ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เฮเยสไม่ทราบว่าตัวเขาได้ออกจากเมืองไลอ้อนตั้งแต่เมื่อไหร่และอย่างไร แม้ใบหน้าของเขาจะเรียบเฉย หากแต่ภายในใจของเขากำลังเกิดความขัดแย้งอย่างหนัก มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทราบว่าความกระทบกระเทือนในจิตใจตอนนี้นั้นรุนแรงเพียงใด เขาไม่ได้เข้าปะทะกับอูเธอร์ กระนั้นร่างกายของเขากลับรู้สึกอ่อนล้า มันยังเหนื่อยกว่าการฆ่าฟันในสนามรบเสียอีก ความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นก็เนื่องเพราะจิตใจของเขาอ่อนล้า เขาควรจะเลือกสิ่งใดระหว่างความศรัทธาและความโลภ?
ความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาของอูเธอร์ภายในศาสนจักรนั้นมีมานานแล้ว พวกเขาคิดถึงความเป็นไปได้ที่อูเธอร์จะหวนคืนมา หากแต่ไม่ได้เห็นด้วยกับคำสอนปัจจุบันของศาสนจักร ซึ่งอันที่จริงแล้ว มีกลุ่มคนบางคนกลุ่มภายในศาสนจักรคาดเดาว่าจะมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทว่าก็มีเพียงส่วนน้อยที่คิดว่าอูเธอร์จะกลับมา ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ได้พยายามจะปกปิดข่าวการหวนคืนของอูเธอร์ เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าพวกเขาต้องการจะใช้อูเธอร์ตัวปลอมในฐานะหุ่นเชิด ที่คาดไม่ถึงก็คือ อูเธอร์หวนคืนแล้ว และยังเหนือกว่าที่เฮเยสคาดคิดไว้เสียอีก
นี่เป็นเรื่องราวที่หนักหนายิ่ง เขาจะต้องกลับไปรายงานต่อพระสันตะปาปา เขาไม่อาจตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง มีเพียงพระสันตะปาปาเท่านั้นที่สามารถตัดสินเรื่องราว
"ใช่แล้ว...ไฉนข้ายังต้องกังวลเกี่ยวกับมันด้วย? ให้ท่านสันตะปาปาปวดหัวไปเถอะ..." เฮเยสพึมพำ
เฮเยสทราบดีว่าความขัดแย้งเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะจัดการได้
"แต่....หากว่า...ท่านสันตะปาปาส่งมือสังหารมาลงมืออูเธอร์....แบบนั้นข้าควรทำเช่นไร?..." เฮเยสอดคิดไปถึงผลกระทบของข่าวครั้งนี้เสียไม่ได้
เขาเลือกที่จะเป็นพาลาดินตั้งแต่วัยเยาว์ ตอนนี้ กระทั่งเหล่าสหายต่างก็พากันอิจฉา การเป็นพาลาดินนั้นถือเป็นเกียรติอย่างสูงสุด พาลาดินกระทั่งยังมีเกียรติและศักดิ์ศรีเสียยิ่งกว่าผู้ใช้มนตรา เช่นนั้นเขาจะนำข่าวเรื่องนี้ไปบอกต่อชายหนุ่มผู้หยิ่งทะนงนั้น
เขาและผู้ติดตามจะกลับไปประโคมข่าวการกลับมาของอูเธอร์อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อความคิดของเขาสงบลง เขาก็จดจำได้ถึงคำสัตย์ที่เคยปฏิญาณต่อหน้ารูปปั้นของอูเธอร์
"ท่านอูเธอร์จะหวนคืน! ทั้งชีวิตของข้าปวารนารับใช้ท่าน!"
เขาพลันนึกถึงเมื่อครั้งถูกเลือกเป็นพาลาดิน เด็กหนุ่มรอบกายต่างมองไปยังรูปปั้นของอูเธอร์ด้วยความเทิดทูนและจงรักภักดีอย่างที่สุด
แต่แม่น้ำแห่งกาลเวลาก็ไหลผ่าน พวกเขาเติบโตขึ้นแล้ว พวกเขาไม่เชื่อถือเรื่องราวปรัมปราอีกต่อไป...การหวนคืนของอูเธอร์ก็ไม่ต่างอะไรจากนิทานกล่อมเด็ก
เฮเยสไม่คล้ายเป็นตัวของตัวเอง หากแต่คล้ายซากศพเดินได้ตอนที่กลับมายังกระโจมของโรเบิร์ต นี่ราวกับว่าร่างกายของเขายังคงอยู่ หากแต่วิญญาณกลับหลุดลอยออกไปที่ใดก็ไม่อาจทราบ
"เฮเยส! ไฉนท่านกลับมาเร็วนัก? เจ้าได้พบกับอูเธอร์ที่ศาสนจักรของเจ้าเทิดทูนบูชานักหรือไม่?" โรเบิร์ตประหลาดที่เห็นเฮเยสกลับมาเร็วเช่นนี้ เขาคิดว่าเฮเยสสมควรจะใช้เวลามากกว่านี้
เฮเยสขมวดคิ้ว "เป็นตัวปลอม! ช่างไร้สาระนักที่คิดว่าท่านอูเธอร์จะหวนคืนมาในดินแดนที่พระเจ้าทรงทอดทิ้งแห่งนี้แทนที่จะเป็นศาสนจักร!"
โรเบิร์ตหัวเราะเมื่อได้ยินคำตอบของเฮเยส "ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น...อันที่จริงข้าเองก็คิดจะสร้างวีรบุรุษแห่งเผ่าพันธุ์ออร์คขึ้นเช่นกัน แต่เจ้าพวกโง่นั่นกลับปฏิเสธ พวกมันบอกว่านั่นเป็นการดูหมิ่นวีรบุรุษและเทพของพวกมัน ก็ไม่แปลกใจล่ะนะที่พวกมันกำลังตกอยู่ในวิกฤติแห่งการสิ้นพันธุ์ เทพงั้นหรือ? ใครจะสนกัน อำนาจ! อำนาจเท่านั้นที่เป็นตัวชี้วัด! แม้แต่เทพก็เป็นได้หากว่ามีอำนาจ!"
เฮเยสกล่าวตอบอย่างเย็นชา "เจ้าไม่ทราบเกี่ยวกับพลังแห่งศรัทธา"
"ศรัทธางั้นหรือ? ศรัทธาใช่กินได้หรือไม่? มันใช่เติมเต็มกระเพาะของเจ้าได้หรือไม่? ความศรัทธาสามารถแลกเปลี่ยนเงินทองกับเทพงั้นหรือ? ต้องอำนาจสิ! มันจึงเป็นสิ่งที่จริงแท้! อย่าได้นำหลักคำสอนที่ไม่อาจพิสูนจ์ได้มาใช้ ข้าทราบเรื่องราวของศาสนจักรดีกว่าผู้ใด...พวกเจ้าทั้งหมดก็เพียงอ้างนามของอูเธอร์เพื่อยกระดับตัวเอง! ศรัทธาในแสงสว่างและจิตวิญญาณแห่งอัศวิน....ไร้สาระ! หากอูเธอร์ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกเราแล้วจะเกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ? ข้าจะตบหน้าไอ้บัดซบนั่นเอง!" โรเบิร์ตเย้ยหยันต่อคำพูดของเฮเยส
เฮเยสลุกพรวดจากเก้าอี้และตะโกนออกมาด้วยโทสะ "โรเบิร์ต! เจ้าสามารถด่าทอศาสนจักร แต่ไม่อาจดูหมิ่นท่านอูเธอร์! ข้าจะชโลมที่แห่งนี้ด้วยโลหิตของเจ้า หากเจ้ายังกล้าเอ่ยวาจาสามหาวเช่นนั้นอีก! เจ้าจะได้รับทราบ!"
เฮเยสรู้สึกประหลาดใจกับการตอบโต้ของตัวเขาเองเนื่องเพราะคำพูดหยามเหยียดของโรเบิร์ต ทำไมตัวเขาจึงตอบโต้ออกไปเองเมื่อได้ยินคำว่าร้ายต่ออูเธอร์?
เขาทราบว่าทางศาสนจักรได้จัดเตรียมหุ่นเชิดที่จะเผยต่อสาธารณชนในฐานะอูเธอร์เอาไว้แล้ว
เกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่?
คำพูดของอูเธอร์ยังคงดังก้องติดอยู่ในหูของเขา 'มีกลิ่นอายแห่งแสงอยู่บ้าง แต่พวกเขายังไม่ใช่พาลาดิน พาลาดินจะต้องยึดถือและปฏิบัติตามบัญญัติที่ว่าด้วย เกียรติ จรรยาบรรณ ความอ่อนน้อม ความเพียร ซื่อสัตย์ มุ่งมั่นและศรัทธา ซึ่งข้าไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ในตัวพวกเขาเลย นี่คล้ายกับพวกเขามีร่างกายของพาลาดิน หากแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งพาลาดิน ดังนั้นพวกเขาจึงล้มเหลว'
พวกเขาได้รับการสั่งสอนเรื่องเกียรติ จรรยาบรรณ ความอ่อนน้อม ความเพียร ซื่อสัตย์ มุ่งมั่นและศรัทธามาตั้งแต่เด็ก...อย่างไรก็ตาม ความเชื่อของพวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น และเข้าใจเรื่องราวภายในของศาสนจักร มันทำให้พวกเขายิ่งไกลห่างออกจากบัญญัติที่พวกเขาต้องยึดถือ
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคำสอนเหล่านั้นจะถูกใส่กลับเข้าจิตใจและจิตวิญญาณของเขา เมื่อเขาได้ยินคำพูดของอูเธอร์
โรเบิร์ตตกใจกับปฏิกริยาที่รุนแรงของเฮเยส นี่ไม่อยู่ในความคาดหมายของเขา ตระกูลเคเนดี้ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับศาสนจักรมากนักเพราะพวกเขาทราบว่าศาสนจักรยังสกปรกยิ่งกว่าขุมกำลังหรือตระกูลเก่าแก่อื่นๆเสียอีก หลักคำสอนของศาสนจักรนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ปกปิดความโสมม
อันที่จริง โรเบิร์ตคิดว่าเฮเยสเองก็ไม่ได้ต่างไปจากพาลาดินคนอื่นๆเพราะเฮเยสเองก็มีความโลภ นี่จึงเป็นเหตุผลที่โรเบิร์ตรู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่รุนแรงของเฮเยส
โรเบิร์ตยังคงเชื่อว่ามันเป็นเพียงการเสแสร้งแกล้งแสดง ทำไมพวกพาลาดินถึงไม่ยอมให้ดูหมิ่นบุรุษที่พวกเขา "เทิดทูนบูชา" น่ะหรือ? นั่นก็เพราะพวกเขากลัวเสียหน้า...พวกเขาย่อมต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของอูเธอร์ไว้ใช่หรือไม่?
ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้คิดจะพูดคุยเรื่องนี้อีก เขารู้ว่าศานจักรไม่ใช่ขุมกำลังที่สามารถตอแยได้โดยง่าย เขาไม่ได้เกรงกลัว หากแต่เขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นศัตรูกับอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้โรเบิร์ตยังต้องการความช่วยเหลือจากคนเหล่านี้ในการรับมือพวกอันเดด....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved