ตอนที่ 198

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

ขณะที่เซียวอวี๋เสพพ์ติดการเก็บรวบรวมแก่นเนโครแมนเซอร์อยู่ในเวลาเดียวกันนั้น อัลม่าก็พบวัสดุล้ำค่าอีกชนิด มันเรียกว่า พิษอันเดด สิ่งนี้ใช้ในการสร้างไอเทมเวทมนตร์ต่างๆ มันจะดรอปจากปีศาจแมงมุมและอันเดดอื่นๆ

"ก็ยังดี อย่างน้อยมันก็คุ้มที่มาแม้จะหาของล้ำค่าในธนาคารไม่ได้ก็ตาม" เซียวอวี๋พึมพำ ทิรันด้าโจมตีพวกอันเดดด้วยลูกศร คอยหลอกล่อให้พวกมันมารวมกลุ่มกัน ทั้งยังคอยดึงดูดความสนใจ

พวกอันเดดกรีดร้องขณะที่พุ่งเข้าปะทะกับพวกออร์ค นักรบออร์คทั้งได้รับบัฟจากชาแมนและเสียงกลองของอสูรโคโดอยู่แล้ว พวกมันกวัดแกว่งขวานยักษ์ในมือเข้าต้านทานพวกอันเดด ขณะที่พวกผู้ใช้มนตรา พลธนู พลปืนซึ่งตั้งแถวอยู่ด้านหลังคอยยิงสนับสนุน

พวกออร์คจัดเป็นเครื่องจักรสังหารชั้นยอด ออร์คเพียงหนึ่งตนจะสามารถสังหารพวกอันเดดได้หลายตัวในการกวัดแกว่งขวานเพียงหนึ่งครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นสติปัญญาของพวกออร์คยังเพิ่มพูนขึ้นหลังผ่านศึกมาหลายครั้ง การใช้ทักษะต่างๆเองก็ดูสมบูรณ์มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่ถูกอัญเชิญออกมาครั้งแรก

ฮ๊ากกกกกกกกก!

เสียงคำรามดังสะท้าน แสงสีขาวเข้มสาดออกมาจากร่างของออร์คตนหนึ่ง ลำแสงห่อหุ้มร่างของมันเอาไว้ เซียวอวี๋คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นแสงเช่นนี้ก็ตอนที่กรอมถูกอัญเชิญออกมาที่แท่นบูชาแห่งวายุ

เซียวอวี๋รู้สึกตกใจเมื่อเห็นมัน เขาหันไปมองดูบรรดาอาจารย์และศิษย์จากทั้งสองสถาบัน แต่ดูเหมือนว่านอกจากเขาแล้ว คนอื่นๆไม่อาจมองเห็นแสงนั้นได้

"เกิดอะไรขึ้น? มันคืออะไร?" เซียวอวี๋รีบเปิดหน้าต่างสถานะของออร์คตนนั้นขึ้นดู และพบว่ามันเลื่อนมาอยู่ที่ระดับ 11 แล้ว การทะลวงจากระดับ 10 มา11 นั้นหมายความว่ามันจะไม่ได้เป็นเพียงออร์คธรรมดาสามัญอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นฮีโร่! แม้ว่าความเป็นไปได้จะต่ำอย่างยิ่ง หากทว่าตอนนี้มันกลับเกิดขึ้นแล้ว

เซียวอวี๋มองไปที่ฮีโร่ตนใหม่ของเขา จะเป็นใครไปได้นอกเสียจากอสูรหนึ่ง ผู้ติดตามรับใช้เขามาอย่างยาวนาน อสูรหนึ่งเหมือนเซียวอวี๋ราวกับเงา ในที่สุดวันนี้อสูรหนึ่งก็ทะลวงผ่านชั้นกลายเป็นฮีโร่ได้สำเร็จ อสูรหนึ่งไม่มีค่าสถานะและทักษะเหมือนกับกรอมหรือคาร์น แต่การที่มันสามารถทะลวงชั้นมาได้แปลว่ามันจะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นได้อีก และมันจะกลายเป็นผู้ช่วยอันเข้มแข็งของเขาในอนาคต

พวกออร์คตนอื่นต่างโห่ร้องอย่างยินดี พวกมันคงวิ่งเข้ามารุมล้อมจับอสูรหนึ่งโยนไปแล้วหากไม่ได้ติดว่าต่อสู้กันอยู่ ทว่าหลังจากแสงระเบิดออกมาจากร่างของอสูรหนึ่งได้ไม่นาน ลำแสงสีขาวนวลก็สาดส่องลงบนร่างของพลธนูเอลฟ์ตนหนึ่ง

"โอ้ สวรรค์! ช่างใจกว้างนัก ขอบคุณ! ฮ่าฮ่า" เซียวอวี๋เกือบจะสำลักความสุขตาย

หลังจากห้ำหั่นกันอยู่ครึ่งชั่วโมง การต่อสู้ก็ยุติลง อันเดดเกือบทั้งหมดถูกจำกัด ออร์คบางตนบาดเจ็บ ทว่าบาดแผลเหล่านั้นกลบถูกลืมเลือนเนื่องเพราะความยินดี

พวกเอลฟ์เองก็เริ่มเข้ามาแสดงความยินดีกับธนูสามที่สามารถทะลวงชั้นมาได้ ทิรันด้าเองก็กล่าวอวยพรเขาเช่นกัน การที่มีเอลฟ์กลายเป็นฮีโร่ได้จะทำให้ความรุุ่งโรจน์ของเอลฟ์อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

กระนั้นคนที่ตื่นเต้นยินดีที่สุดย่อมต้องเป็นเซียวอวี๋ ทั้งหมดล้วนเป็นคนของเขา เมื่อพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น นั่นก็หมายความว่าความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นด้วยเช่นกัน

"นายท่าน" หนึ่งเอลฟ์หนึ่งออร์คก้าวเข้ามาโค้งคำนับเซียวอวี๋

เซียวอวี๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ "คงต้องเปลี่ยนชื่อให้เจ้าทั้งสองเสียแล้ว"

อสูรหนึ่งและธนูสามพลันกลายเป็นตื่นเต้นขึ้นมาเมื่อได้ยินว่าเซียวอวี๋จะตั้งชื่อให้ ตอนนี้สติปัญญาของพวกมันสูงพอที่จะทราบว่าตนเองยังไม่มีชื่อ แต่มีเพียงรหัสเรียกเท่านั้น

แต่เมื่อสิ้นคำกล่าวเซียวอวี๋ก็รู้สึกเสียใจในคำพูดของตนเอง เขาจะไปหาชื่อเท่ห์ๆได้จากที่ไหนมาใช้ตอนนี้ได้บ้าง?

ใบหน้าของเซียวอวี๋เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ จากนั้นก็ขาวซีด เขาไม่อาจสรรหาชื่อที่เหมาะสมได้จริงๆ จ้องมองไปทางอสูรหนึ่ง อสูรหนึ่งตัวสูงใหญ่ ราวกับนักบาสเกตบอล......

เซียวอวี๋พลันยิ้มออกมา "เจ้าชื่อว่า โอนีล แล้วกัน"

"โอนีล?" อสูรหนึ่งไม่เข้าใจความหายของชื่อ แต่มันก็มีความสุขอย่างมากที่มีชื่อเรียกแล้ว

เซียวอวี๋หันไปมองธนูสาม เป็นพลธนู....ไม่ใช่นักบาส....ฟุตบอลแล้วกัน

"เจ้าเป็นนักยิงที่ดี ดังนั้นเรียกว่าราอูลแล้วกัน" เซียวอวี๋ยิ้มขณะที่มองธนูสาม (เขาคิดถึง ราอูล กอนซาเลซของสโมสรเรียลมาดริด)

ธนูสามโค้งตัวคำนับ "ขอบคุณนายท่าน"

"อุวะฮ่าฮ่า! เรานี่มันอัจฉริยะจริงๆเลย!" เซียวอวี๋ยืดอกอย่างภูมิใจกับทักษะการตั้งชื่อของเขา

อัลม่าเดินเข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เซียวอวี๋จึงบอกว่าโอนีลและราอูลมีความก้าวหน้า ดังนั้นเซียวอวี๋จึงต้องการจะมอบรางวัลให้กับพวกเขา อัลม่าจึงคิดว่าคำว่า 'ก้าวหน้า' ของเซียวอวี๋หมายถึงการทะลวงผ่านขั้น

เซียวอวี๋เชื่อว่าในอนาคตจะต้องมีคนทะลวงผ่านชั้นกลายเป็นฮีโร่ได้อีก

หลังจกานั้นเซียวอวี๋ก็มองไปที่ภายในห้องโถงของธนาคาร ที่นั่นยังเหลืออันเดดอีกไม่มาก

สถานที่แห่งนี้เกือบว่างเปล่า ดังนั้นเซียวอวี๋ กรอมและลีอาจึงลอบเข้าไปสำรวจล่วงหน้า ทั้งสามเพียงพอที่จะรับมือกับอันเดดที่หลงเหลืออยู่แล้ว

ทั้งสามพรางตัวเข้าไปภายในธนาคาร ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้จะเจออันเดดบ้างแต่ทั้งสามก็จัดการได้อย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่เข้ามาพวกเขาได้ต่อสู้ไม่หยุดหย่อน ทุกคนแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งทางฝั่งศิษย์จากทั้งสองสถาบันเองต่างก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน การต่อสู้ในสนามรบเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง พวกเขาจะพบเจอกับอันตรายและใช้ความพยายามทั้งหมดฟันฝ่ามัน

มานาและพลังปราณของเหล่าศิษย์ต่างใช้จนแห้งเหือด กระนั้นพวกเขาก็ยังคงสู้ต่อไปจนไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว นี่จะเป็นวิธีพัฒนาที่ได้ประสิทธิภาพที่สุด

นอกจากนี้ยังคอยช่วยเหลือพวกเขาในกรณีที่เลวร้าย เซียวอวี๋ยังได้มอบน้ำยาประเภทต่างๆให้กับพวกเขาใช้ ดังนั้นในบางครั้งพวกเขายังใช้ความแข็งแกร่งได้เท่าตัว

พวกเขาจะกลายเป็นนักสู้ที่แท้จริงหลังจากกลับไปที่สถาบัน แค่เพียงส่วนนี้พวกเขาก็ไม่ตัดพ้อตำหนิหากว่าเซียวอวี๋จะไม่ได้ให้ของตอบแทนอื่นๆเลย พวกเขาได้รับประโยชน์มหาศาลแล้ว

บางคนได้รับบาดเจ็บในระหว่างการต่อสู้ กระนั้นพวกเขาก็ยังได้รับประสบการณ์ พวกเขาจะรู้สึกหวงแหนชีวิตของตนยิ่งขึ้น พวกเขาเติบโตและลดความหยิ่งผยองลง การผ่านการต่อสู้เป็นตายได้มอบบทเรียนอันล้ำค่า

ตอนนี้พวกเขากลายเป็นอัศวินและผู้ใช้มนตราที่มีคุณสมบัติครบถ้วน อันที่จริงพวกเขาต่างเสียใจที่ไม่ได้เลือกเข้าร่วมกับเซียวอวี๋ตั้งแต่ต้น พวกเขาจะทั้งมั่งคั่งและแข็งแกร่งขึ้นหากติดตามเซียวอวี๋

ศิษย์จากสถาบันต่างๆได้แยกกันเป็นกลุ่มๆกระจายตัวออกไป มีบางส่วนตกตายไปก่อนเนื่องเพราะไม่ทราบว่าจะค้นหาหรือลบหลีกจากศัตรูได้อย่างไร

อัลม่ากำลังคิดที่จะเข้าไปพูดคุยกับเซียวอวี๋เพื่อที่ในอนาคตทางสถาบันจะสามารถส่งเหล่าศิษย์เข้ามาเก็บเกี่ยวภายในเทือกเขาอัลคาเกนอีกในอนาคต

.........................................

.........................................

เซียวอวี๋ กรอมและลีอาเริ่มลงมือค้นธนาคาร มีของเหลืออยู่ไม่มาก ของส่วนใหญ่สมควรถูกพวกอันเดดหยิบฉวยไปด้วยเมื่อครั้งเกิดความวุ่นวายในอดีต

กระนั้นมันก็ยังมีของดีหลงเหลืออยู่ มันมีทั่งทองคำแท่ง สิ่งของล้ำค่าอื่นๆ เหล่าผู้เล่นมักจะฝากสิ่งของเหล่านี้เอาไว้ในธนาคาร นี่จึงเป็นเหตุผลที่เซียวอวี๋กระตือรือร้นที่จะมาธนาคาร

ในตอนนั้นเองเซียวอวี๋ก็ได้พบกับสิ่งที่เขาคุ้นเคยในเกม

"ขวานพรากวิญญาณ....." เซียวอวี๋จ้องอาวุธนั้นเขม็ง