ตอนที่ 132

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เหล่าทหารที่เข้ามาใหม่นั้นโชคดีอย่างมาก พวกเขาเพียงผ่านการฝึกอบรมช่วงสั้นๆ แต่เซียวอวี๋ก็ได้จัดสรรอาวุธและชุดเกราะที่ดีที่สุดให้กับพวกเขาแล้ว

อุปกรณ์ที่ผลิตโดยช่างตีเหล็กของฐานทัพมนุษย์นั้นยอดเยี่ยมกว่าในด้านความแข็งแกร่งคงทนและยืดหยุ่นเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่สามารถซื้อหาได้ในโลกนี้

นอกจากนี้ยังมีคำอวยพรของอูเธอร์ที่ช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้กับพวกเขาอยู่อีก สามารถพิจารณาพวกเขาว่าเป็นนักรบชั้นยอดได้เลยหากว่ามองในด้านพละกำลังเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม พวกเขายังขาดประสบกรณ์การสู้รบจริงอยู่

เหล่าหัวหน้าโจรนั้นไม่เหมือนกับเซียวอวี๋ คนที่ฉลาดบางคนก็จะให้ความสำคัญกับคุณภาพอุปกรณ์ของสมุน ทว่าส่วนใหญ่แล้วล้วนอาศัยอุปกรณืที่ได้มาจากการปล้นชิง อุปกรณ์นั้นหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมาก เซียวอวี๋ได้ใช้จ่ายออกไปหลายล้านเหรียญสำหรับพวกมัน ทำสงครามย่อมต้องใช้เงินทอง

เซียวอวี๋ตระหนักดีว่ากองทัพของเขามีจำนวนที่น้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถรับสมัครไพร่พลได้มากกว่านี้ในขณะที่ยังขาดผู้ที่จะควบบังคับบัญชาพวกเขา เขาไม่ได้ต้องการกองทัพที่ไร้คุณภาพ ทั้งหมดที่เขาต้องการมีเพียงกองทัพชั้นยอด

เหล่าโจรต่างบุกเข้ามาอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะกุดหัวทหารของเมืองไลอ้อนกลับไป ศีรษะหัวหนึ่งก็หมายถึงเงินกองหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ที่พวกมันต้องเผชิญกลับเป็นดาบอันแหลมคมและเกราะแกร่ง พวกโจรไม่อาจต้านทานการโจมตีจากเหล่าทหารที่ได้รับพร

นอกจากนี้พวกออร์คเองก็ยังได้รับพรจากทอร์ลเช่นกัน แล้วเช่นนี้พวกโจรจะสามารถยึดกำแพงเมืองได้อย่างไร? สงครามนองเลือดยังคงดำเนินต่อไป พวกโจรจำนวนมากทอดกายเป็นซากศพในขณะที่ทางฝั่งของเซียวอวี๋เองก็เกิดความสูญเสียขึ้นเช่นกัน ถึงกระนั้นอาวุธโจมตีระยะไกลบนกำแพงก็ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง พวกโจรมีจำนวนมากและในสายตาของพวกมันก็มีเพียงเงินรางวัล ดังนั้นพวกมันจึงหนุนเนื่องบุกเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต

เซียวอวี๋ทอดถอนใจขณะที่เขายืนสังเกตการณ์อยู่บนกำแพงเมือง การที่ต้องมาเห็นผู้คนหลายหมื่นต่อสู้กันเช่นนี้ช่างเขย่าขวัญผู้คนนัก

เซียวอวี๋คิดว่าสงครามจะยังคงดำเนินต่อไปอีกนาน เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะมีปืนกล กองทัพโจรนั้นมีกันมากกว่า 100,000 คน มันยังคงจะต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งวันหากว่าพวกโจรนั้นยืนอยู่เป็นเป้านิ่ง จะต้องใช้เวลานานเท่าใดในการสังหารคนจำนวนมากขนาดนั้นโดยไม่ใช้ปืน? จำนวนของไพร่พลนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการชนะหรือพ่ายแพ้ เคลาเซวิทซ์เคยกล่าวเอาไว้ว่า เงื่อนไขที่ทำให้ได้เปรียบที่สุดในสงครามก็คือ ปริมาณ

อย่างไรก็ตาม มันมีผลเพียงผิวเผินในการลดทอนกำลังใจของฝ่ายศัตรู ด้วยเหตุนี้ เซียวอวี๋จึงต้องการกองทหารชั้นยอด เขาต้องการผู้บัญชาการและผู้นำที่มีพรสวรรค์

ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับฝั่งเซียวอวี๋นั้นเป็นเพราะไพร่พลเพิ่งสมัครเข้ามาใหม่ไม่นานได้ทำผิดพลาด พวกเขาสวมใส่อุปกรณ์ชั้นยอด อีกทั้งชัยภูมิยังได้เปรียบ เป็นธรรมดาที่ยากจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายได้

ทางฝั่งพวกโจรเองก็ล้มตายมากขึ้นเรื่อยๆ

จนถึงตอนนี้ มีโจรถูกสังหารไปมากกว่า 6,000 คนแล้ว กองกำลังหลักที่ฆ่าพวกโจรก็คือพวกออร์คและพลธนูเอลฟ์

พลเดินเท้า พลปืน เหล่าทหารใหม่ บาริสต้า เครื่องยิงทำลายและเครื่องยิงจู่โจมก็ยังไม่อาจเทียบกับอัตราการฆ่าฟันของพวกเขา

เซียวอวี๋ไม่ได้มีเครื่องยิงทำลายและเครื่องยิงจู่โจมอยู่มากนัก หากว่าเขามีพวกมันสักหนึ่งร้อยเครื่อง เช่นนั้นการโจมตีคงรุนแรงมากกว่านี้ ในตอนนี้เขามีเครื่องยิงทำลายเพียง 10 เครื่องเท่านั้น ซึ่งการโจมตีก็ยังมีขอบเขตที่ไม่มากเท่าใด

"จะต้องหาค่าผลงานมายกระดับฐานทัพให้ได้...." เซียวอวี๋ครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากว่าเขามีเครื่องยิงทำลายสัก 100 เครื่อง เช่นนั้นสถานการณ์ก็คงจะเปลี่ยนไปอย่างมาก

สงครามยังคงดำเนินต่อไป ทั้งสองฝ่ายยังคงเกิดการสูญเสียอย่างต่อเนื่อง เซียวอวี๋สั่งให้นำตัวผู้ที่บาดเจ็บสาหัสกลับไปรักษา เขายังสามารถใช้น้ำยาฟื้นฟูเพื่อรักษาได้ตราบเท่าที่พวกเขายังมีลมหายใจ นอกจากนี้ทหารผ่านศึกที่ได้รับบาดเจ็บจะทำให้พวกเขารู้สึกหวงแหนชีวิตของพวกเขาและใช้สมองมากขึ้นกว่าเดิมในสงครามครั้งต่อไป

สุบารุหรี่ตาลงขณะที่มองดูสถานการณ์ของสนามรบ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ ยกเว้นก็เพียงแต่ความแข็งแกร่งของเมืองไลอ้อน พวกโจรยังคงถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง เขากำลังรอให้จำนวนลดลงไปถึงจุดจุดหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็จะดำเนินแผนการขั้นที่สอง เขาจะรวบรวมโจรทั้งหมดและทำลายเมืองไลอ้อน ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกประหลาดใจและรู้สึกหงุดหงิดกับความแข็งแกร่งของเมืองไลอ้อน จากข้อมูลแล้ว เมืองไลอ้อนสมควรมีทหารไม่มากนัก นอกจากนี้พวกเขายังดูราวกับเป็นทหารชั้นยอดมากกว่าที่จะเป็นทหารใหม่

สุบารุมีประสบการณ์มากมายและทราบว่าการจะเพาะสร้างกองกำลังชั้นยอดขึ้นมา 10,000 นายนั้นยากเย็นเพียงใด ตามที่เขาคิด สมควรจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยราวห้าหรือหกปีสำหรับดินแดนที่กำลังเสื่อมโทรมเช่นดินแดนไลอ้อนในการจะสร้างกองทัพช่นนี้ขึ้นมาได้!

ยิ่งไปกว่านั้นเขายังทราบว่านี่ไม่ใช่ทัพชั้นยอด หากแต่ทัพทหารทั่วไป กองทัพจะต้องผ่านการนองเลือดหลายครั้งจึงจะมีลักษณะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นจะต้องใช้เงินทองจำนวนมากในการจัดสรรอุปกรณ์และการฝึกฝน นี่เป็นเรื่องที่น่าพิศวงอย่างยิ่ง! เมืองไลอ้อนจะมีเหรียญทองหลายล้านเหรียญในการใช้จ่ายให้กับกองทัพได้อย่างไร? เซียวอวี๋ไปหาพวกมันมาจากไหน? ปล้นชิงจากกลุ่มโจรงั้นหรือ? นอกจากนี้ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะฝึกฝนทหารชั้นยอดขึ้นมากภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งปี เขาว่าจ้างทหารรับจ้างมางั้นหรือ?

สุบารุคิดว่าจะสามารถสังหารเซียวอวี๋ได้โดยง่ายหลังจากที่เขาฮุบกลืนกลุ่มโจรทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะต้องพิจารณาภัยคุกคามจากเซียวอวี๋ใหม่เสียแล้ว

สุบารุนั้นไม่ทราบว่าเซียวอวี๋ได้รับเงินมาจากการเดิมพันและซื้อหาอุปกรณืมาจากฐานทัพ ยิ่งไปกว่านั้น เซียวอวี๋ยังมีพาลาดินที่สามารถมอบพรให้กับกองทัพ มิเช่นนั้นคงเกิดการสูญเสียมากยิ่งกว่านี้

ในยุคนี้ คำอวยพรของพาลาดินนั้นแทบจะสูญหายไปแล้ว ในยุคนี้ อย่างดีที่สุดพวกเขาก็เพียงแค่สามารถเยียวยาผู้คน

เซียวอวี๋สามารถสร้างสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมาได้ก็ด้วยเพราะฮีโร่ที่แข็งแกร่ง หากปราศจากฐานทัพ เขาจะไม่อาจทำให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาได้เลย

"โจมตี! บุกเข้าไป!" พวกโจรตะโกนปลุกขวัญขณะที่ยังคงบุกต่อไป มีสมุนโจรและผู้ฝึกยุทธ์บางส่วนยึดมุมหนึ่งบนกำแพงได้ และก่อตั้งแนวป้องกันขึ้นมาเพื่อใช้เป็นที่มั่น เหล่าทหารใหม่ไม่อาจต้านทานการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์นับสิบได้ พวกโจรรีบหนุนเนื่องกันขึ้นมาเมื่อเห็นโอกาศปรากฏขึ้น

ในเวลาเดียวกันฉินเช่อก็ตะโกนออกมา "พลปืนหน่วยแรก! ที่สองนาฬิกา! เตรียม! ยิง!"

ปัง~ ปัง~ ปัง~

เสียงปืนดังกึกก้อง ขณะที่พวกโจรที่ยึดพื้นที่ส่วนเล็กนั้นไว้ต่างถูกกวาดล้างออกไป

เหล่าทหารรีบบุกเข้าไปยึดพื้นที่คืนทันทีหลังจากพวกผู้ฝึกยุทธ์ถูกกำจัดออกไปแล้ว

ฉินเช่อตะโกนสั่งการต่อทันที " พลปืนหน่วยที่สอง! ที่สองนาฬิกา! เตรียม! ยิง!"

เหล่าโจรนั้นไม่เคยพบเจอกับปืนไฟมาก่อน พวกเขาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่พวกโจรจำนวนมากล้มตายลง การปืนป่ายขึ้นกำแพงเมืองจึงเกิดการชะลอลงเพราะความหวาดกลัว ขณะเดียวกัน กรอมและเซียวอวี๋ก็ใช้ทักษะพุ่งทะยานออกไปลงดาบพวกโจรที่ยังไม่ตาย

การกระทำของเซียวอวี๋และกรอมได้ช่วยบรรเทาความกดดันของเหล่าทหารใหม่ ฉินเช่อยังคงสั่งการโจมตีกดดันพวกโจรที่ปืนขึ้นมา ในขณะที่เดียวกันเหล่าทหารใหม่ก็ค่อยๆล้อมกรอบผู้ฝึกยุทธ์เอาไว้

ทิรันด้าคอยใช้ธนูยิงสนับสนุนจากทางด้านหลัง

พวกโจรไม่อาจยึดพื้นที่ได้อีก แต่พวกมันก็ยังคงเชื่อว่า สมดุลของสงครามจะเอนเอียงมาทางพวกมันหากว่าสามารถยึดพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง พวกมันพบว่ายังคงมีโอกาศที่จะยึดพื้นที่บนกำแพงได้ ดังนั้นพวกมันจึงยังคงบุกอย่างบ้าคลั่ง

พวกโจรสามารถยึดครองพื้นที่ได้อีกครั้งสองครั้ง แต่หลังจากนั้นก็จะถูกตีถอยร่นกลับไป สุบารุได้หยุดการโจมตีลงในช่วงบ่าย

พวกโจรต่างรู้สึกเหนื่อยล้าและมีขวัญกำลังใจที่ต่ำ มีพวกโจรตกตายไปกว่า 14,000 คนในขณะที่ทางฝั่งเซียวอวี๋สูญเสียไพร่พลทหารใหม่ไป 1,000 นาย

สงครามระลอกแรกได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของทหารใหม่ ทว่าพวกเขาก็ยังคงขาดประสบการณ์ พวกเขามีอุปกรณืชั้นยอดและได้รับการอวยพร แต่ก็ยัง ขาดประสบการณ์การใช้อาวุธ

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋รู้สึกมีความสุขหลังจากที่เขาได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้าทหาร ในตอนนี้ เขาสามารถอัพเกรดฐานทัพเป็นระดับที่สองได้แล้ว....