ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ไม่เพียงแต่การสร้างนักรบประเภทใหม่ออกมาเท่านั้น แต่เซียวอวี๋นั้นยังสามารถอัญเชิญฮีโร่คนใหม่ออกมาได้อีกหลังจากฐานทัพมีระดับที่สูงขึ้น ในส่วนของเผ่าออร์คนั้นมีกรอมและทอร์ลอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงพิจารณาระหว่างทัวเรนชีฟเทนหรือชาโดว์ฮันเตอร์ ชาโดว์ฮันเตอร์นั้นมีทักษะการรักษที่ยอดเยี่ยม หากแต่การโจมตียังไม่ดีนัก นอกจากนี้เขายังมีน้ำยาฟื้นฟูและวิชดอกเตอร์อยู่ ดังนั้นเขาจึงพับเก็บความคิดที่จะอัญเชิญชาโดว์ฮันเตอร์เอาไว้ก่อน จากนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะอัญเชิญทัวเรนชีฟเทนออกมา
เซียวอวี๋ออกคำสั่งต่อระบบให้อัญเชิญทัวเรนชีฟเทนจากแท่นบูชาแห่งวายุ จากนั้นเขาจึงเดินไปตรวจสอบสิ่งก่อสร้างอื่นๆภายในฐานทัพ
แสงสีม่วงสาดประกายออกมาจากด้านบนของแท่นบูชาขณะที่ร่างขนาดยักษ์กระโดดลงมายืนเคียงข้างเซียวอวี๋
"คาร์น บลัดฮูฟ คำนับนายท่าน" คาร์นนั้นรูปร่างใหญ่โตกว่ากรอมมาก ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนอยู่ครู่หนึ่งหลังจากที่เขากระโดดลงมา และทำให้เซียวอวี๋สะดุ้งตกใจ
"เยี่ยม! ฮ่าฮ่าฮ่า!....ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว" เซียวอวี๋พยายามเขย่งตัวเพื่อที่จะวางมือบนบ่าของคาร์น แต่เขาก็ยังเอื้อมมือไม่ถึง
ดังนั้นเซียวอวี๋จึงล้มเลิกความพยายามและเปิดหน้าต่างทักษะของคาร์นขึ้นมาดู
ทักษะของทัวเรนชีฟเทนมีดังนี้:
คลื่นปฐพี(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ระลอกคลื่นที่ถูกปล่อยออกมาจากทัวเรนชีฟเทนจะสร้างความเสียหายต่อศัตรูที่อยู่โดยรอบ ระดับที่หนึ่ง สร้างความเสียหายต่อศัตรู 55 หน่วย ระดับที่ 105 หน่วยและระดับที่สาม 185 หน่วยเพิ่มเติมจากพลังโจมตีของทัวเรนชีฟเทน
กระทืบปฐพี(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ทัวเรนชีฟเทนจะกระทืบใส่พื้นดินเพื่อสร้างความเสียหายต่อศัตรูที่อยู่โดยรอบ ที่ระดับแรก สร้างความเสียหาย 30 หน่วยและทำให้ศัตรูมึนงง 1 วินาที ระดับที่สอง สร้างความเสียหาย 60 หน่วยและทำให้ศัตรูมึนงง 2 วินาที ระดับที่สาม สร้างความเสียหาย 100 หน่วยและทำให้ศัตรูมึนงง 3 วินาที
คลุ้มคลั่ง(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): ที่ระดับแรก ทัวเรนชีฟเทนจะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 15% เป็นเวลา 60 วินาที ที่ระดับสอง จะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 30% เป็นเวลา 180 วินาที ระดับที่สาม จะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 45% เป็นเวลา 300 วินาที ทัวเรนชีฟเทนจะทนทานต่อค่าความเสียหายเพิ่มขึ้น 5% 10% และ 15% ในแต่ละระดับ
กู่ร้อง(สามารถเพิ่มได้ถึงระดับที่ 3): เสียงคำรามของเขาจะช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้กับตนเอง 10% 20% 30% ในแต่ละระดับ
เซียวอวี๋อดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อได้เห็นทักษะของคาร์น เซียวอวี๋เลือกทักษะคลื่นปฐพีให้กับคาร์น ด้วยทักษะนี้ คาร์นจะต่อสู้ได้ดีขึ้นและสามารถเพิ่มระดับได้อย่างรวดเร็วในสงครามครั้งต่อไป
เซียวอวี๋พาคาร์นกลับไปเดินเล่นที่เมือง เซียวอวี๋ได้ไปตรวจเยี่ยมเหล่าทหารที่ได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญในศึกที่ผ่านมา พวกเขามีลักษณะของชายชาติทหารขึ้นมากหลังจากได้ผ่านสงครามนองเลือด
เซียวอวี๋มีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าสุบารุจะต้องโจมตีอีกครั้งในตอนกลางคืน ช่วงเวลากลางคืนนั้นเหมาะต่อการล้อมเมืองอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งสุบารุเองก็กำลังทำความเข้าใจขีดความสามารถของเมืองไลอ้อนอยู่ เขาพยายามคาดเดาวิธีการที่เซียวอวี๋จะใช้รับมือการโจมตีในคืนนี้
แน่นอนว่าสุบารุจะต้องพยายามทำลายเมืองไลอ้อนหลังจากกลืนกลุ่มโจรทั้งหมดได้แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาศอันดีที่จะทำการศึกษาขีดการรบของเมืองไลอ้อน
เซียวอวี๋ได้สั่งให้เหล่าไพร่พลพักผ่อนอย่างเต็มที่เพราะทราบว่าการโจมตีนั้นจะเริ่มต้นอีกครั้งในตอนกลางคืน
พวกเขาสูญเสียทหารใหม่ไป 1,000 นาย แต่ก็ยังถือว่าไม่ได้เสียหายมากนัก เพราะทางฝั่งเขาเองสามารถสังหารพวกโจรไปได้กว่า 14,000 คน แน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วแล้วเป็นฝีมือของทางฝั่งนักรบอัญเชิญ ถึงกระนั้นเหล่าทหารของเมืองไลอ้อนที่พึ่งพาอาวุธและชุดเกราะชั้นยอดก็ยังสังหารศัตรูไปได้ราว 4,000 ถึง 5,000 นาย อัตราส่วนของความเสียหายนั้นคิดเป็น หนึ่งต่อสี่ นี่จึงเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำสงครามครั้งแรกของพวกเขา
เซียวอวี๋ได้ได้วางแผนที่จะใช้เพียงทหารของเมืองเป็นแนวป้องกันแรกอีกต่อไป เขากำลังคิดที่จะใช้ทัพพวกออร์ค พลเดินเท้าและนักล่าเสริมเข้าไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ในกรณีนี้ ออร์ค พลเดินเท้าและนักล่าจะช่วยรับมือกับการโจมตีจากผู้ฝึกยุทธ์
เหล่านักรบอัญเชิญอย่างออร์คและพลเดินเท้านั้นมาถึงระดับที่ 6 หรือมากกว่าแล้ว ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาที่จะจัดการกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง เซียวอวี๋เชื่อว่าสุบารุย่อมจะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียไปมากกว่านี้โดยการส่งผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่สองมา
..............................
..............................
หลังจากจบศึกแรก ฮีโร่หลายคนก็มีระดับที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแอนโทนีดาสนั้นได้เพิ่มขึ้นมาถึง 2 ระดับในขณะที่คนอื่นๆเพียงเพิ่มขึ้นมาระดับเดียว แอนโทนีดาสมีบทบาทอย่างมากในสงครามป้องกันเมืองครั้งนี้ นอกจากนี้เขายังมีสร้อยเวทมนตร์ที่เพิ่มการฟื้นฟูมานาและที่ทำให้เขาสามารถโจมตีได้เร็วยิ่งขึ้น
พลังโจมตีของจิตวิญญาณธาตุน้ำก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน การยิงแท่งน้ำแข็งออกไปแต่ละครั้งจะสามารถจบชีวิตโจรได้ทันที แน่นอนว่าพลังโจมตีของแท่งน้ำแข็งตอนนี้นั้นเหนือกว่าลูกศรของพลธนูเอลฟ์ไปแล้ว
เซียวอวี๋เองก็เพิ่มขึ้นมา 2 ระดับ เขาเพิ่มแต้มทักษะทั้งสองไปที่ทักษะวินด์วอร์ค เขาจะสามารถโจมตีเป็นกลุ่มได้ด้วยทักษะนี้เอง ในตอนนี้ เซียวอวี๋ยังไม่มีความคิดที่จะเรียนรู้เวทมนตร์โจมตี เขาเชื่อว่าเพียงทักษะเทเลพอตก็เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมแล้ว นอกจากนี้ค่าพลังมานาของเขายังไม่มากนัก ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ที่จะเรียนรู้เวทมนตร์โจมตี เขาจะเรียนรู้มันเมื่อมีค่าความสามารถมากกว่านี้
เซียวอวี๋เพิ่มแต้มทักษะของแอนโทนีดาสทั้งสองแต้มไปที่จิตวิญญาณธาตุน้ำ เพิ่มหนึ่งแต้มของกรอมไปที่พุ่งทะยาน เพิ่มหนึ่งแต้มของทิรันด้าไปที่ตาเหยี่ยว หนึ่งแต้มของอูเธอร์ไปที่การโจมตีของคูเซเดอร์และหนึ่งแต้มทักษะของทอณืลไปที่โล่ปฐพี เขากำลังตั้งหน้าตั้งตารอคอยการศึกในคืนนี้ เซียวอวี๋เชื่อว่าุบารุจะสามารถช่วยเขาเพิ่มระดับได้อีกมาก
เซียวอวี๋ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและประดับหนวดเคราก่อนจะตรงกลับไปยังค่ายโจรเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากช่วงเวลานี้ เขาจะแฝงตัวเข้าไปรวบรวมข้อมูล ในขณะที่บางครั้งเขาจะเผยตนในฐานะจางซาน อันที่จริงเขากำลังสร้างภาพลักษณ์ของจางซานในจิตใจผู้คนขึ้นมา เขาเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้จะต้องไปถึงหูของสุบารุ ด้วยวิธีนี้เขาจะมีคำอธิบายที่ดีเกี่ยวกับการที่อยู่ห่างจากหน่วยทหารม้า
เซียวอวี๋ทราบแล้วว่าสุบารุจะเข้าโจมตีในตอนกลางคืนตามที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้ จากนั้นเขาจึงใช้ทักษะวินด์วอร์คค่อยๆกลับไปยังเมืองไลอ้อน
...............................
..............................
พวกโจรนั้นไม่แม้แต่จะจุดคบเพลิงขึ้น พวกมันแบกบันไดไว้บนบ่าขณะที่ค่อยๆมุ่งหน้าไปยังเมืองไลอ้อนด้วยความเงียบเชียบ การเคลื่อนไหวอันเล็กน้อยของพวกมันนี้ไม่อาจรอดพ้นสายตาของทิรันด้าไปได้ เซียวอวี๋ได้บอกนางเอาไว้แล้วในเรื่องนี้เพื่อให้นางคอยตรวจสอบความเคลื่อนไหวของพวกโจร
กองกำลังทางฝั่งเมืองไลอ้อนได้พักผ่อนกันอย่างเต็มอิ่มขณะที่เหลือหน่วยลาดตระเวนเอาไว้บางส่วน
ทิรันด้าสามารถพบเห็นกองกำลังฝ่ายศัตรูได้ตั้งแต่ระยะไกลด้วยทักษะตาเหยี่ยวของนาง อย่างไรก็ตาม นางยังคงไม่ได้สั่นระฆังเตือนภัย หากแต่ค่อยๆไปกลับไปปลุกไพร่พลอย่างเงียบเชียบตามที่เซียวอวี๋ได้สั่งการเอาไว้
เครื่องยิงทำลายเริ่มเปิดฉากโจมตีเมื่อพวกโจรเข้ามาในระยะยิง สิ่งที่ยิงออกไปนั้นไม่ใช่ก้อนศิลา หากแต่เป็นท่อนไม้ชุบน้ำมัน
ท่อนไม้ติดไฟนับไม่ถ้วนได้ตกลงไปยังกึ่งกลางทัพโจรและเปิดเผยตำแหน่งของพวกมันทั้งหมด จากนั้นกระสุนจากอาวุธระยะไกลนับไม่ถ้วนก็กระหน่ำยิงไปยังพวกมัน สงครามได้ปะทุขึ้นอีกครั้งแล้ว....
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved