ตอนที่ 314

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ไม่ได้สั่งให้ไล่ล่ากองทัพตระกูลเคเนดี้ต่อเมื่อเห็นพวกมันถอนตัว อีกฝ่ายมีผู้ใช้มนตราระดับสูงอยู่มาก หอธนูเหล่านี้สามารถสร้างความกดดันให้กับตระกูลเคเนดี้ได้ดีและกระทั่งสังหารผู้ใช้มนตราระดับสูงไปหลายคน ในวันนี้มันก็เพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตามสถานการ์อาจเปลี่ยนไปหากเซียวอวี๋เลือกไล่ล่า เขาทราบว่าคงเกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงและคงต้องสูญเสียอีกไม่น้อย

นอกจากนี้พวกมันยังมีหุ่นกลที่เกือบจะไร้พ่ายถูกทิ้งเอาไว้ภายในสนามรบอยู่อีก หุ่นกลพวกนี้แทบจะกลายเป็นไร้ประโยชน์เมื่อได้เจอกับพวกกริฟฟ่อน กระนั้นสถานการณ์จะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงหากวันนี้มีหุ่นกลเข้าร่วมสองร้อยตัว

ใบหน้าของเซียวอวี๋เปลี่ยนเป็นน่าเกลียด โรเบิร์ตเองก็เช่นกัน เดิมทีโรเบิร์ตคิดจะใช้หุ่นกล พวกออร์ค ผู้ใช้มนตราและผู้ฝึกยุทธ์บุกเข้าไปในฐานทัพ ทว่าลูกธนูที่ยิงออกมาจากหอธนูมีความหนาแน่นและถนัดถี่เกินไปเขาได้เลือกใช้คัมภีร์เวทเพื่อปูทางและถล่มหอธนูไปหลายหอ แม้กระนั้นเขาก็ยังต้องสูญเสียผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่ไปไม่น้อยในศึกครั้งนี้

ไม่ว่าจะสำหรับดินแดนใดๆ ผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่ก็ยังถือว่าเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่ ดังนั้นี่จึงนับเป็นการสูญเสียอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหลายคนถูกกลืนหายไปในสนามรบ แน่นอนว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สี่หรือห้าย่อมไม่ใช่หัวผักกาดที่สามารถเด็ดดึงไปได้โดยง่าย...อีกฝ่ายมีกองกำลังแปลกประหลาดมากมายจนกองทัพของเขายากที่จะระวังป้องกัน โรเบิร์ตเคยยึดครองดินแดนหรือรัฐขนาดใหญ่ด้วยกองกำลังขุมนี้มาแล้ว หากแต่เขาก็ไม่เคยตรึงมือเท่าการรบกับเซียวอวี๋มาก่อน....

.................................

.................................

"เซียวอวี๋ผู้นี้มันเป็นใครกัน? ไฉนมันจึงมีกองกำลังประหลาดมากมายเช่นนี้?" สีหน้าของโรเบิร์ตยิ่งมายิ่งมืดครึ้ม กระนั้นกลับไม่มีแม้สักคนที่กล้าตอบคำถามของเขา เหล่าลูกน้องที่อยุ่โดยรอบต่างไม่กล้าหายใจโดยแรง พวกมันต่างทราบกันดีว่าผู้ที่ทำให้นายน้อยผู้นี้มีโทสะจะต้องตาย

"พวกเราต้องทำอย่างไรต่อไป? ซาเน่ บอกความคิดของเจ้ามา" โรเบิร์ตเดือดดาลขึ้นมาเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากตอบวาจา เขาจึงหันไปสั่งให้ผู้บัญชาการรบที่แท้จริงเสนอความคิด

"นายน้อยไม่ต้องกังวล พวกเรายังคงมีความได้เปรียบด้านจำนวนอยู่ ดังนั้นแม้พวกเราลอบโจมตีไม่ประสบผล....พวกเราก็ยังสามารถใช้กลยุทธ์โหมกระหน่ำต่อพวกมัน...." ซาเน่ก้าวออกมาข้างหน้าก่อนตอบคำ อันที่จริงเขามีความคิดที่แตกต่างออกไป แต่เขาก็ไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาต่อหน้านายน้อยเจ้าอารมณ์ผู้นี้ เขาตระหนักดีว่าความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลวที่ใหญ่ที่สุดของนายน้อย

"สมควรทำเยี่ยงไรดี?" จิตใจของโรเบิร์ตกลายเป็นสับสนยุ่งเหยิงเมื่อได้พบกับความพ่ายแพ้ เขาเคยทำสงครามมาแล้วหลายครั้ง กระนั้นเขาก็เพียงแค่ใช้กองทัพที่เหนือกว่าเข้าบดขยี้การป้องกันของศัตรูจนสิ้น เขาสามารถมีชัยได้โดยไม่ต้องใช้กลยุทธ์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้มาก่อน ความคิดของเขาวุ่นวายสับสนคล้ายกับว่า 'แผนการ' ที่วางเอาไว้ได้สร้างความผิดหวังให้กับเขา เขารู้สึกอึดอัดยิ่ง เขามีกองทัพที่เข้มแข็งอยู่ในมือ หากแต่ก็ยังไม่อาจทำอย่างไรกับฝ่ายตรงข้ามได้

เขาเกลียดชังพวกกริฟฟ่อนอย่างมากเพราะพวกมันทำให้หุ่นกลกลายเป็นพิกลพิการจนแทบจะไร้ประโยชน์ไป มิเช่นนั้นศึกครั้งนี้เขาคงได้รับชัยชนะไปเนิ่นนานแล้ว

"เพียงเข่นฆ่า..." แววตาของซาเน่ส่องประกายขึ้น เขาทราบว่าเมืองไลอ้อนไม่ได้มีกำพลมากมายอะไร ทหารส่วนใหญ่ก็เป็นเพียงทหารเกณฑ์ใหม่ พวกมันยังขาดประสบการณ์อีกมาก ดังนั้นอีกฝ่ายจะเสียขวัญกำลังใจและเหนื่อยล้าหากพวกเขาโหมโจมตีไม่หยุดยั้ง หากใช้วิธีการนี้อย่างต่อเนื่อง เช่นนั้นการจะได้ครองเมืองไลอ้อนก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

โรเบิร์ตเงียบไปครู่หนึ่ง "พวกเราจะเริ่มบุกอีกครั้งในวันพรุ่งนี้..." หลังจากนั้นโรเบิร์ตก็กลับไปที่กระโจมของเขา มีสาวงานหลายนางกำลังรอคอยเขาอยู่ หลังจากนั้นเขาจึงได้เริ่มระบายโทสะที่อัดอั้นอยู่ในใจกับพวกนาง

ซาเน่เริ่มแจกแจงหน้าที่ให้กับเหล่าแม่ทัพนายกองเพื่อเตรียมการโจมตีในวันพรุ่ง

..................................

..................................

เซียวอวี๋สั่งให้ชาวบ้านและคนงานช่วยกันซ่อมแซมหอธนู เขาจะต้องทำให้แน่ใจว่าตระกุลเคเนดี้จะไม่กล้าเข้าโจมตีที่นี่อีก หลังจากสั่งการเสร็จสิ้นเขาก็เดินทางกลับไปยังเมืองไลอ้อน เขาเองก็ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายคงเลือกที่จะใช้กำลังที่เหนือกว่าเข้าสะกดข่ม....กองทัพของตระกูลเคเนดี้นั้นแตกต่างจากกองทัพของโซโลมอนหรือกองทัพของสุบารุ เซียวอวี๋ที่นึกขึ้นได้จึงเปิดหน้าต่างค่าผลงานขึ้นมาดู

"ขาดแต้มอีกไม่มากแล้ว....ข้าจะอัพเกรดฐานทัพอันเดดและใช้พวกมันพลีชีพ...ถึงตอนนั้นพวกมันคงไม่กล้าแม้แต่จะหลับตานอน...." ประกายเย็นชาวูบผ่านแววตาของเซียวอวี๋ขณะที่พึมพำออกมา

ต้องใช้ทรัพยากรมากมายในการฝึกกองทหารชั้นยอดขึ้นมา และนั่นยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองปี เซียวอวี๋ใช้การอัญเชิญนักรบจากฐานทัพ ดังนั้นเขาจึงรวบรวมกองทัพได้โดยเร็ว ตอนนี้เขาไม่ได้ขาดแคลนเงินทองอีกแล้ว ตอนนี้นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาก็คือนักรบของฐานทัพอันเดด เซียวอวี๋นั้นคุ้นเคยและรู้สึกสนิทใจกับกองทัพอื่นๆ เขาอาจจะรู้สึกแย่หากต้องสูญเสียพวกออร์ค มนุษย์หรือเอลฟ์ไป แต่นั่นไม่ใช่กับพวกอันเดด....

.......................

.......................

เสียงลั่นกลองรบดังขึ้นเมื่อดวงตะวันเริ่มฉายแสง สงครามกำลังะเริ่มขึ้นในอีกไม่ช้า เซียวอวี๋ยืนอยู่บนกำแพงเมืองขณะทอดมองไปยัง เครื่องบาริสต้าหนัก ออร์คเผ่าแบล็คร็อค และเครื่องมือตีเมืองอื่นๆ เขารู้ว่าวันนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการรบที่นองเลือดได้แล้ว

เซียวอวี๋หันกลับมามองใบหน้าของเหล่าทหารใหม่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขายิ้มก่อนจะก้าวเท้าเดินไปหาพวกเขาเพื่อมอบบัฟ พวกทหารพลันรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจเมื่อได้เห็นลอร์ดของพวกเขายิ้มและมอบบัฟให้กับพวกเขา ตอนนี้พวกเขาเริ่มความกล้าเริ่มเอ่อล้นออกมาแล้ว

กองทัพศัตรูเริ่มเคลื่อนทัพมาทางเมืองไลอ้อน เหล่าทหารจากรัฐเว่ยยังไม่รู้เหตุผลที่พวกเขาต้องเขาร่วมในสงครามนี้เสียด้วยซ้ำ ทั้งหมดที่พวกเขารู้ก็คือมันเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ความจริงแล้วทหารเหล่านี้น่าสงสารยิ่งกว่าเหล่าทหารใหม่ของเมืองไลอ้อนเสียอีก ทหารของเมืองไลอ้อนเข้าร่วมการรบเพื่อปกป้องมาตุภูมิ ทว่าเหล่าทหารของรัฐเว่ยทำได้เพียงถูกบังคับบงการจากตระกูลที่ทรงอำนาจ

ฆ่ามัน~

ซูฉือตะโกนออกมาขณะที่เหล่าทหารเริ่มบุกไปทางเมืองไลอ้อน การร้องตะโกนเช่นนี้นั้นมีความหมายว่าพวกเขาไม่มีทางให้ถอยแล้ว ทางเลือกเดียวก็คือการมุ่งไปข้างหน้า สำหรับโลกนี้แล้ว ทหารทั่วไปก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเม็ดฝุ่นในสายตาของผู้มีอำนาจ...กระนั้นทหารเหล่านี้ก็ยังสร้างขึ้นจากเลือดเนื้อ พวกเขามีความรู้สึก รัก ชอบ โกรธ หลงเช่นกัน....

ฆ่ามัน~