่อยว่าจ้างมือสังหารไปเก็บมัน!"

จี๋ซิ่งตาเป็นประกาย "ข้าฝันที่จะกระทืบพวกมันมานานแล้ว! ด้วยวิธีการนี้ บุตรสาวของแม่ทัพนั่นที่เพิ่งกลับมาจากสถาบันผู้ใช้มนตราเมื่อไม่นานมานี้ นางเติบโตขึ้นมากและนายท่านผู้นี้ต้องการจะเล่นสนุกกับนาง ทำให้นางกลายเป็นสัตว์เลี้ยง! ฮ่าฮ่าฮ่า"

เซียวอวี๋หัวเราะ "ตกลงตามนั้น!"