ตอนที่ 120

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

มู่หลี่ทำความเข้าใจสถานการณ์ของเมืองไลอ้อนได้ดีขึ้นหลังจากที่เขาได้อาศัยอยู่เพียงไม่กี่วัน เขาอ้าปากค้างกับพัฒนาการที่เติบโตอย่างรวดเร็วของดินแดนแห่งนี้

มู่หลี่ได้ศึกษาชัยชนะและนโยบายต่างๆที่เซียวอวี๋นำมาใช้พัฒนากับดินแดน เขาทราบแล้วว่าอนาคตของเมืองไลอ้อนนั้นยาวไกลไร้ขอบเขต

เมื่อเทียบเปรียบกันแล้ว ลอร์ดของรัฐเว่ย เว่ยเฮ่าไม่ได้กระทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดประโยชน์เลย เขาเอาแต่หาความสำราญเข้าตัว

แต่เซียวอวี๋นั้นดูแลเอาใจใส่ทั้งชาวนาและไพร่พลทหาร มู่หลี่ทราบว่าอีกไม่นานดินแดนแห่งนี้จะต้องขยับขยายขึ้นอีก

เขาทราบว่าหากไม่ยอมขยับขยายดินแดนออกไปและเอาแต่ย่ำอยู่กับที่ เช่นนั้นดินแดนก็จะเริ่มเสื่อมโทรมลงในไม่ช้า

มู่หลี่มุ่งมั่นที่จะทำงานให้กับเซียวอวี๋มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ในฐานะแม่ทัพที่เจนจัดแล้ว เขาทราบดีว่านโยบายที่เซียวอวี๋กำลังดำเนินอยู่นี้มีอำนาจมากเพียงใด มันมากพอที่จะดึงดูดผู้คนนับล้านเข้าสู่ดินแดนไลอ้อนและนั่นจะช่วยเพิ่มจำนวนไพร่พลให้กับดินแดนอีกมาก

มู่หลี่ช่วยไม่ได้ที่จะนับวันรอคอยที่จะเผชิญหน้ากับเว่ยเฮ่า ซู่ฉือและบิดาของเขา

สิ่งแรกที่มู่หลี่กระทำคือลงมือเขียนจดหมายถึงบุตรชายของเขามู่หลิงเพื่ออธิบายสถานการณ์ เขาบอกมู่หลิงว่าอย่าได้กลับไปที่รัฐเว่ยหากแต่ให้มุ่งตรงมาที่เมืองไลอ้อน หลังจากนั้นเขาก็เริ่มจัดสร้างบ้านขึ้นในเมืองไลอ้อน

หลังจากนั้นเขาก็วางแผนจะส่งบุตรีคนเล็กไปยังสถาบันเวทมนตร์

โดยปกติแล้วมันไม่มีสถาบันที่เปิดสอนผู้ใช้มนตราอยู่มากนัก มีเพียงที่ดินแดนของดยุคและสถานที่เฉพาะของเชื้อพระวงศ์เท่านั้นที่เปิดสอน ซึ่งเงื่อนไขในการก่อตั้งสถาบันอัศวินนั้นเรียบง่ายกว่ามาก ด้วยเหตุนี้กระทั่งดินแดนขนาดใหญ่บางแห่งก็ยังมีแค่เพียงสถาบันอัศวิน

สถาบันเวทมนตร์ที่ใกล้ที่สุดตั้งอยู่ในเมืองไชร์ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแกรนดยุคตระกูลแลนแคสเตอร์ มู่หานกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นี่เอง

เซียวอวี๋ได้อนุญาติให้ตระกูลมู่ปลูกสร้างหมู่ตึกได้เป็นกรณีพิเศษ พวกเขามีคนอยู่มาก ดังนั้นจึงต้องก่อสร้างบนพื้นที่ที่สามารถรองรับพวกเขาได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้นั้นความแตกต่างระหว่างเมืองไลอ้อนและเมืองฮุ่ยถูกแสดงออกมาให้เห็น แม้กระทั่งตัวคฤหาสน์ของเซียวอวี๋เองก็ยังเรียบง่ายอย่างมาก ที่พักของเขายังไม่อาจเทียบได้กับที่พักของตระกูลชนชั้นสูงหรือขุนนางต่างๆ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงที่พักของเว่ยเฮ่า

อย่างไรก็ตาม เขากำลังอยู่ช่วงเวลาที่ยุ่งยากและเซียวอวี๋เองก็ไม่ได้มีความคิดที่จะปลูกสร้างอาคารใหญ่โตเช่นนั้น

ถึงกระนั้นมู่หลี่ก็ยังรู้สึกขอบคุณอย่างมาก เขาทราบดีว่าเซียวอวี๋นั้นกังวลในเรื่องนี้จึงอนุญาติให้สามารถปลูกสร้างหมู่ตึกได้เป็นกรณีพิเศษ

หัวหน้าทหารฮุ่ยรู้สึกมีความสุขกับการมาของมู่หลี่เช่นกัน ในที่สุดก็มีผู้ที่จะมาแบ่งเบาภาระของเขาแล้ว

นอกจากนี้ มู่หลี่ยังไม่เป็นภัยคุกคามต่อตำแหน่งของเขา ประการแรกเลย หัวหน้าทหารฮุ่ยนั้นเป็นผู้บัญชาการที่ดี นอกจากนี้เขายังได้ติดตามรับใช้ตระกูลเซียวอย่างซื่อสัตย์มาอย่างยาวนาน เป็นไปไม่ได้ที่มู่หลี่จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเขาได้ในทันที ตัวมู่หลี่เองก็ตระหนักดีว่าตนยังไม่อาจเทียบเปรียบกับหัวหน้าทหารฮุ่ยได้

................................

................................

มู่หานจะมาเล่นกับมังกรน้อยอยู่ทุกวัน ไม่เช่นนั้นนางก็จะไปหาลีอาหรือทิรันด้า นางสนใจพวกออร์คอย่างมาก ดังนั้นนางจะเดินอยู่รอบกายกรอมเพื่อสำรวจดูเขา กรอมขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร

หลังจากนั้นไม่กี่วัน มู่หานก็เดินทางกลับไปยังสถาบัน เซียวอวี๋จึงจัดให้ลีอาและอัศวิน 50 นายคุ้มครองส่งนางถึงสถาบัน นอกจากนั้นเขายังได้ให้เงินมู่หานเอาไว้ใช้ตอนอยู่ที่สถาบันอีกไม่น้อย เขาทราบว่าปราศจากเงินการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่นั้นไม่ง่ายเลย

มู่หานรู้สึกประทับใจในตัวเซียวอวี๋ เขาช่วยชีวิตนางและยังช่วยเหลือบิดาของนางมากมาย

แน่นอนว่าเซียวอวี๋กำลังคิดที่จะเพาะสร้างผู้ใช้มนตราขึ้น เขาทราบว่ามันต้องใช้เงินทองไม่น้อย เว่ยเฮ่าหรือลอร์ดคนอื่นๆสามารถใช้เงินจำนวนมากเพื่อชักจูงผู้ใช้มนตราที่มีระดับไม่ต่ำทรามเข้าร่วมได้ แต่วิสัยทัศน์ของเซียวอวี๋นั้นต่างออกไป เขาวางแผนที่จะเพาะสร้างผู้ใช้มนตราอายุเยาว์

เซียวอวี๋จดจำมาจากอคาเดมี่ฟุตบอลสำหรับเยาวชนจากชีวิตก่อน เขาจะประสบความสำเร็จอย่างมากหากสามารถหล่อหลอมนักฟุตบอลระดับเมสซี่ขึ้นมาได้สักคน!

นอกจากนี้ เซียวอวี๋ยังได้ออกมาส่งมู่หานด้วยตนเอง เขากล่าวว่านางสามารถส่งจดหมายมาบอกเขาได้ทันที่หากมีผู้ใดกล้ารังแกข่มเหงนาง เขาสัญญาว่าจะส่งคนไปช่วยเหลือในทันที มู่หานจึงประจูบลงบนแก้มของเขา

เซียวอวี๋ยืนนิ่งตะลึงอยู่เนิ่นนาน นี่เป็นจูบแรกของเขา เขาเป็นเกมเมอร์ที่เอาแต่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยอยู่กับเกม เวลาครึ่งชีวิตของเขาถูกใช้ไปเกม ยังไม่เคยมีใครมาตกหลุมรักเขาเลย

"ที่เราทำไปก็เพื่อดินแดน" เซียวอวี๋สาบานต่อหน้าพระเจ้าว่าเขาไม่มีความคิดที่จะกลืนกินมู่หานอยู่เลย นอกจากนั้นนางยังเยาว์วัยเกินไปสำหรับเขา เขานั้นอาจหื่นกามแต่ก็ไม่เหมือนจี๋ซิ่ง เขาเอ็นดูมู่หานเสมือนน้องสาวตัวน้อย แต่ไม่คาดว่าสิ่งที่เขาทำจะเอาชนะใจเด็กสาวนางนี้

ผู้ใดบ้างไม่ชื่นชอบเด็กสาวที่สดใส? ทว่าคุณธรรมประจำใจของเขาไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้น....

เซียวอวี๋กลับไปจัดการธุระอื่นๆ เขายังต้องคิดเกี่ยวกับบุคคลากรที่มีความสามารถพอจะมามาดูแลจัดการเมืองไลอ้อน และยังต้องแก้ปัญหาด้านการเงิน

เซียวอวี๋สอบถามมู่หลี่เกี่ยวกับผู้ที่มีความสามารถในรัฐเว่ย

มู่หลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "มีอยู่บางคน หากแต่พวกเขาคงไม่มาเข้าร่วมกับดินแดนไลอ้อนขอรับ"

เซียวอวี๋เผยรอยยิ้มไม่น่าไว้วางใจออกมา "ข้าจะหาวิธีชิงตัวพวกเขามาเองตราบใดที่พวกเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มระดับสูงของรัฐเว่ย"

เซียวอวี๋เสพพ์ติดการดึงตัวผู้ที่มีความสามารถมาไว้ข้างกายเสียแล้ว ประการสำคัญคือ พวกเขาขาดบุคลากรในการบริหารจัดการดินแดน เซียวซานเทียนได้นำผู้คนมาด้วยจำวนมากยามที่เขาเดินทางมาลงหลักปักฐานในดินแดนนี้ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างอพยพออกไปหลังเผชิญความยากลำบากนับทศวรรษ

นอกจากการรับคนแล้ว เขายังขบคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการเงินของดินแดน ในตอนนี้พวกเขาไม่อาจพึ่งพาจากด้านภาษีได้ อย่างไรก็ตาม ภาษีนั้นเป็นรายได้หลักที่จะหล่อเลี้ยงดินแดน

เขาได้รับเงินแปดล้านเหรียญทองมา แต่เกือบทั้งหมดนั้นใช้ไปกับยุทโธปกรณ์ของไพร่พลทั้ง 10,000 นายเขาได้รับชุดเกราะจำนวนมากจากการเอาชนะแคร์รี่ แต่มันก็ยังคงไม่เพียงพอ เซียวอวี๋ได้ซื้อชุดเกราะจากโรงตีเหล็กที่ฐานทัพเป่ามนุษย์ ความกล้าหาญของไพร่พลนั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญ แต่เขาก็ตระหนักดีว่าอุปกรณ์นั้นมีส่วนอย่างมาก

เซียวอวี๋ซื้อเพียงอุปกรณ์ระดับ 1 ให้กับทหารของเขาเท่านั้นเนื่องจากราคาที่แพงของชุดเกราะและอาวุธในระดับที่ 2 นอกจากนี้ การพัฒนาดินแดนยังต้องใช้เงินเช่นกัน

"เป็นการยากที่จะปล้นมาจากพวกโจรอีก พวกมันรวมกลุ่มเข้าด้วยกันแล้ว....แล้วข้าจะรับเงินพวกนั้นมาได้อย่างไรในเมื่อพวกมันรวมตัวกันจนเป็นกลุ่มใหญ่?" เซียวอวี๋กำลังหาทางกำจัดพวกโจร

เขาจะต้องกำจัดพวกโจรออกไปจากดินแดนของเขา หลังจากนั้นเขาก็จะสามารถเรียกเก็บภาษีจากเหล่าพ่อค้าวานิชที่เดินทางมาจากจักรวรรดิเมฆาตะวันตกได้....

เขาทราบดีว่าพวกโจรจะต้องถูกกวาดล้างเพื่อสร้างความมั่นคงในเส้นทางขนส่ง

หน่วยข่าวกรองรายงานต่อเขาว่าพวกโจรยังไม่มีแผนที่จะโจมตีเมืองไลอ้อนในขณะที่พวกมันยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการจัดการภายใน เซียวอวี๋ทราบดีว่าเขาไม่อาจเป็นฝ่ายบุกโจมตีได้เนื่องจากกำลังคนที่น้อยกว่า เขาต้องอยู่คอยตั้งรับและรอคอยให้อีกฝ่ายบุกโจมตีเข้ามา

ผู้นำพันธมิตรกองโจรเรียกว่า สุบารุ เขาเป็นชายที่มีความสามารถอยู่บ้าง อย่างน้อยเขาก็ยังฉลาดพอที่จะรวบรวมกลุ่มโจรเข้าด้วยกันจนมีกำลังกล้าแข็ง

ดูเหมือนว่าชายผู้นี้จะยังไม่มาสร้างปัญหาให้เซียวอวี๋สักระยะ

"หากมันไม่มา เช่นนั้นข้าก็ต้องเป็นฝ่ายไปหามันเอง..." เซียวอวี๋พึมพำขณะที่ประกายแสงพาดผ่านแววตาของเขา...