ตอนที่ 303

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋มีเชลยอยู่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สมบัติที่นำกลับไปยังดินแดนไลอ้อน ดังนั้นขบวนรถของเขาจึงเดินทางได้ล่ากว่าปกติ เซียวอวี๋ไม่หยุดพักเลยตลอดการเดินทางเขาส่งฮิฟโปกริฟออกไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ นอกจากนี้เขายังได้ส่งฮิฟโปกริฟออกไปอีกสองกลุ่มเพื่อสอดส่องสถานการณ์ของเมืองไลอ้อน สุดท้ายพวกเขาก็กลับถึงเมือง

ในเวลาเดียวกันข้อมูลชิ้นใหม่ของตำแหน่งกองทัพตระกูลเคเนดี้ก็ถูกส่งมา ตอนนี้พวกมันอยู่ห่างจากเมืองไลอ้อนเพียงร้อยไมล์เท่านั้น

"โชคดีที่มาทันเวลา" เซียวอวี๋ปาดเช็ดเหงื่อตามใบหน้า ทุกคนเดินเข้าเมือง ขณะที่เซียวอวี๋มุ่งหน้าไปสั่งการให้เตรียมการป้องกัน

เซียวอวี๋ไม่ได้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านรอบนอกเข้ามารวมตัวภายในเมืองดังเช่นนั้นครั้งที่ทำสงครามกับสุบารุ เซียวอวี๋ไม่ต้องการดึงพวกเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

เมื่อครั้งกองทัพของสุบารุ พวกมันอาจจะลงมือต่อชาวบ้าน หากแต่กองทัพของตระกูลเคเนดี้นั้นจะไม่โจมตีประชาชน จะเกิดการต่อต้านขึ้นทั้งทวีปหากว่าพวกมันกระทำเรื่องที่โหดร้ายเช่นนั้น ศัตรูของตระกูลเคเนดี้จะไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอยไป และเป็นไปได้มากว่าผู้ที่เคลื่อนไหวคนแรกจะเป็นนิโคลัสแห่งตระกูลเอิร์ล

เซียวอวี๋มั่นใจอย่างยิ่งว่านิโคลัสกำลังซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งใกล้กับเมืองไลอ้อนเพื่อรอโอกาส

เซียวอวี๋ได้สอบถามสถานการณ์โดยรอบจากมู่หลี่

มู่หลี่รายงานว่า "ไม่ค่อยมีเหตุกาณ์เกิดขึ้นมากนัก...มีเพียงหมู่บ้านไม่กี่แห่งที่ถูกพวกอันเดดบุกโจมตี....ที่นั่นมีคนบาดเจ็บไม่น้อย...ข้าได้นำกำลังไปต่อสู้กับพวกมันแต่ก็ไม่อาจจับตัวพวกมันมาได้"

เซียวอวี๋แสร้งเป็นตกใจเมื่อได้ยินรายงานของมู่หลี่ "งั้นหรือ? มีพวกอันเดดเข้ามาภายในดินแดนของข้า? ไอ้พวกซากศพบัดซบ! พวกเรามีทั้งพาลาดินและนักบวชอยู่ที่นี่ พวกมันกลับกล้าที่จะโจมตีดินแดนของข้า? เอาเถอะ...ข้าได้นำเครื่องรางแห่งแสงกลับมาจากจักรวรรดิเมฆา พวกเขาสามารถปัดเป่าวิญญาณชั่วร้ายและขับไล่อันเดดได้ นำมันไปติดไว้หมู่บ้านละหนึ่งอันและพวกอันเดดจะไม่กล้ามาทำร้ายพวกเขาอีก"

"ท่านมีเครื่องรางด้วยงั้นหรือ? นี่ดียิ่ง...ข้าจะส่งคนไปติดตามหมู่บ้านทุกแห่ง" มู่หลี่มีความสุขอย่างมากเมื่อเซียวอวี๋ช่วยแก้ปัญหานี้ให้

ที่เขาไม่รู้ก็คือ สิ่งที่เซียวอวี๋เรียกว่าเครื่องรางนั้นก็คือระเบิดควัน อันที่จริงเซียวอวี๋คิดจะใช้พวกอันเดด แต่เขาก็ต้องหาทางอำพรางพวกมันด้วย เซียวอวี๋จะตกเป็นที่สงสัยทันทีหากว่าพวกอันเดดโจมตีดินแดนข้างเคียงแต่ไม่โจมตีดินแดนของเขา ซึ่งนั่นอาจจะมีผู้หันมาตรวจสอบอย่างละเอียด ดังนั้นเซียวอวี๋จึงให้พวกอันเดดเข้าโจมตีดินแดนของเขาก่อนที่จะเคลื่อนไหวในเรื่องที่ใหญ่โตมากขึ้น เซียวอวี๋จะสามารถโต้เถียงกับผู้อื่นได้ หากบอกว่าพวกอันเดดหยุดโจมตีก็เพราะเครื่องราง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เพราะพวกเรามีเครื่องรางอยู่ ดังนั้นพวกมันจึงไม่เข้าโจมตี....เมื่อพวกเจ้าไม่มีเครื่องราง พวกมันก็จะเข่นฆ่าไปทั่วดินแดนของเจ้า

เซียวอวี๋ทราบความแข็งแกร่งของกองทัพอันเดดจากเกมดี พวกมันจะแข็งแกร่งอย่างมากหากใช้อย่างถูกวิธี พวกอันเดดจะแข็งแกร่งขึ้นในตอนกลางคืน บรรยากาศอันน่ากลัวที่พวกมันสร้างขึ้นในตอนกลางคืนเหมาะสำหรับการโจมตีกองทัพขนาดใหญ่

เซียวอวี๋สั่งให้ลีอามอบเครื่องรางเหล่านั้นให้กับมู่หลี่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว กระทั่งลีอาก็ยังไม่ทราบว่าเครื่องรางเหล่านี้คืออะไร

.................................

.................................

"หุ่นพวกนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?" เซียวอวี๋กล่าวถาม

"ตอนนี้เรายังไม่อาจเปิดพวกมันได้...เราไม่กล้าจะลงมือหนักไปเพราะกลัวจะทำให้มันเสียหาย" มู่หลี่ตกตะลึงอย่างมากเมื่อทราบเรื่องหุ่นกล จะเกิดอะไรขึ้นหากส่งพวกมันสู่สนามรบ? เขาทราบว่าหากเซียวอวี๋ไม่พบกับพวกมันโดยบังเอิญเสียก่อน เมืองไลอ้อนก็คงต้องประสบความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

เซียวอวี๋พยักหน้าและเรียกตัวโฟเรอร์มาวิจัยพวกมัน การวิจัยค่อนข้างจะล่าช้าไปสักหน่อย ขณะที่กองทัพของตระกูลเคเนดี้ได้จ่อประชิดเมืองไลอ้อนแล้ว

ขณะที่เซียวอวี๋กำลังง่วนอยู่กับการจัดกองทัพและเสริมป้อมปราการเพื่อเตรียมการป้องกันก็มีทหารวิ่งเข้ามารายงานต่อเขา "เรียนท่านลอร์ด มีคนที่ด้านนอกบอกว่าต้องการพบกับท่านขอรับ"

"ใคร?" เซียวอวี๋ประหลาดใจเพราะคงไม่มีคนสติดีคนใดมาเยี่ยมเยือนมเมืองของเขาในเวลาเช่นนี้

"เขาชื่อฮิกกิ้นขอรับ....เขาบอกว่าเป็นสหายของอาจารย์อัลม่าขอรับ" ทหารผู้นั้นกล่าวตอบ

"ฮิกกิ้น? อาจารย์นักแปรธาตุฮิกกิ้น?" เซียวอวี๋โพล่งออกมาอย่างตื่นเต้น

อัลม่าได้บอกเอาไว้ว่าจะแนะนำสหายให้ อันที่จริงเซียวอวี๋ก็คิดที่จะเยี่ยมนักเล่นแร่แปรธาตุผู้นี้ แต่นี่กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายได้เดินทางมาหาเขาด้วยตนเอง เซียวอวี๋มีวัตถุดิบชั้นดีมากมายที่ได้มาจากนครใต้พิภพ หากแต่ที่ข้างกายของเขานั้นไม่มีนักแปรธาตุอยู่เลย ดังนั้นวัตถุดิบเหล่านั้นจึงถูกทิ้งให้ฝุ่นจับอยู่ในคลังเก็บของ

กระแสของสงครามจะเปลี่ยนไปทันทีหากนักแปรธาตุผู้นี้สามารถกลั่นแ่นเนโครแมนเซอร์เป็นศรระเบิดได้

"เขาอยู่ใด?" เซียวอวี๋ถามอย่างลิงโลด

"ที่ด้านนอกเมืองขอรับ" ทหารผู้นั้นกล่าวตอบ

เซียวอวี๋รีบใช้วินด์วอร์คพุ่งไปยังประตูเมืองทันที

ฮิกกิ้นนั้นเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุขั้นที่สี่ เขากระทั่งยังมีประโยชน์มากกว่าผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่เสียอีก เซียวอวี๋จะไม่ต้องกังวลกับกองทัพของตระกูลเคเนดี้อีกต่อไปหากสามารถจัดสร้างศรระเบิดได้สำเร็จ

...............................

เมื่อมาถึงประตูเมือง เซียวอวี๋ก็พบว่ามีคนอยู่สามคน หนึ่งในนั้นเป็นชายชราที่สวมชุดคลุมสีเทา อีกสองคนยังอ่อนเยาว์และสวมใส่ชุดคลุมเวทอันหรูหรา

"อา..ท่านคืออาจารย์ฮิกกิ้น?" เซียวอวี๋บีบมือแนบแน่นขณะมองไปยังชายชรา เขาคล้ายกับหมาป่าที่พบเหยื่อ ตอนนี้เขาขาดแคลนผู้ใช้มนตราและนักเล่นแร่แปรธาตุระดับสูงอย่างมาก นี่จึงเขาจึงตื่นเต้นอย่างไม่อาจสะกดข่ม

ชายชรากวาดสายตามองเซียวอวี๋ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า จากนั้นจึงกล่าวว่า "ไปเรียกเจ้านายของเจ้าออกมา" น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและถือดี

"นี่....ข้าคือลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน" เซียวอวี๋ขุ่นเคืองอย่างมากเมื่อได้ยินคำพูดของชายชรา

"เจ้าน่ะหรือ?" ชายชราขมวดคิ้ว เขากวาดสายตามองเซียวอวี๋อีกครั้ง "บิดาของเจ้าเซียวซานเทียนนับว่าวีรบุรุษแห่งยุค...ไฉนเจ้าจึงมีสารรูปเช่นนี้"

เซียวอวี๋เข้าใจว่าชายชรารู้สึกดูถูกเขา เขาได้ออกมาต้อนรับอีกฝ่ายด้วยตนเอง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ใยดีต่อท่าทีอันจริงใจของเขา ทว่าเขาก็ต้องข่มโทสะเอาไว้เพราะทราบว่าชายผู้นี้ก็คือคนที่เขาต้องการตัวที่สุดในตอนนี้ เขากระแอมไอก่อนจะกล่าวว่า "ถูกแล้ว...บิดาของข้าคือเซียวซานเทียน ข้าคือเซียวอวี๋ เหตุผลที่ท่านเดินทางมายังเมืองไลอ้อนครั้งนี้คือ?"

เซียวอวี๋เชื่อว่าอีกฝ่ายคงไม่ถ่อมาเมืองไลอ้อนเพื่อพบกับเขาอย่างแน่นอน มีลอร์ดและผู้ปกครองรัฐมากมายจ่ายอย่างหนักเพื่อเชื้อเชิญให้นักแปรธาตุเช่นนี้ไปเยือนดินแดนของพวกเขา และแน่นอนว่าการมาเมืองไลอ้อนของชายชราผู้นี้จะต้องมีจุดประสงค์แอบแฝง

ใบหน้าของชายชราบิดเบี้ยวขึ้นมาเมื่อได้ยินคำถามของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋กำลังทำให้เขา 'นึกออก' ว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ชายชรากระแอมและกล่าวว่า "อัลม่าบอกว่าเจ้ามีสิ่งที่ข้าต้องการ...ข้ามาเพื่อแลกเปลี่ยนหรือซื้อพวกมัน"

"โอ้? ท่านมาที่นี่เพื่อซื้อหาวัตถุดิบหรือ?...เอาเถอะ โปรดตามข้ามา" เซียวอวี๋ยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะที่เชื้อเชิญอีกฝ่ายเข้าเมืองอย่างสุภาพ

"แต่เจ้ายังไม่ได้ถามว่าข้าต้องการจะซื้อสิ่ง...." ฮิกกิ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นี่คล้ายกับว่าเซียวอวี๋ไม่ได้กำลังเชิญเขาเข้าเมือง หากแต่เป็นประตูนรก กระนั้นเขาก็ยังต้องการวัตถุดิบพิเศษเหล่านั้นสำหรับการทดลองและไม่มีที่ใดในทวีปอีกแล้วที่เขาจะสามารถหาพวกมันพบ

เมื่อตอนที่เขาได้ไปพบกับอัลม่า อีกฝ่ายได้บอกเขาว่าเซียวอวี๋มีวัตถุดิบมากมายที่รวบรวมมาจากนครใต้พิภพ

เมื่อฮิกกิ้นก้าวเข้าไปในเมืองได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงคำรามอันดุร้ายก็ดังกึกก้องผ่านท้องฟ้า

ทุกคนต่างแหงนหน้าขึ้นไปมอง พวกเขาเห็นมังกรสีแดงตัวใหญ่กำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้าของเมืองไลอ้อน พวกเขายิ้มออกมาก่อนจะกลับไปทำงานต่อ

อย่างไรก็ตาม ฮิกกิ้นั้นตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เขารีบหยิบเอาไม้คทาออกมาเพื่อเตรียมร่ายเวท

"ท่านไม่ต้องตกใจไป...นั่นมังกรของข้า" เซียวอวี๋ยกมือขึ้นหยุดฮิกกิ้นเอาไว้

"อะไรนะ? มังกรของเจ้า?" ฮิกกิ้นตกตะลึงอย่างหนัก เขาเริ่มสลายเวทที่กำลังร่ายอยู่ไป เขาคงไม่อาจมายืนจุดนี้ได้หากไม่สามารถควบคุมเวทได้อย่างใจนึก

ลอร์ดผู้นี้มีมังกรด้วย?