ตอนที่ 116

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋ตกตะลึงเมื่อได้เห็นว่าหลุมศพของมารดาฉินเช่อเป็นเพียงกองดินที่กอบเข้าหากันแทบจะหาความแตกต่างจากกองดินทั่วไปไม่ได้

"เจ้าฝังมารดาด้วยตนเอง?" เซียวอวี๋ถาม

ฉินเช่อผงกศีรษะ

เซียวอวี๋ถอนหายใจ "เจ้ายินดีจะติดตามข้ากลับไปที่ดินแดนของข้าหรือไม่?"

ฉินเช่อมองเซียวอวี๋ "มารดาข้ากล่าวเอาไว้ว่า แม้เป็นหยดน้ำเพียงหยดเดยวก็ต้องทดแทน ท่านมอบอาหารอร่อยให้ข้ามากมาย ข้ายินดีจะเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ของท่าน"

เซียวอวี๋ส่ายศีรษะ "ข้าไม่ได้ต้องการทาสหรือผู้รับใช้ เจ้าควรมากับข้าหากไม่ที่ที่จะไป เจ้าสามารถเล่าเรียน เติบโตและตอบแทนดินแดนของข้าได้ที่นั่น"

ฉินเช่อผงกศีรษะ "ข้าจะไปกับท่าน"

เซียวอวี๋หันไปมองหลุมศพ "เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเราก็ควรย้ายหลุมศพมารดาเจ้าไปที่เมืองไลอ้อนด้วย เพื่อที่เจ้าจะสามารถมาเยี่ยมนางได้ทุกเมื่อ"

ฉินเช่อผงกศีรษะ

หลังจากนั้นพวกเขาก็หาคนมาย้ายหลุมศพ อย่างไรก็ตาม เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นเมื่อหลุมถูกเปิดออก มารดาของฉินเช่อนั้นสวมใส่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แต่แทนที่มันจะเป็นศพพวกเขากลับพบดอกทิวลิปที่สดใสแทน เซียวอวี๋ไม่เคยเห็นดอกทิวลิปดอกใหญ่เท่านี้มาก่อน ขนาดของมันใหญ่จนเกือบจะเท่าตัวคน

"นี่....นี่คือมารดาเจ้าหรือ?" เซียวอวี๋เกาศีรษะและเอ่ยด้วยท่าทางโง่งม ฉินเช่อเองก็ตกตะลึงขณะที่รีบวิ่งไปตรวจดูดอกทิวลิป

"เป็นไปได้อย่างไร? ข้าฝังมารดาไว้ที่นี่...มันยังมีรอยฝ่ามือของข้าอยู่บนพื้นอยู่เลย...ไม่มีผู้ใดเคลื่อนย้ายร่างของนางไป...นี่จะเป็นไปได้อย่างไร?"

ลีอาพึมพำขณะมองไปที่หลุมศพ "นางเป็นเทพธิดาตามตำนานที่หลังจากตายแล้วจะเปลี่ยนเป็นดอกทิวลิปงั้นหรือ?"

เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครจะโง่พอที่จะขโมยซากศพและใส่ดอกทิวลิปเอาไว้แทน นอกจากนี้เด็กชายยังไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกหกพวกเขา....แล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

"นี่มันเรื่องอะไร?" เซียวอวี๋พึมพำขณะที่ยกนิ้วลูบจมูก เซียวอวี๋เคยพบเจอเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลมาก่อน

ฉินเช่อร้องไห้ด้วยความวิตกเมื่อเขาไม่สามารถหาร่างของมารดาพบ

"ฉินเช่อ..ดูเหมือนว่ามารดาของเจ้าจะไม่ใช่มนุษย์ปุถุชน หากแต่เป็นเทพธิดา...เจ้าเป็นบุตรแห่งเทพ เจ้าควรรู้สึกภาคภูมิใจ...พวกเราจะย้ายดอกทิวลิปนี้ไปที่เมืองไลอ้อนเพื่อกลบฝัง" เซียวอวี๋รู้สึกว่าเขาต้องกล่าวโกหกออกไปเพื่อปลอบประโลมฉินเช่อเพราะเขาเองก็จนปัญญาในการหาถ้อยคำมาอธิบาย

ฉินเช่อร้องไห้อยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากนั้นทำเขาก็เริ่มทำใจได้ เขาอุ้มดอกทิวลิปขึ้นมาและวางลงในโลงที่ได้จัดเตรียมมา

เซียวอวี๋ให้ลีอาจัดหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ฉินเช่อเมื่อพวกเขากลับมาที่โรงแรม ในเวลาเดียวกันนั้น จี๋ซิ่งก็มาหาเขา

"เซียวอวี๋ ข้ามีเคล็ดลับแล้ว ตอนนี้พวกเราต้องฆ่ามู่หลี่ เจ้ามีแผนการดีๆแล้วหรือไม่?" จี๋ซิ่งมองเซียวอวี๋

เซียวอวี๋จิบไวน์เล็กน้อย "แน่นอนว่าข้าวางแผนเอาไว้แล้ว ข้าจะมาที่นี่ทำอะไรหากยังไม่มีแผนการที่เหมาะสม?"

จี๋ซิ่งนั่งลงข้างเขา "พวกเราจะทำอย่างไร? เอาเถอะ เมื่อจัดการเขาแล้ว ข้าจะจัดการกับลูกสาวของมัน"

เซียวอวี๋โบกมือ "ข้าทราบ....เหตุใดเจ้าจึงร้อนใจกับเด็กหญิงนางนั้นนัก?"

จี๋ซิ่งยกมือปาดเช็ดน้ำลาย "เจ้ายังไม่เคยพบเห็นนาง....นางราวกับหยกบริสุทธิ์....ผิวกายนั่น....ข้าเฝ้าฝันถึงนางมาเนิ่นนานแล้ว...หากว่าบิดาของนางไม่ใช่มู่หลี่แล้วล่ะก็ เช่นนั้นข้าคงส่งคนมาลักพาตัวนางไปนานแล้ว..."

เซียวอวี๋กลอกตาขณะที่มองดูจี๋ซิ่ง "ไม่ต้องร้อนใจนัก....หลังจากนี้ มู่หานจะเป็นของเจ้า ข้าจะสังหารบิดาและพี่ชายของนาง ข้าจะช่วงชิงทุกอย่างของพวกมันมา บ่าวรับใช้หรือผู้คนในตระกูล ข้าจะทำให้พวกมันกลายเป็นทาส...ส่วนสมบัติจะเป็นของเจ้า.."

จี๋ซิ่งฉีกยิ้ม "สายตาใช้ได้นี่นา....พวกผู้หญิงในตระกูลนั้นจัดได้ว่าเป็นสาวงามทั้งนั้น...เจ้าต้องการพวกนางทั้งหมดเป็นทาส...เช่นนั้นข้าขอเล่นสนุกกับพวกนางเป็นครั้งคราวก็แล้วกัน"

เซียวอวี๋ยิ้ม "ตามนั้น"

จากนั้นทั้งสองคนก็เริ่มวางแผนกำจัดมู่หลี่

ไม่นานเซียวอวี๋ก็ได้ทราบถึงเคล็ดลับที่จี๋ซิ่งกล่าวถึง พวกเขาพูดคุยกันเกี่ยวกับแผนการ

แผนการเริ่มต้นขึ้นแล้ว

...........................

...........................

"ข้าได้ยินมาว่าวีรบุรุษและแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ชื่อว่ามู่หลี่อาศัยอยู่ที่นี่! ข้ามาที่นี่เพื่ออวยพรเขาด้วยดาบเวทมนตร์อัคคีและวายุ! ข้าต้องการขายมันให้กับเขา เขาสนใจมันหรือไม่?" ชายมีเครามาหยุดยืนอยู่เขตหน้าบ้านของมู่หลี่ เขาถือดาบเวทมนตร์เอาไว้ขณะที่ตะโกนออกมา

สายตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาล้วนถูกดึงดูดด้วยฉากที่เบื้องหน้านี้ ยิ่งไปกว่านั้น อาวุธเวทมนตร์ยังเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมากในโลกใบนี้ บ่าวรับใช้ของตระกูลมู่รีบกลับเข้าไปรายงานมู่หลี่ทันที

ชายร่างสูงซึ่งสวมชุดลำลองเดินออกมาจากตัวตึกของตระกูลและตรวจสอบดาบเล่มนั้น

"เจ้าต้องการที่จะขายดาบเล่มนี้งั้นหรือ?"

ชายมีเคราตอบคำ "ถูกแล้ว สิ่งนี้เป็นดาบตกทอดของตระกูลข้า แต่ตอนนี้ตระกูลของข้ากำลังย่ำแย่ ข้าจึงต้องการจะขายมัน แต่ข้านั้นต้องการจะขายมันให้กับวีรบุรุษ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงไม่ได้ไปที่โรงประมูลหากแต่มายังบ้านของแม่ทัพเลื่องชื่อหลี่ เพื่อดูว่าเขาจะสนใจและยินดีที่ให้ราคาที่ดีหรือไม่"

มู่หลี่ยื่นมือออกมารับดาบ เขามองเห็นเวทเพลิงและเวทสายลมแผ่ออกมาจากตัวดาบ

"เจ้าต้องการจะขายดาบเล่มนี้เท่าใด?" มู่หลี่ไม่อาจปกปิดความปรารถนาในแววตาได้

"ห้าแสนเหรียญทอง" ชายมีเคราตอบคำ

"ห้าแสนเหรียญทอง? ราคานี้ไม่ใช่น้อยๆเลย หากแต่มันก็คุ้มค่า" มู่หลี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่สุดท้ายจะตัดสินใจซื้อมัน

"ตระกูลของเรากำลังตกต่ำ ดังนั้นข้าจึงไม่ขอยกนามของบรรพบุรุษมาเอ่ยอ้าง หากแต่พวกเขากวาดพิชิตไปทั่วด้วยดาบเล่มนี้" ชายมีเคราทอดถอนใจ

มู่หลี่ผงกศีรษะ "ข้าทราบแล้วว่าบรรพบุรุษของเจ้าจะต้องเป็นวีรบุรุษ นี่เป็นดาบที่ดีและข้าจะซื้อมันไว้ เข้ามาสิ พวกเรามาดื่มกันสักเล็กน้อย"

"ท่านแม่ทัพช่างรอบรู้กว้างขวาง" พวกเขาทั้งสองเดินเข้าไปในตัวตึกของตระกูล

หลังจากผ่านไปเนิ่นนาน ชายมีเคราก็ออกมาพร้อมกับถุงขนาดใหญ่ ร่างของเขาวูบหายไปก่อนจะปรากฏตัวในซอยที่ห่างไกล อย่างไรก็ตามเขาเคลื่อนไหวอย่างแปลกประหลาด หนวดเคราบนใบหน้าถูกถอนดึงออก หลังจากนั้นก็หยิบผ้าออกมาเช็ดหน้า รูปลักษณ์ของเขาปลี่ยนไปอย่างมาก

เขาคือเซียวอวี๋

เซียวอวี๋หัวเราะขณะที่เดินออกจากซอย

................................

................................

ข่าวที่มู่หลี่ซื้อดาบเวทมนตร์ถูกเผยแพร่ไปทั้งเมืองฮุ่ย มีกระทั่งบางคนที่มาเยี่ยมถึงตัวตึกของเพื่อขอชมดาบ มู่หลี่รู้สึกภาคภูมิขณะที่แสดงดาบต่อแขกเหรื่อ ดาบที่ปลดปล่อยเปลวเพลิงได้นั้นมีบทบาทต่อสนามรบอย่างมาก

มีคนมาแจ้งว่า ลอร์ดของรัฐเว่ย เว่ยเฮ่า ต้องการจะชมดูดาบเล่มนี้ด้วยตาตนเอง มู่หลี่ทราบว่าเขาไม่อาจบ่ายเบี่ยงได้ เขาหยิบดาบขึ้นหลังม้าและมุ่งหน้าไปยังเขตที่พักของลอร์ด

เซียวอวี๋โผลศีรษะออกมาจากซอยขณะที่มู่หลี่ออกจากคฤหาสน์

เซียวอวี๋กล่าวพึมพำ "ไม่เข้าถ้ำเสือไหนเลยจะได้ลูกเสือ"