ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
เซียวอวี๋จ้องมองไพร่พลทั้ง 10,000 นายที่เบื้องหน้า เขาลอบพยักหน้าในใจเมื่อเห็นว่าหัวหน้าทหารฮุ่ยทราบวิธีการฝึกทหาร นอกจากนั้นในฐานะผู้บัญชาการแล้ว หัวหน้าทหารฮุ่ยยังเข้าร่วมสงครามมาแล้วตลอดหลายปี อย่างไรก็ตาม ตอนนี้พวกเขามีทหารแล้ว ขาดก็แต่ตัวผู้บัญชาการ
"นายท่าน พวกเรามีทหารที่อยู่ในเกณฑ์ แต่พวกเราขาดตัวผู้บัญชาการ ทอดตามองทั่วดินแดน มีเพียงตระกูลเซียวตระกูลเดียวที่เป็นขุนนาง ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาใหญ่ในการตามหาตัวบุคคลากรที่เหมาะสมสำหรับกองทัพของเรา" หัวหน้าทหารฮุ่ยแจกแจงออกมา
สำหรับโลกนี้ ผู้ที่จะมาเป็นนายทหารระดับสูงได้จะต้องมาจากตระกูลขุนนางหรือผู้บัญชาการในกองทัพ ประชาชนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาติในการเข้าถึงตำแหน่งระดับสูง อย่างดีที่สุด พลเมืองจะสามารถรับตำแหน่งหัวหน้าหมู่ที่คุมทหาร 10 นายเท่านั้น ผู้บัญชาการระดับสูงจะต้องมาจากลูกหลานของตระกูลขุนนาง นี่เป็นสิ่งที่สืบทอดต่อกันมานับพันปี
อันที่จริง ขนบธรรมเนียมดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 1 แล้วในประเทศเยอรมนีและราชอาณาจักรอังกฤษ อย่างไรก็ตามข้อกำหนดเบื้องต้นนี้ถูกนำออกไปหลังจากความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการสรรหาตัวบุคลากร รอมเมิลเองก็ไม่ได้มาจากสายเลือดอันสูงส่ง ดังนั้นหากไม่เกิดความจำเป็นอย่างเร่งด่วนขึ้น เช่นนั้นเขาก็คงไม่ได้ขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการ
ขนบธรรมเนียมเช่นนี้ได้หยั่งรากฝังลึกในโลกใบนี้ไปแล้ว
เซียวอวี๋กวาดสายตามองเหล่าทหาร หากเขาไม่มีผู้บัญชาการที่ดี เช่นนั้นก็ไม่สำคัญว่าทหารของเขาจะยอดเยี่ยมสักเพียงใด ในขณะที่สหภาพโซเวียตรุกรานฟินแลนด์ จำนวนผู้เสียชีวิตของสหภาพโซเวียตกลับมีถึง 400,000 คน ในขณะที่ฟินแลนด์มีทหารเพียง 20,000 คนเท่านั้นที่เสียชีวิต เหตุผลสำคัญที่สุดก็คือ ประเทศฟินแลนด์มีผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยม
"หรือเราควรตั้งสถาบันทหาร?" เซียวอวี๋พึมพำ
"สถาบันทหาร?" หัวหน้าทหารฮุ่ยรู้สึกประหลาดใจ มันมีสถาบันอัศวินและสถาบันผู้ใช้มนตราอยู่ หากแต่ไม่มีสถาบันที่จะฝึกทหารหรือนายทหารในโลกนี้
เซียวอวี๋พยักหน้า "ถูกต้อง แต่มันเป็นแนวคิดที่แตกต่างจากสถาบันอัศวินที่ฝึกฝนอัศวินที่แข็งแกร่งออกมาอย่างสิ้นเชิง พวกเราต้องการนายทหารที่บัญชาการได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับกองทัพ อาจไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลที่ทรงพลัง หากแต่พวกเขาจะต้องมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และมีทักษะในการบัญชาการที่ยอดเยี่ยม"
หัวหน้าทหารฮุ่ยขมวดคิ้วมุ่นเนื่องจากแนวคิดนี้อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขา ไม่มีสถาบันที่จะฝึกนายทหารสำหรับกองทัพมาก่อน โดยปกติแล้ว ที่สถาบันอัศวิน นักเรียนจะได้รับการสั่งสอนศิลปะการต่อสู้ ปฏิญาณแห่งความกล้าหาญและความรู้เกี่ยวกับสงคราม นี่เป็นยุคอาวุธเย็น ดังนั้นความสนใจส่วนมากจึงมุ่งเน้นไปที่ความแข็งแกร่งส่วนบุคคลมากกว่าจะเป็นความสามารถในการบังคับบัญชาในสนามรบ
โดยส่วนใหญ่แล้ว อัศวินที่แข็งแกร่งมักจะนำทัพพุ่งเข้าโจมตีเพื่อเป็นการตัดสินผลการรบในคราเดียว
ความคิดที่นายทหารไม่ต้องมีความแข็งแกร่งนั้นค่อนข้างแตกต่างจากโลกใบนี้
"นั่นไม่สำคัญหรอกขอรับ ในดินแดนของพวกเราไม่มีลูกหลานจากตระกูลขุนนาง ดังนั้นเราจึงไม่สามารถรับสมัครด้วยวิธีการนั้น..." หัวหน้าทหารฮุ่ยกล่าวอย่างลำบากใจ มีผู้คนจำนวนมากที่อพยพมาที่ดินแดนไลอ้อน แต่พวกล้วนแล้วแต่เป็นพลเรือน
พวกขุนนางนั้นหยิ่งยโสเกินไปที่จะอพยพมายังสถานที่ห่างไกลดังเช่น ดินแดนไลอ้อน
เซียวอวี๋สูดหายใจเข้าลึก "เพียงเลือกทหารมาฝึกสำหรับในตำแหน่งระดับล่างก่อนในชณะที่ข้าจะคิดหาหนทางรับตัวนายทหารระดับสูง"
เซียวอวี๋ไม่กล้าบอกว่าเขาคิดที่จะฝึกพลเรือนให้กลายเป็นนายทหารเพราะหัวหน้าทหารฮุ่ยจะต้องปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวอย่างแน่นอน ตัวหัวหน้าทหารฮุ่ยเองก็มาจากตระกูลอัศวิน ในฐานะตระกูลชั้นสูงแล้ว เขาย่อมดูถูกพลเรือน เป็นเรื่องยากอย่างมากที่เขาจะสามารถยอมรับที่พลเรือนจะมีฐานะเทียบเท่าเขา
เซียวอวี๋เองก็เข้าใจปัญหาข้อนี้ดี ขุนนางมักเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจปล่อยให้ประชาชนข้ามขั้นขึ้นมาเป็นขุนนางได้ในรวดเดียว
หัวหน้าทหารฮุ่ยกระทั่งไม่ต้องการให้พลเรือนเข้าเป็นนายทหารระดับล่าง แต่ตอนนี้มันไม่มีทางเลือกอื่นอีก อย่างดีที่สุด เขาคิดที่จะให้พลเรือนคุมทหาร 10 นายในขณะที่เขาจะไม่อนุญาติให้พวกเขาขึ้นมาควบคุมทหาร 100 นายหรือ 1,000 นายได้
เซียวอวี๋บอกให้หัวหน้าทหารฮุ่ยแบ่งกำลังทหารด้วยระบบ 10 นาย 100 นาย 1,000 นายและ 10,000 นาย วิธีนี้จะง่ายกว่าเดิมมากในการสั่งการพวกเขาในสนามรบ
ด้วยเหตุนี้ หัวหน้าทหารฮุ่ยจึงเริ่มคัดสรรทหารที่กล้าหาญซึ่งมีความดีความชอบขึ้นมาคุมกำลังทหาร 10 นาย
และนั่นเป็นผลให้กลุ่มทหาร 100 และ 1,000 นายยังไม่มีผู้บังคับบัญชา เซียวอวี๋ขอให้สวี่ยซาช่วยเหลือหัวหน้าทหารฮุ่ยเนื่องจากนางเองก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์
หลังจากนั้น เซียวอวี๋ก็ได้สอบถามหัวหน้าทหารฮุ่ยเกี่ยวกับดินแดนที่อยู่ใกล้เคียงที่มีแม่ทัพที่มีความสามารถผู้ที่อาจตกปากรับคำ
หัวหน้าทหารฮุ่ยกล่าวว่า "ทุกดินแดนต่างมีแม่ทัพที่ยอดเยี่ยม โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะจงรักภักดีต่อดินแดนของตนยิ่ง ดังนั้นมันจึงไม่ง่ายที่จะเกลี้ยมกล่อมพวกเขา..."
เซียวอวี๋หรี่ตาลงขณะที่จิบไวน์จากแก้ว "มันยังมีความเป็นไปได้ตราบใดที่พวกเราโยกคลอนพวกเขาได้รุนแรงพอ.."
เซียวอวี๋บอกให้หัวหน้าทหารฮุ่ยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแม่ทัพที่มีความสามารถเพื่อให้เขาได้ผ่านตา
"อะไรคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในศตวรรษที่ 21 งั้นหรือ? นั่นก็คือพรสวรรค์!" เซียวอวี๋วางแผนที่จะรวบรวมผู้มีความสามารถให้มาอยู่ฝ่ายเขา
อันที่จริง ปัญหาไม่ได้มีแค่เพียงเรื่องกองทัพเท่านั้น แต่พวกเขายังขาดผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบริหารจัดการในเมืองอีกด้วย ที่พ่อบ้านหงส์จะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำก็เนื่องมาจากปัญหาข้อนี้ ไม่มีผู้ช่วยที่เมหาะสมที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของเขา เซียวอวี๋ขอให้พี่สะใภ้รองของเขา เสวี่ยหาน ช่วยเหลือพ่อบ้านหงส์ในส่วนการจัดการดูแลดินแดน เขาทราบว่าพี่สะใภ้รองนางนี้เป็นผู้ที่มีความสามารถ ดังนั้นเขาจึงสอนเนื้อหาบางส่วนที่เขาได้มาจากการเรียนในมหาวิทยาลัยในโลกก่อนให้แก่นาง พ่อบ้านหงส์ไม่ได้คัดค้านเนื่องเพราะเสวี่ยหานนั้นเป็นสมาชิกของตระกูลเซียว
เซียวอวี๋ขอให้พี่สะใภ้คนโต ฉีอิ่น ช่วยเหลือด้านการเงินและบัญชีของตระกูล ความช่วยเหลือของนางได้แบ่งภาระบนบ่าของพ่อบ้านหงส์ เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อบ้านหงส์ก็แค่เพียงตรวจสอบสอบรายงานและช่วยนางแก้ไขข้อผิดพลาดบางจุดเท่านั้น
คามิลล่าและซีเหวินมาหาเซียวอวี๋เพื่อของาน เขาจึงบอกให้พวกนางไปช่วยเหลือฉีอิ่นดูแลบัญชี
เซียวอวี๋เห็นว่างานด้านการบริหารของดินแดนนั้นเป็นปัญหาใหญ่เช่นกัน เขาสงสัยว่าหากเขาจะสามารถร่างรายชื่อและรับสมัครผู้มีความสามารถดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในยุคสงครามเจ็ดรัฐได้หรือไม่.....
อย่างไรก็ตาม ดินแดนของเขายังไม่ใช่สถานที่ที่น่าสนใจเท่าใด ดังนั้นเขาคิดว่าคงไม่มีผู้ใดต้องการจะเข้าร่วมกับเขาในตอนนี้ เขาจะต้องแก้ปัญหาต่างๆและหาแม่ทัพที่มีความสามารถให้ได้เสียก่อน
ในขณะเดียวกัน เซียวอวี๋ก็ได้ส่งหน่วยสอดแนมไปคอยสอดส่องดูความเคลื่อนไหวของพวกโจร และทราบว่าเมื่อใดพวกมันจึงพร้อมที่จะเข้าโจมตี
หลังจากนั้นสิบวัน หัวหน้าทหารฮุ่ยก็รายงานว่าเขาพบว่ามีแม่ทัพที่อยู่ในรัฐเว่ยผู้ซึ่งเกือบจะถูกกีดกันจากศูนย์กลางอำนาจอยู่ เซียวอวี๋ยังรู้จักกับบุตรชายของแม่ทัพผู้นั้นที่ดื่มกินและเที่ยวเล่นไปกับเขาในรัฐเว่ย อย่างไรก็ตามบุตรชายของแม่ทัพนั้นได้เข้าศึกษาในสถาบันอัศวิน ดังนั้นเขาจึงได้ออกมาเที่ยวเล่นกับเซียวอวี๋ยามที่เขากลับมาเยี่ยมตระกูลของเขา ซึ่งเป็นตอนนั้นเองที่เซียวอวี๋ได้พบกับเด็กหนุ่มผู้นั้นและเกิดข้อพิพาทกัน
"มู่หลี่...พวกเราจะรับตัวเขามา..." เซียวอวี๋ยิ้ม
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved