ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
"ใช้บาริสต้ายิงพวกมัน!"
ฟุบ ฟุบ ฟุบ! หอกจากเครื่องบาริสต้าปะทะเข้ากับร่างของพวกยักษ์ศิลาจากด้านหน้า หอกทั้งหมดได้หักสะบั้นลงเมื่อปะทะกับเกราะเหล็กที่พวกยักษ์ศิลาสวมใส่ แม้ว่าจะสามารถทำให้พวกมันถอยหลังไปได้สองสามก้าวเพราะแรงกระแทก แต่นั่นกลับทำให้พวกมันคำรามและพุ่งเข้าใส่กำแพงอีกครั้ง หากไม่มีเกราะเหล็กปกป้องเอาไว้พวกมันก็อาจจะได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนนี้เมื่อสวมใส่เกราะเหล็กหนาเอาไว้ กระทั่งบาริสต้าหนักก็ยังไม่อาจทำอันตรายต่อมัน ตอนนี้พวกมันเร่งความเร็วเพื่อเข้าประชิดกำแพงเมืองให้เร็วที่สุด เมื่อพวกมันมาถึงตัวเมือง ความน่ากลัวของพวกมันก็ถูกสำแดงออกมา ส่วนสูงที่คล้ายเนินเขาขนาดย่อมทำให้พวกมันตัวสูงเทียบเท่ากำแพงเมือง ขณะที่ในมือของพวกมันถือต้นไม้ยักษ์เอาไว้ มันใช้ต้นไม้ฟาดกวาดเหล่าทหารบนกำแพงลงมา ปัญหาใหญ่สำหรับฝ่ายป้องกันเมืองก็คือ ศัตรูสวมใส่เกราะหนาจนยากที่จะทำอันตรายใดๆ พวกยักษ์ศิลาที่สวมเกราะจะคอยจัดการกับทหารที่ควบคุมเครื่องบาริสต้า ขณะที่พวกที่ไม่ได้สวมเกราะจะไปจัดการกำแพงส่วนอื่นๆ หลังจาก 'ยักษ์เหล็ก' ถือกำเนิด เซียวอวี๋ก็ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปมาก เป้าหมายหลักของยักษ์ศิลาที่สวมเกราะก็คือการทำลายหน่วยโจมตีระยะไกลของศัตรู ฟุบ ฟุบ ในเวลาเดียวกองกำลังทางอากาศสองกองได้บินไปยังเมืองเลกเซจากสองทิศทาง เซียวอวี๋กลัวว่าพวกเขาจะถูกอาวุธระยะไกลโจมตี ดังนั้นจึงแบ่งกองกำลังทางอากาศออกเป็นสองกอง ฝ่ายศัตรูจะต้องใช้เวลาไม่น้อยในการปรับเปลี่ยนทิศทางและมุมองศาของเครื่องบาริสต้าเพื่อยิง นอกจากนี้อาวุธของอีกฝ่ายจะไม่ค่อยส่งผลได้มากนักเพราะกองกำลังทางอากาศทั้งสองจะบินวกอ้อมเป็นวง ตูมมม ตูมมม ตูมมม! แบทไรเดอร์ทั้งหนึ่งพันได้เผยให้เห็นถึงความน่ากลัวของทัพอากาศอีกครั้ง พวกนักรบที่อยู่บนหลังของพวกมันขว้างระเบิดเพลิงลงไปในเมืองจนก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว มนุษย์นั้นหวาดกลัวไฟโดยสัญชาตญาณอยู่แล้ว พวกเขายิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นเมื่อเห็นเพลิงลุกท่วมไปทุกที่ เพลิงนับว่ามีต่อสงครามไม่น้อยเลย การโจมตีประสานของสองกองกำลังคือ พวกยักษ์ศิลาที่ภาคพื้นและพวกแบทไรเดอร์ทางอากาศทำให้ศัตรูเกิดความสับสนขึ้นมา ปม้ว่าพวกมันจะเตรียมพร้อมรับการโจมตีจากเซียวอวี๋อยู่ก่อนแล้ว แต่ก็ไม่คิดว่าเซียวอวี๋จะใช้วิธีที่รุนแรงเช่นนี้ พวกมันไม่อาจรับมือกับกองทัพอากาศของเซียวอวี๋ ทหารที่อยู่ในพื้นที่สูงสามารถเล็งยิงไปยังพวกเขา แต่อัตราสำเร็จนั้นต่ำยิ่ง นอกจากนี้ พวกแบทไรเดอร์ย่อมไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง พวกเขาจะขว้างขวดระเบิดเพลิงไปทุกที่จนทำให้เปลวเพลิงลุกลามล้อมกักพวกทหารเอาไว้ บึ้ม บึ้ม บึ้ม! ตอนนี้เองที่บอลเพลิงหลายลูกถูกยิงออกมาจากด้านบนกำแพงเมือง พวกมันพุ่งเข้าใส่พวกยักษ์ศิลาอย่างจัง มียักษ์ศิลาสองตัวสูญเสียแขนไปขณะที่ตัวอื่นๆล้มลงไปกระแทกพื้น นี่คืออำนาจของเวทระดับสูง ผู้ใช้มนตราชั้นสูงกระทั่งสามารถสังหารมังกรลงได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเพียงยักษ์ศิลา "ทำไมที่นี่จึงมีผู้ใช้มนตราระดับสูงมากมายนัก?" เซียวอวี๋หรี่ตาลงเมื่อได้เห็นฉากที่เบื้องหน้า ที่เมืองไพลยาดีสนั้นมีผู้ใช้มนตราระดับสูงอยู่ไม่มาก ดูเหมือนว่าครั้งนี้ศัตรูจะรวมผู้ใช้มนตราที่เหลือเอาไว้ที่เมืองแห่งนี้ เซียวอวี๋ทราบดีว่ายิ่งอีกฝ่ายมีผู้ใช้มนตราระดับสูงอยู่มาก มันก็ยิ่งจะเป็นภัยคุกคามต่อกองทัพของเขา ดังนั้นเขาจะต้องเร่งกำจัดคนเหล่านี้ให้ได้โดยเร็ว เมื่อมีบอลเพลิงถูกยิงออกมาอีกระลอก เซียวอวี๋ก็จัดวางกองกำลังใหม่ "มันน่าหงุดหงิดจริงๆ!" เซียวอวี๋สบถและสั่งให้นักรบกริฟฟ่อนเตรียมตัวเข้าสู่สนามรบ เซียวอวี๋มีแฟรี่ดราก้อนและผู้ลบล้างมนตราซึ่งเป็นดาวข่มของผู้ใช้มนตราอยู่ แต่ตอนนี้เซียวอวี๋ไม่สามารถส่งกองกำลังทั้งสองขึ้นไปบนกำแพงได้ แฟรี่ดราก้อนที่มีระดับถึงสิบจะมีทักษะที่เรียกว่า ระเบิดมานาหรือการพลีชีพ ผู้ลบล้างมนตรานั้นไม่สามารถบินได้ ทางเดียวที่จะจัดการกับผู้ใช้มนตราเหล่านี้คือการสังหารพวกมันโดยตรง กริฟฟ่อนห้าร้อยตัวบินตรงไปยังเมืองเลกเซทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง เหล่าผู้ขี่กริฟฟ่อนทั้งหมดมีระดับเกือบจะถึงสามแล้ว ดังนั้นทักษะสายฟ้าฟาดจึงทรงพลังยิ่งกว่าเดิม พวกกริฟฟ่อนเริ่มเชโจมตีเข้าใส่กลุ่มผู้ใช้มนตรา แม้ว่าผู้ใช้มนตราจะสามารถรับมือการโจมตีจากนักรบกริฟฟ่อนหนึ่งนายได้ไม่ยาก แต่เมื่อต้องรับมือการโจมตีจากนักรบกริฟฟ่อนแบบเป็นกลุ่มมันก็จะยุ่งยากขึ้นมาทันที ผู้ใช้มนตรานั้นมีวิธีปกป้องตัวเองอยู่ ผู้ใช้มนตราขั้นที่สี่หรือห้ามักจะมีผู้ฝึกยุทธ์คอยคุ้มครองอยู่ตลอด นอกเหนือจากนั้นแล้วพวกมันยังมีคัมภีร์เวทป้องกัน โล่มนตราและอื่นๆ สายฟ้ากลุ่มใหญ่ได้ถล่มไปที่บนกำแพงเมืองอย่างหนักหน่วงจนสร้างเป็นช่องโหว่ขึ้นมา เหล่าผู้ใช้มนตรานั้นไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีเช่นนี้ พวกมันสัมผัสถึงการโจมตีที่กำลังพุ่งเข้าใส่จากความผันผวนของมานา แต่นักรบกริฟฟ่อนนั้นเพียงต้องการเวลาไม่กี่วินาทีเพื่อโจมตีระลอกที่สอง ผู้ใช้มนตราคนหนึ่งถูกสังหารคาที่ ขณะที่ผู้ใช้มนตราคนอื่นๆเริ่มทยอยออกจากตำแหน่งนั้น ผู้ใช้มนตราที่พวกเขาได้เผชิญที่เมืองไพลยาดีสนั้นเป็นผู้ใชมนตราระดับต่ำ ดังนั้นจึงไม่มีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงคอยคุ้มครอง แต่เหล่าผู้ใช้มนตราในวันนี้นั้นต่างออกไป พวกมันเหล่านี้ได้รับทรัพยากรที่ดีกว่าเพื่อยกระดับตนเอง ซึ่งนั่นก็รวมไปถึงเหล่าผู้คุ้มกันที่เข้มแข็งกว่าคอยปกป้องคุ้มครอง กระนั้นการโจมตีของนักรบกริฟฟ่อนก็ยังสร้างความตกตะลึงแก่พวกมัน เวทที่อย่างต่ำก็อยู่ในระดับที่ห้าเช่นนั้นจะร่ายเสร็จเกือยจะในทันทีได้อย่างไร? ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อพวกนักรบกริฟฟ่อนเริ่มโจมตีอีกตำแหน่งที่มีผู้ใช้มนตราอยู่ ตู้มมมมม! สายฟ้าได้ผ่าฟาดลงไปยังบริเวณ แม้จะมีผู้ใช้มนตราบางคนที่ใช้เทเลพอตและผู้คุ้มกันบางคนหลบรอดออกมาได้ แต่ทั้งหมดก็ได้รับบาดเจ็บ
ทว่าเหล่าทหารที่อยู่โดยรอบไม่ได้โชคดีถึงเพียงนั้น เวทสายฟ้าฟาดที่นักรบกริฟฟ่อนทั้งห้าร้อยนายใช้ออกพร้อมกันจะรุนแรงถึงเพียงไหนน่ะหรือ? คำตอบก็คือมันได้ย่างเกรียมเหล่าทหารที่อยู่ใกล้เคียงไปทั้งหมด....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved