ตอนที่ 130

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

พันธมิตรกองโจรได้ตั้งค่ายอยู่ห่างจากตัวเมืองไลอ้อนราวสิบไมล์ พวกเขาเตรียมที่จะเข้าโจมตีในวันพรุ่งนี้

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เข้าโจมตีได้ในทันที ด้วยเหตุนี้เหล่าโจรจึงใช้เวลาในการวางแผนโจมตี

ในขณะเดียวกัน เซียวอวี๋ก็ตรวจสอบการป้องกันของเมืองไลอ้อน

..............................

..............................

ในคืนนั้น เซียวอวี๋ทอดตามองเมืองไลอ้อนจากบนเนินก่อนจะพึมพำ "สงครามกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว และเราก็ไม่อาจผิดพลาดได้...."

เซียวอวี๋ตื่นขึ้นมาตอนรุ่งสางและเห็นว่าเหล่าโจรนั้นเตรียมพร้อมที่จะเข้าโจมตีเมืองไลอ้อนแล้ว เขาตะโกนออกมา "ข้าจะเข้าร่วมสงครามในครั้งนี้ด้วย!"

เขาหันหลับมามองไพร่พลทหารม้าเกราะหนักอีก 550 นาย "ข้าจะไปสมทบกับเหล่าสหายเพื่อเข้าร่วมสงคราม ข้าจะเข้าร่วมการเข่นฆ่าศัตรูในฐานะไพร่พลคนหนึ่ง ข้าไม่อาจเฝ้าดูอยู่ที่นี่ในขณะที่เหล่าสหายกำลังต่อสู้ได้"

เหล่าทหารม้าเกราะหนักจากค่ายเหยี่ยวมองเซียวอวี๋ด้วยแววตายกย่อง เซียวอวี๋นั้นช่างกล้าหาญอย่างยิ่ง

"มีผู้ใดต้องการจะไปกับข้าหรือไม่?" เซียวอวี๋ถามออกมา

มีหลายคนตะโกนกลับมา "พวกเราจะร่วมรบไปพร้อมกับท่านผู้บัญชาการ"

เซียวอวี๋ผงกศีรษะ "ดี พวกเจ้าทั้งหมดต่างเป็นนักรบชั้นยอด ทว่าข้าไม่อาจพาพวกเจ้าไปด้วยได้ หากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งตกตายในสนามรบ ข้าก็คงไม่อาจอธิบายต่อท่านผู้นำได้ ชีวิตของพวกเจ้ามีค่าอย่างมาก ตัวข้านั้นเป็นอัศวิน ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองด้วย ข้าสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่วุ่นวายได้ ทว่าพวกเจ้านั้นไม่ จงอย่าได้ก้าวออกจากที่นี่แม้แต่ครึ่งก้าว มิเช่นนั้นจะถูกตัดสินโทษตามกฏ...."

เหล่าไพร่พลต่างหันไปมองหน้ากันก่อนจะตะโกนขานรับ เซียวอวี๋นั้นเป็นผู้นำของพวกเขา คำสั่งของเขาย่อมต้องปฏิบัติตาม พวกเขาได้เห็นแล้วว่าเซียวอวี๋นั้นไม่อาจนำหลักสามัญสำนึกโดยทั่วไปมาหยั่งคำนวณด้วยได้ นอกจากนั้น พวกเขายังเชื่อว่าเซียวอวี๋นั้นกล่าวมาจากใจ ดังนั้นพวกเขาจึงมองเซียวอวี๋ด้วยความยกย่อง

เซียวอวี๋กำลังจะเข้าร่วมสงครามด้วยตนเอง

สุบารุสั่งให้พวกเขาคอยจับตาดูเซียวอวี๋แต่ก็ไม่ใช่ทุกฝีก้าว ยิ่งไปกว่านั้นเซียวอวี๋ยังไปเพียงลำพังโดยปราศจากทหารม้าเกราะหนักอีก 450 นาย ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อว่าเซียวอวี๋จะต้องกลับมาอย่างแน่นอน

แต่พวกเขาจะทราบได้อย่างไรเล่าว่าเซียวอวี๋นั้นไม่ได้ไปร่วมการล้อมตีเมือง หากแต่เป็นป้องกัน

.......................................

.......................................

เซียวอวี๋กลับมายังที่พักของตนเอง เขากล่าวทักทายเหล่าพี่สะใภ้และหยอกล้อกับมังกรน้อย เขาเอาแต่ดื่มไวน์โดยแทบจะไม่ทำอะไรเลย หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ต่างเอาแต่เดินวนเวียนอยู่รอบกายของเขาไม่หยุดหย่อน

"พวกท่านสองคนกำลังทำอะไร?" เซียวอวี๋อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

มู่หลี่รีบกล่าวตอบ "ท่านลอร์ด ศัตรูกำลังจะโจมตีเข้ามาแล้ว พวกเราสมควรหารือแผนการรบกันหรือไม่?"

เซียวอวี๋หันไปมองเขา "พวกเราเอาชนะทหารสองหมื่นนายด้วยการเปิดประตูต้อนรับ.....ตอนนี้พวกเรามีกำลังคนตั้งมากมาย ท่านคิดว่าพวกเราจะพ่ายแพ้งั้นหรือ?"

ทั้งหัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ต่างหันไปมองหน้ากันอย่างพูดไม่ออกเมื่อเห็นว่าเซียวอวี๋ไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เลย หลังจากนั้น เซียวอวี๋ก็ได้พูดคุยกับลีอาเรื่องสถาบันเวทมนตร์ที่มู่หานเข้าเรียน เขาสนใจที่จะไปเยี่ยมชมที่นั่นด้วยตนเอง บางทีเขาอาจจะปลอมเป็นผู้ใช้มนตราด้วยทักษะของเขาหนึ่งถึงสองอย่าง

หลังจากนั้นเขาจึงค่อยไปที่กำแพงเมือง

อันที่จริงแล้ว ตัวเมืองได้เตรียมการป้องกันเอาไว้ตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน พวกเขาได้ซักซ้อมและหาทางรับมือกับการล้อมตีเมืองเอาไว้แล้ว

หัวหน้าทหารฮุ่ยและมู่หลี่ต่างเป็นกังวล ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีไพร่พลอยู่ถึง 10,000 นาย ทั้งหมดที่เซียวอวี๋กล่าวออกมาก็เพียงบอกให้พวกเขาผ่อนคลาย

................................

................................

เสียงกรีบเท้าของม้าเหยียบย่ำพื้นดินสะท้อนให้เห็นว่าพันธมิตรกองโจรหนึ่งหมื่นนายได้มาถึงแล้ว อันที่จริงกองทัพทหารทั่วไปกับกองทัพโจรนั้นแตกต่างกันอยู่บ้าง กองทัพของแคร์รี่นั้นเคลื่อนพลอย่างเป็นระเบียบ ในขณะที่ฝั่งโจรนั้นเดินกันเป็นกลุ่มก้อนอย่างไร้ระเบียบแบบแผน

ซึ่งความจริงแล้ว พวกโจรต่างก็ได้รับการฝึกมาเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น หน่วยทหารม้าของมาร์คัส อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้มีโจรหลายกลุ่มมารวมตัวกัน แน่นอนว่าการประสานงานย่อมต้องมีปัญหา แต่ในขณะเดียวกันนี่ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของสุบารุที่ทำให้ไม่เกิดความวุ่นวายขึ้นกลุ่มพันธมิตร

เซียวอวี๋ทอดตามองที่เบื้องหน้า เขาทราบว่าสุบารุไม่ได้นั่งแท่นผู้บัญชาการกองกำลังเหล่านี้ สุบารุย่อมไม่มีความสามารถจัดระเบียบกองทัพได้เลวร้ายถึงขั้นนี้ นี้เห็นได้ชัดว่าสุบารุกำลังคิดที่จะยืมมือเซียวอวี๋กวาดเอากองโจรกลุ่มนี้ออกไป

เซียวอวี๋ได้คาดการณ์เอาก่อนแล้วจึงไม่รู้สึกกระวนกระวายใดๆ สุบารุจงใจทิ้งมือดีของเขาเอาไว้ที่ค่าย เขาวางแผนที่จะใช้จำนวนที่มากกว่าสร้างความเสียหายให้กับเมืองไลอ้อน

สงครามครั้งที่ผ่านมาเอง พวกโจรก็ได้พึ่งพาจำนวนที่มากกว่าในการเอาชนะเซียวซานเทียน

"มาเถอะ เหล่าแต้มผลงานของข้า....ฐานทัพกำลังจะได้อัพเกรดในไม่ช้าแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะมีอาวุธชิ้นใหม่มาให้พวกเจ้าได้เชยชมกัน" เซียวอวี๋สวมใส่ชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งขณะที่ยืนสังเกตการณ์อยู่บนกำแพง

มู่หลี่และหัวหน้าทหารฮุ่ยเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ในขั้นที่สองเช่นเดียวกัน อีกทั้งเซียวอวี๋ยังได้มอบชุดเกราะเซ็ตที-หนึ่งให้กับพวกเขาอีกคนละชุด

ชุดเกราะเหล่านี้นั้นเป็นอุปกรณ์ในฝันของเหล่าอัศวินมาตั้งยุคโบราณ ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงไม่รู้สึกแลปกประหลาดใจเท่าใดนัก พวกเขาไม่คาดคิดว่าตนจะมีโอกาศสวมใส่ชุดเกราะเช่นนี้ได้ เกราะพวกนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาขึ้นอีกหลายเท่า นี่จึงยิ่งทำให้พวกเขาเชื่อว่าเซียวอวี๋นั้นยังมีไพ่ลับซ่อนอยู่อีก

ในการป้องกันการโจมตีจากแคร์รี่นั้น กำแพงเมืองยังหลงเหลือที่ว่างหลายแห่งจากการขาดแคลนไพร่พล ทว่ามาตอนนี้ช่องว่างเหล่านั้นได้ถูกเติมเต็มด้วยทหารกว่าหนึ่งหมื่นนายแล้ว

ถึงกระนั้น ไพร่พลเหล่านี้ก็ยังไม่เคยผ่านสนามรบจริงมาก่อนและไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นทหารอย่างเต็มตัว

ขวัญกำลังใจทางฝั่งเหล่าโจรนั้นเต็มเปี่ยมจากระบบรางวัลที่สุบารุนำมาล่อ

สุบารุได้บอกพวกเขาเอาไว้ก่อนแล้วว่าพวกออร์คนั้นทรงพลังอย่างมาก หากแต่มีจำนวนน้อย เขากล่าวว่าพวกเขาจะสามารฝ่าเข้าไปในเมืองได้อย่างง่ายดายตราบที่พวกเขาใช้จำนวนที่มากกว่าโจมตีในจุดเดียว

เซียวอวี๋ทราบแล้วว่าสุบารุนั้นรู้อยู่แล้วว่าพวกโจรจะไม่สามารถบุกเข้าไปในเมืองได้ ดูเหมือนว่าสุบารุจะใช้โอกาศนี้กำจัดเหล่าผู้ที่เป็นก้างขวางคอออกไปและทดสอบความแข็งแกร่งของเมืองไลอ้อนไปพร้อมกัน

ฝูงโจรต่างหลั่งไหลบุกไปข้างหน้าราวกับคลื่นสึนามิ พวกมันแบกบันไดเอาไว้บนบ่าขณะที่วิ่งเข้าใส่เมืองไลอ้อน

"เตรียมเครื่องยิงหิน!" ฉินเช่อตะโกนออกมา