ตอนที่ 243

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ทั้งเซียวอวี๋และโถวปาหงเปลี่ยนเป็นตกตะลึงเมื่อได้ยินคำกล่าวของเคราแดง ทั้งคู่พูดไม่ออกและจมอยู่นความเงียบ

"ฮ่าฮ่าฮ่า....ข้าจึงบอกว่าพวกเจ้าช่างโง่เขลานัก...เคราแดงตัวจริงย่อมไม่ปล่อยให้พวกเจ้าล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของมัน" เคราแดงตัวปลอมยิ้มเยาะ

"โถวปาหง....เจ้าก็ทราบว่าในเมื่อมันไม่ใช่ตัวจริง การเก็บมันเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์แล้ว โยนมันให้สุนัขรับประทานยังดีกว่า ข้าได้ซื้อสุนัขชั้นดีมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าค่อนข้างปวดหัวเพราะไม่ทราบว่าจะเลี้ยงมันด้วยเนื้อคนตายหรือเนื้อสัตว์ดี" เซียวอวี๋ถอนหายใจขณะที่เริ่มบีบนวดกล้ามเนื้อของเคราแดงเพื่อตรวจสอบ

"นี่....เจ้ากำลังจะทำอะไร?" เคราแดงหน้าเปลีี่ยนสีเมื่อเห็นการกระทำของเซียวอวี๋

เซียวอวี๋แค่นเสียง "เจ้าหูหนวกหรือ? ในเมื่อเจ้าไม่ใช่เคราแดงตัวจริง เก็บเอาไว้ก็ไร้ประโยชน์ ข้าไม่ใช่คนดีอะไรที่จะต้องมอบความตายอันหมดจดให้เจ้า...ข้าไม่อาจกระทำเช่นนั้นได้"

"เจ้า....เจ้า...เคราแดงตัวจริงจะต้องมาเอาชีวิตเจ้าหากว่าเจ้ากล้าแตะต้องข้า!" ในแววตาของเคราแดงเริ่มปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมา

"ช่างมันสิ ข้าจะจับเจ้ามาหรือหากว่าข้าหวาดกลัว? สุนัขของข้าชอบกินเหยื่อที่มีชีวิต ปกติแล้วข้ามักจะโยนแขนหรือขาที่สดใหม่ให้กับมัน มันคุ้นชินกับของสดใหม่ดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องวิตกไป ข้าเชี่ยวชาญเรื่องการลงมีดตัดแขนและขา ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าตกตายไปแน่" เซียวอวี๋นำดาบยาวออกมาจากแหวนมิติและเริ่มกะเล็งตำแหน่งที่จะลงมีด

"เจ้า...เจ้าไม่อาจสังหารข้า! แม้ว่าข้าจะไม่ใช่เคราแดงตัวจริง แต่ข้าก็เป็นตัวแทน! ไม่มีผู้ใดในโลกนี้ที่ทราบตัวตนที่แท้จริงของเคราแดงมากไปกว่าข้า! เจ้าไม่อาจสังหารข้า หากต้องการข้อมูลของเคราแดง!"

เคราแดงได้สังหารและทรมาณผู้คนมานับไม่ถ้วนตลอดหลายปีมานี้ มันรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กระทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันรู้สึกหวาดกลัวอย่างยิ่งเมื่อต้องมาเผชิญกับตัว

"โอ้? เจ้าเคยพบกับเคราแดงตัวจริงหรือ? ไหนเจ้าบอกว่าเคราแดงตัวจริงไม่เคยให้ผู้ใดล่วงรู้ตัวตน?" เซียวอวี๋ยิ้มขณะที่พาดดาบลงบนบ่าของเคราแดง

เคราแดงกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก "ไม่มีผู้ใดทราบ แต่ตัวแทนเช่นข้าต้องทราบ..."

โถวปาหงกล่าวอย่างเย็นชา "แม้ว่าเจ้าจะเอาแต่เงียบ หากแต่พวกเราก็ทราบว่าเคราแดงตัวจริงมาจากตระกูลชั้นสูง....เจ้าไม่ต่างอะไรไปจากหุ่นเชิดที่ทำงานสกปรกให้กับคนผู้นั้น"

เคราแดงส่ายศีรษะ "เคราแดงไม่ได้เป็นขุนนางหรือชนชั้นสูงจากจัรวรรดิเมฆา..มัน..นางเป็นสตรี"

"เจ้าว่ากระไร? สตรี?" ทั้งเซียวอวี๋และโถวปาหงประหลาดใจขึ้นมา

"รูปร่างหน้าตาเล่า? งดงามหรือไม่?" เซียวอวี๋ถามขึ้น

"อา..."

เคราแดงงุนงงเมื่อได้ยินคำถามของเซียวอวี๋ ยิ่งไปกว่านั้นใบหน้าของเซียวอวี๋ยังเต็มไปด้วยความหิวกระหายราวกับสุนัขป่าขาดอาหาร

"ข้าไม่ทราบ..ข้าไม่เคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของนาง ข้ารู้เพียงว่านางแข็งแกร่งมาก ข้าสู้กับนางได้เพียงไม่กี่กระบวน..." มีความกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเคราแดงเมื่อหวนนึกถึง

มันเคยเห็นเงาร่างของนางในความฝันอยู่หลายครั้ง นั่นไม่ใช่เพราะว่ามันต้องการครอบครองร่างกายของนาง หากแต่ความกลัวได้ฝังลึกอยู่ในจิตใจ ราวกับนางเป็นนางปีศาจที่น่าหวาดหวั่น

"สตรีที่ทรงพลัง! นางจะต้องยอดเยี่ยมตอนอยู่บนเตียงด้วยอย่างแน่นอน!....ฮ่าฮ่า....ข้าจะประลองกับนางสักสามร้อยยก....จะให้นางได้รับทราบความร้ายกาจทางกระบวนท่าของข้า!"

เซียวอวี๋วาดฝันถึงเคราแดงตัวจริง ขณะที่เขาและนางร่วมรักกัน

โถวปาหงถามขึ้นมา "เจ้ากล่าวว่าเจ้าจะได้เป็นแม่ทัพหากสังหารข้าได้....นั่นหมายความว่าเจ้าทราบขุมกำลังที่คอยหนุนหลังเคราแดงตัวจริงใช่หรือไม่?"

โถวปาหงทราบว่า หากเคราแดงเป็นสตรีที่ไม่ได้มาจากชนชั้นสูง เช่นนั้นก็ต้องมีชนชั้นสูงคอยหนุนหลังนางอยู่อีกที มิเช่นนั้นนางคงไม่อาจก่อความวุ่นวายอยู่ในจักรวรรดิได้หลายปี

การแสดงออกของเคราแดงเปลี่ยนไปเมื่อได้ยินคำถามของโถวปาหง มันทราบดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตึงเครียด หากว่ามันแพร่งพรายชื่อออกไป มันคงไม่มีจุดจบที่ดี

เซียวอวี๋กสะบัดดาบตัดเสื้อของเคราแดงออกเมื่อเห็นว่าทั้งห้องเงียบกริบ

"กำจัดมันไปแล้วพวกเราค่อยมาคาดเดาชื่อผู้หนุนหลัง มีเจ้าชายไม่กี่คนที่หวังบัลลังก์ ผู้ที่ทำตัวน่าสงสัยที่สุดก็เป็นผู้หนุนหลังนั่นล่ะ ว่าอย่างไร โถวปาหง?"

โถวปาหงผงกศีรษะ "มีไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติแย่งชิงบัลลังก์เพียงแต่...อืม..."

เคราแดงตกตะลึงเมื่อได้ยินการตอบโต้ของทั้งสอง มันทราบว่าตนคงถูกจับโยนให้สุนัขกินหากว่าหมดความสำคัญไป

"ไม่ การคาดเดาของพวกเจ้าผิดแล้ว คนผู้นี้ไม่ได้เข้าร่วมการแย่งราชชิงบัลลังก์ ไม่ได้กระทำตัวโดดเด่น อันที่จริงมันได้สะสมความแข็งแกร่งมานานหลายปี พวกเจ้าเหล่าองค์ชายก็ไม่อาจสร้างปัญหาให้มัน" เคราแดงโพล่งออกมา

โถวปาหงตอบกลับ "เจ้ากำลังกล่าวถึงคนผู้นั้น..."

เคราแดงทราบแล้วว่าตนพลั้งปากไป หากแต่มันก็สายไปเสียแล้ว

"ถูกแล้ว ไม่ใช่มัน หากแต่เป็นบิดาของมันที่เริ่มคิดถึงการแย่งชิงบัลลังก์ มันได้จัดย้ายคนของมันเข้าไปในตำแหน่งต่างๆและคอยชักใยเพื่อควบคุมจักรวรรดิ....อาณาจักรค่อยๆเจริญรุ่งเรือง หากแต่มันกลับไม่ได้ครอบครองบัลลังก์....ตอนนี้บุตรชายของมันสามารถสานต่อความปรารถนาของมันได้แล้ว...ยิ่งไปกว่านั้น เคราแดงตัวจริงยังได้รับการฝึกฝนมาจากบิดาของคนผู้นั้น!"

เคราแดงเล่าสิ่งที่มันรู้ทั้งหมด ไม่ได้เก็บซ่อนเอาไว้อีก

"กลับกลายเป็นมัน..." โถวปาหงพึมพำ อันที่จริงเขาไม่ได้ทราบตัวตนของคนผู้นั้น หากแต่กล่าวออกไปเพื่อชี้นำเคราแดงให้สารภาพออกมา ทว่าตอนนี้ เขาทราบตัวตนของคนลึกลับนั้นแล้ว.....