ตอนที่ 135

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เกิดการสูญเสียอย่างสาหัสขึ้นกับพวกโจรทันทีเพราะถูกโจมตีอย่างฉับพลัน นอกจากนี้พวกโจรกำลังอยู่ในสภาวะถาโถมซึ่งไม่สามารถหลบหลีกได้ เซียวอวี๋ได้จัดให้นักรบออร์คและออร์คเป็นแนวป้องกันแรก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกโจรจะสามารถยึดพื้นที่บนกำแพง หลังจากเผชิญการสูญเสียอย่างหนัก พวกโจรก็ถูกบีบให้ต้องถอยทัพกลับไป

คาร์นแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ร่างที่ใหญ่โตของเขาได้สร้างความหวาดกลัวต่อพวกโจรอย่างมาก การกวัดแกว่งขวานยักษ์เพียงหนึ่งครั้งนั้นสามารถสังหารพวกโจรได้หลายคน หลังจากสงครามจบลง คาร์นเลื่อนเป็นระดับที่ 5 สนามรบขนาดใหญ่มีผลต่อการเลื่อนระดับอย่างมาก ไม่เหมือนกับที่เซียวอวี๋ออกโจมตีค่ายโจรแต่ละแห่ง ในครั้งนั้นมีโจรเพียงไม่กี่ร้อยคนอยู่ภายในค่าย ทว่าครั้งนี้มีโจรอยู่หลายหมื่นคน

เซียวอวี๋เพิ่มแต้มทักษะไปที่คลื่นปฐพีจนมีระดับสูงสุดและอีกทักษะคือกระทืบปฐพี ทั้งสองทักษะนี้จะมีส่วนช่วยต่อสงครามขนาดใหญ่เช่นนี้ได้มาก

แม้ว่าสุบารุจะสั่งถอยทัพกลับไป แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกตกใจมากนัก เป้าหมายของเขาก็คือการตัดกำลังกลุ่มโจรที่ต่อต้านเขา ที่เขาไม่สามารถลงมืออย่างเปิดเผยได้

สุบารุเริ่มมอบค่าชดเชยให้กับหัวหน้าโจรที่สูญเสียสมุนบริวารไป ยอดเงินที่จ่ายออกไปนับสิบล้านเหรียญทองถึงกับทำให้กับเหล่าหัวหน้าโจรตาพร่ามัว เลือดในกายของพวกเขาเดือดพล่านขึ้นมาทันทีที่ได้เห็นประกายแงสสีทองอันมหาศาล พวกเขาเริ่มมีความคิดที่จะดึงกำลังส่วนที่เหลือมาร่วมในสงครามครั้งนี้ด้วย พวกเขาเชื่อว่าต่อให้สูญเสียกำลังคนไปตอนนี้ก็ยังไม่เป็นปัญหา ในอนาคตพวกมันจะยังสามารถรับตัวสมุนโจรได้อีก ทว่าพวกมันกลับลืมเลือนข้อเท็จจริงไปว่า เมื่อกำลังคนของพวกมันล้มตายลงจำนวนมาก พวกมันก็จะไม่หลงเหลือความสามารถในการปกป้องทรัพย์สินของตน

เหล่าโจรที่สามารถตัดหัวศัตรูมาได้ต่างได้รับเงินรางวัลก้อนโต สุบารุทราบดีว่าเขาคงไม่อาจยึดครองเมืองไลอ้อนได้ แต่เขาก็ยังจะต้องสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุดจนกว่าเขาจะสามารถดูดกลืนกลุ่มโจรอื่นๆได้สำเร็จ เขาเตรียมพร้อมที่จะเห็นอัตราสูญเสียหนึ่งต่อห้าตราบใดที่พวกโจรสามารถสังหารทหารของเมืองไลอ้อนได้ ดังนั้นสำหรับทุกคนที่สามารถตัดศีรษะทหารของเมืองไลอ้อนมาจะได้รับการปฏิบัติราวกับเป็นวีรบุรุษจากสุบารุ

ค่าชดเชยและรางวัลได้ปลุกกระตุ้นทั้งเหล่าสมุนโจรและหัวหน้าโจรขึ้นมา พวกมันต่างกระเหี้ยนกระหือรือที่จะโจมตีเมืองไลอ้อนอีกครั้งในวันพรุ่ง

สุบารุเรียกทั้งหมดมาหารือกันเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะใช้ เขาบอกกับเหล่าหัวหน้าโจรว่าเมืองไลอ้อนนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก หากว่ากลยุทธ์คลื่นฝูงชนไม่อาจยึดเมืองมาได้ เช่นนั้นพวกเขาก็ต้องตัดกำลังของเมืองไลอ้อน

เขาเสนอให้เหล่าหัวหน้าโจรแต่ละกลุ่มผลัดกันโจมตีทั้งกลางวันและกลางคืนโดยไม่มีเวลาหยุดพัก เขากล่าวว่านี่ก็เพื่อไม่ให้เมืองไลอ้อนได้มีโอกาศพักผ่อนเอาแรง เขากล่าวว่ากองโจรจะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นออหากว่ากองทัพของเมืองไลอ้อนหมดสิ้นเรี่ยวแรง

บรรดาหัวหน้าโจรต่างได้เห็นแล้วว่าทหารของเมืองไลอ้อนต่างมีอาวุธและชุดเกราะชั้นยอด ทว่าความคิดของสุบารุก็ถูกต้องเช่นกัน การโจมตีทั้งกลางวันและกลางคืนจะทำให้ทหารของเมืองไลอ้อนเหนื่อยล้าจนหมดแรง ไม่ช้าก็เร็วการป้องกันก็จะอ่อนกำลังลง ฝ่ายพันธมิตรกองโจรยังคงสามารถใช้ประโยชน์เอาด้านจำนวนเข้าว่าได้

สุบารุจัดแบ่งกองกำลังและมอบหมายให้เริ่มโจมตีในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้

กลยุทธ์ของสุบารุนั้นดีทีเดียว เขากำลังใช้จุดเด่นด้านจำนวนคนของฝ่ายตนออกมา

อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ยังคงมองแผนการร้ายที่ซ่อนเอาไว้เบื้องหลังออก เขาทราบว่าสุบารุกำลังพยายามที่จะตัดกำลังคนของฝ่ายพันธมิตร

ด้วยหตุนี้เขาจึงจัดแบ่งกำลังออกเป็นหลายกลุ่มด้วยเช่นกัน เซียวอวี๋เชื่อว่านี่เป็นกลยุทธ์ที่ดี ให้บางส่วนไปพักผ่อนในขณะที่บางส่วนอยู่ต่อสู้ เขาทราบดีว่า ต่อให้พวกออร์คจะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มากเพียงใด แต่พวกมันก็ยังไม่อาจสู้ติดต่อกันหลายวันได้

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังคงมอบหมายหน้าที่ในการสังหารหลักให้กับหน่วยโจมตีระยะไกล

โชคดีที่ตอนนี้เขามีเครื่องยิงทำลายถึง 40 เครื่องแล้ว

เซียวอวี๋เห็นว่าการโจมตียังคงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด ดังนั้นเขาจึงตะโกนออกไป "เปิดประตูเมือง!"

เขาพยายามจะหันเหความสนใจของพวกโจรให้มุ่งมาที่ประตูเมืองเพื่อคลายความกดดันให้กับส่วนกำแพงเมือง ประตูเมืองนี้ค่อนข้างคับแคบอยู่บ้าง ดังนั้นการตั้งรับในที่นี่จะสะดวกง่ายดายกว่ามาก

"ประตูเมืองแตกแล้ว! ประตูเมืองแตกแล้ว!" พวกโจรต่างส่งเสียงตะโกนกันวุ่นวายเมื่อได้เห็นว่าประตูถูกเปิดออกแล้ว พวกมันเชื่อว่าโอกาศทองมาถึงแล้ว ดังนั้นโจรส่วนใหย่จึงเบนเป้าไปยังประตูเมืองแทน

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้พวกโจรไม่ได้เผชิญกับเคื่องยิงจู่โจม หากแต่เป็นต้นไม้ขนาดใหญ่สองต้นแทน พวกโจรรู้สึกงงงวยเนื่องเพราะไม่อาจจินตนาการได้ว่าเหตุใดถึงมีต้นไม้ขนาดใหญ่เช่นนี้อยู่ใกล้ประตูเมือง อย่างไรก็ตาม วินาทีถัดมาต้นไม้ขนาดใหญ่ทั้งสองต้นก็เริ่มคว้าก้อนหินยักษ์ขึ้นมาขว้างใส่พวกโจร

"นี่มันเรื่องบัดซบอันใดกัน?" พวกโจรตะโกนออกมาหากแต่ก็ไม่ถอยหนี แม้ว่าต้นไม้ทั้งสองจะดูท่าทางแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ได้ดูน่าหวาดหวั่นในสายตาของพวกโจร

ผู้พิทักษ์พงแห่งไพร! ซึ่งความจริงแล้ว เซียวอวี๋ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆในการสร้างต้นไม้เหล่านี้ การป้องกันของผู้พิทักษ์พงแห่งไพรนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก ทว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันกลับเชื่องช้า นั่นคือเหตุผลที่พวกมันยังไม่มีบทบาทใดๆจนถึงตอนนี้

เซียวอวี๋ไม่มีเงินมากนัก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สร้างผู้พิทักษ์แห่งพงไพรมา แต่หลังจากที่ได้รับเงินมาแปดล้านเหรียญทองแล้ว เขาก็สร้างพวกมันออกมา 5 ตน

ผู้พิทักษ์แห่งพงไพรแต่ละตนนั้นมีราคาอยู่ที่ห้าแสนเหรียญทอง ดังนั้นทั้ง 5 ตนจึงเป็นเงินถึง 2,500,000 เหรียญทอง ซึ่งเซียวอวี๋แทบจะใช้เงินก้อนนี้จนเกือบจะหมด เห็นทีเขาจะต้องออกปล้นหรือขายของที่มีอยู่ออกไปบ้างแล้ว

ไม่มีสงครามขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลังจากครั้งของแคร์รี่ ดังนั้นเซียวอวี๋จึงให้พวกมันอยู่ที่ฐานทัพเอลฟ์ หากว่าเหล่านักผจญภัยต้องการจะลักพาตัวชาวเอลฟ์ พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับเหล่าผู้พิทักษ์แห่งพงไพร

ทว่าในคราวนี้ถึงเวลาพวกมันออกโรงแล้ว เขาต้องการใช้พวกมันในการป้องกันเมือง

ต้นไม้เพียงสองต้นก็เพียงพอที่จะสกัดศัตรูอยู่ที่ประตูเมืองโดยสมบูรณ์แล้ว แม้ว่าจะมีช่องว่างเกิดขึ้น แต่พวกออร์คก็จะรับผิดชอบพวกโจรที่สามารถเล็ดรอดผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องจู่โจมตั้งอยู่ที่ด้านหลังของผู้พิทักษ์แห่งพงไพร พวกมันจะถูกยิงออกมาเป็นครั้งคราว

เซียวอวี๋ไม่ได้ใช้เหล่าผู้พิทักษ์แห่งพงไพรในช่วงต้นของสงครามก็เพราะว่าเขาต้องการจะเก็บไพ่ลับเอาไว้บ้าง การเผยไพ่ในมืออย่างถูกจังหวะเวลาจะสามารถสรา้งความพลิกผันได้

ยกตัวอย่างเช่น เหล่าทหารใหม่ที่รู้สึกจิตใจเหนื่อยล้าหลังต้องผ่านการรบมาตลอดหลายวัน การเปิดเผยกองหนุนที่แข็งแกร่งออกมาจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจให้กับไพร่พล เหล่าทหารใหม่ยังไม่ได้มีจิตใจที่แน่วแน่ พวกเขารู้สึกย่ำแย่หลังจากรับการโจมตีมาตลอดหลายวัน การปรากฏตัวของทัพเสริมที่แข็งแกร่งเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูความคิดต่อสู้ของพวกเขาขึ้นอย่างมาก

ราคาของผู้พิทักษ์แห่งพงไพรนั้นเกือบจะเทียบได้กับพวกออร์คทั้งกลุ่ม ทว่าพวกมันจะมีส่วนช่วยในการป้องกันอย่างมาก ร่างกายที่ใหญ่โตทำให้อาวุธขนาดเล็กไม่อาจสร้างความระคายผิวของต่อพวกมัน อย่างมากที่สุดก็มีเพียงกิ่งไม้เล็กเท่านั้นที่ถูกตัดไป แต่นั่นก็แค่ต้องใช้เวลาไม่กี่วันเพื่อรอให้มันงอกออกมาใหม่

ส่วนลำต้นของพวกมันอาจถูกตัดออกไปได้หากถูกเครื่องจู่โจมยิงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง....ทว่าพวกโจรไม่มีอาวุธเช่นนั้น!

ผู้พิทักษ์แห่งพงไพรสองตนปิดกั้นประตูเมือง ในขณะที่อีกสามตนนั้นป้องกันอยู่ที่กำแพงเมือง

พวกมันเพียงแค่ต้องกวาดมืออกไปโดยที่พวกโจรไม่อาจต้านทานการโจมตีได้เลย ด้วยวิธีการนี้ เซียวอวี๋จะสามารถป้องกันกำแพงเมืองเอาไว้โดยใช้เพียงกองทหารขนาดเล็ก ในขณะที่ไพร่พลส่วนที่เหลือต่างกลับไปพักผ่อน

สุบารุหรี่ตาลงขณะมองไปที่ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร "เซียวอวี๋เป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมีนักรบในสังกัดมากมายถึงเพียงนี้? ออร์ค เอลฟ์ คนแคระ.....หากว่าข้าสามารถช่วงชิงกองกำลังเหล่านี้มาได้ล่ะก็ เช่นนั้นข้าจะไม่ตั้งเป้าไว้ที่เพียงแดนตะวันตกเฉียงเหนือนี้ หากแต่เป็นโลกทั้งใบ!"