ตอนที่ 139

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋กลับมาที่ฐานทัพออร์คเพื่อเพิ่มระดับของระเบิดเพลิงที่บาทิเดอร์ใช้จนถึงระดับที่ห้า เพียงค่ำคืนเดียว เซียวอวี๋ได้รับค่าผลงานมากว่าหนึ่งแสนแต้ม

นอกจากนี้เขายังเพิ่มขึ้นอีก 2 ระดับจนมาถึงระดับที่ 14 แล้ว เขาได้รับแต้มทักษะมา 4 แต้ม เขาจึงเลือกเพิ่มไปที่ทักษะพรแห่งพละกำลังจนถึงระดับที่ 3 ดังนั้นตอนนี้เขาจึงมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก 60% นอกจากนี้ทักษะบุกทะลวงของเขาก็ยังอยู่ในระดับที่ 3 แล้วเช่นกัน ในสนามรบขนาดใหญ่เขาสามารถใช้ทักษะพุ่งทะยานเพื่อเข้าไปอยู่ท่ามกลางศัตรูก่อนที่จะใช้ทักษะพายุคลั่งสังหารศัตรูและใช้เทเลพอตหลบหนีออกมาได้

เซียวอวี๋ยังเหลือแต้มทักษะอยู่อีก 2 แต้ม เขาจึงขบคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเพิ่มระดับให้กับทักษะแสงศักดิ์สิทธิ์และโล่แห่งเทมพลาร์ของพาลาดิน เขาทราบว่าอาจจะต้องใช้ทักษะนี้ในตอนที่อูเธอร์ไม่อยู่ด้วย โล่แห่งเทมลาร์จะช่วยเพิ่มป้องกันและช่วยรับรองความปลอดภัยให้กับเขาได้ยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทั้งการโจมตีและการป้องกันของเขาจึงอยู่ในระดับที่ยอดเยี่ยม เขาเชื่อว่าตนจะสามารถช่วยเหลือฮีโร่ออกมาได้หากพวกเขาถูกล้อมกรอมโดยศัตรูจำนวนมาก

หลังจากจัดสรรแต้มทักษะไปแล้วเขาก็ตรวจสอบระเบิดระดับที่ห้า พวกมันยังดีไม่พอที่จะใช้กับเกราะหนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำร้ายผู้คนทั่วไป นอกจากนี้ หากว่าขวดหล่นใส่ศีรษะของศัตรูมันก็อาจสังหารได้ทันที เซียวอวี๋รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ของมัน

นี่เป็นยุคของอาวุธเย็น ทว่าระเบิดเพลิงนั้นเป็นอาวุธจากสงครามโลกครั้งที่สอง เซียวอวี๋เข้าใจว่าเมื่อระเบิดเพลิงถูกอัพเกรดไปจนถึงระดับที่สิบสองได้ล่ะก็ เช่นนั้นมันก็อาจเทียบได้กับลูกระเบิดขนาดย่อมของเครื่องบินทิ้งระเบิด

เหล่าทหารจากเมืองไลอ้อนต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มในการสะสางสนามรบ สุบารุได้นำเหรียญทองมาด้วยเป็นจำนวนมากเพื่อไว้ใช้เป็นรางวัลให้กับพวกโจร ทว่าในระหว่างที่พวกมันหลบหนีไสิ่งของมีค่าต่างๆก้ถูกทิ้งเอาไว้ที่เบื้องหลัง ไม่มีผู้ใดคิดถึงเงินทองเหล่านั้นเมื่อความตายย่างกรายมาถึงตัว

มีเพียงสามล้านเหรียญทองเท่านั้นที่ถูกนำเข้าไปในสนามรบด้วย แต่เพียงแค่นั้นก็เพียงพอที่จะแก้ปัญหาด้านการเงินของเมืองไลอ้อนได้แล้ว เซียวอวี๋ยังต้องซื้อ อาวุธ ชุดเกราะ ผู้พิทักษ์แห่งพงไพร สร้างหอสังเกตการณ์และอื่นๆอีกมาก ทั้งหมดทั้งมวลล้วนต้องใช้เงินทองในการจับจ่าย

เมืองไลอ้อนต้องจ่ายออกไปมหาศาลในการเอาชนะพวกโจรลง มีเพียง 4,000 นายที่เหลือรอดจากทัพใหญ่ 10,000 นายในตอนแรก

ออร์คจากระบบถูกสังหารไป 67 ตน พวกมันสู้รบอยู่ในแนวหน้า ดังนั้นย่อมเป็นธรรมดาที่จะเกิดการบาดเจ็บล้มตาย นอกจากนี้พวกออร์คยังมีทักษะคลุ้มคลั่งและจะเดินหน้าฆ่าไม่หยุดหย่อนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดพวกออร์คจึงถูกสังหารจำนวนมาก

พลเดินเท้าเสียชีวิตไป 10 นาย การป้องกันของพวกเขานั้นยอมเยี่ยมมาก ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะสร้างบาดแผลให้กับพวกเขา สาเหตุหลักของการเสียชีวิตคือพวกโจรฉุดดึงพวกเขาจนร่วงหล่นจากกำแพงเมืองหรือใช้หน้าไม้ระดมยิงเข้าใส่

พลธนูเอลฟ์เสียชีวิตไป 11 นาย ส่วนใหญ่แล้วตกตายเพราะหน้าไม้ที่ยิงเข้าใส่ ขณะที่บางคนถูกสังหารระหว่างการไล่ล่าพวกโจร ถึงอย่างไรความแข็งแกร่งของพวกเขาในการต่อสู้ระยะประชิดก็ยังคงต่ำ

มีพลปืนเพียง 2 นายเท่านั้นที่พลีชีพในสงคราม ความสูงของพวกเขานั้นน้อยมาก ดังนั้นจึงยากที่จะหลบหนี หนึ่งในนั้นถูกสังหารจากก้อนหินที่ถูกยิงมาจากเครื่องยิงหิน ขณะที่อีกคนนั้นถูกสังหารจากการแยกตัวออกไปจากทัพหลักระหว่างการไล่ล่าพวกโจร ทำให้เขาถูกพวกโจรล้อมและกลุ้มรุมสังหาร

ฉินเช่อมีความสามารถในการบัญชาการเครื่องยิงทำลายทั้ง 50 เครื่องได้ ดังนั้นเครื่องยิงหินและบาริสต้าของพวกโจรจึงไม่อาจเปล่งประสิทธิภาพได้เท่าที่ควร พวกมันเป็นเป้าหมายแรกของฉินเช่อ นอกจากนี้วิถียิงของฝ่ายพันธมิตรกองโจรยังเป็นจากที่ต่ำสู่ที่สูง ดังนั้นความแม่นยำของพวกมันจึงต่ำมาก

อสูรโคโดตายไป 1 ตัว ไรเดอร์ตาย 10 ตน เหล่าไรเดอร์นั้นรับหน้าที่ไล่กวดตามพวกโจรไปเป็นระยะทางไกลที่สุด ดังนั้นการสูญเสียจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ชาแมน 5 ตนถูกสังหาร มี 2 ตนถูกสังหารจากหน้าไม้และอีก 3 ตนตายในระหว่างการไล่ล่า ความสามารถในการป้องกันตัวของพวกมันนั้นต่ำเช่นเดียวกับพลธนูเอลฟ์

ในขณะที่เหล่าบาทิเดอร์ไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เซียวอวี๋ได้สั่งพวกมันให้บินสูงเข้าไว้ระหว่างที่ทิ้งระเบิดเพลิงลงมา นอกจากนั้นเขายังห้ามไม่ให้พวกมันลดเพดานบินลงต่ำเพื่อไปโจมตีศัตรู ส่วนวิชดอกเตอร์ยังคงปลอดภัยในขณะที่อยู่แนวหลังคอยสนับสนุนกองทัพ

กล่าวโดยสรุปแล้ว นี่นับเป็นชัยชนะอันงดงาม ทางฝั่งเซียวอวี๋เกิดการสูญเสียน้อยกว่าอีกฝ่ายมาก ปัจจัยสำคัญก็คือ อุปกรณ์ที่มีคุณภาพสูงจากระบบ นอกจากนี้ยังมีคำอวยพรจากเหล่าฮีโร่ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งโดยรวมของกองทัพ หลังจากได้รับคำอวยพรไปแล้ว นักรบออร์คเพียงหนึ่งตนสามารถรับมือกับพวกโจรได้ราวสี่ถึงห้าสิบคนในคราเดียว

ลูกศรแทบทุกดอกที่ถูกยิงออกไปนั้นสามารถปลิดชีพพวกโจรได้ในทันที ไม่มีผู้ใดในทวีปนี้ที่สามารถครอบครองกองทัพนักธนูชั้นยอดถึง 300 คนได้ แม้ว่าความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดของพวกเขาจะอ่อนแอ หากแต่เมื่อได้รับการส่งเสริมจากทักษะรัศมีจ้าวธนูแล้ว พวกเขาก็เปรียบได้กับเครื่องจักรสังหาร กระทั่งเกราะเบาก็ยังไม่อาจปกป้องชีวิตพวกโจรจากคมศรของพวกเขาได้

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่แล้วเซียวอวี๋ยังเป็นฝ่ายตั้งรับ เขาได้เปรียบจากชัยภูมิสูง นอกจากนี้ ผู้พิทักษ์แห่งพงไพรที่เฝ้ารักษาประตูเมืองยังสามารถสังหารพวกโจรอย่างต่อเนื่อง การใช้หน่วยรบทางอากาศเป็นครั้งแรกและการทิ้งระเบิดยังทำให้พวกโจรหมดกำลังใจในการต่อสู้ นอกจากนี้ กองทัพโจรพวกนี้ยังเป็นเพียงลิ่วล้อไม่ใช่มือดี

ฝ่ายเซียวอวี๋นั้นเกิดการสูญเสีย หากแต่ผลที่ได้รับกลับมานั้นมีมากมายมหาศาล

ฮีโร่ทุกคนมีระดับเพิ่มขึ้น

เซียวอวี๋(ระดับ 14) มีทักษะดังนี้

วินด์วอร์ค(ระดับ 3),โจมตีจุดตาย(ระดับ 3),อมนิแสลช(ระดับ 5),พายุคลั่ง(ระดับ 3),พุ่งทะยาน(ระดับ 2),ตีฝ่า(ระดับ 3),เกราะเหมันตร์(ระดับ 1),เทเลพอต(ระดับ 3),พรแห่งพละกำลัง(ระดับ 3),โล่แห่งเทมพลาร์(ระดับ 1),แสงศักดิ์สิทธิ์(ระดับ 1)

แอนโทนีดาสนั้นมีน้ำยามานาให้ดื่มอย่างไม่จำกัด ดังนั้นทักษะของเขาจึงแทบถูกใช้ออกไปตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้ระดับของเขาจึงอยู่ที่ 18 แล้ว เซียวอวี๋ได้จัดแต้มทักษะ 4 แต้มไปที่สองทักษะ

แอนโทนีดาส(ระดับ 18) มีทักษะดังนี้

แท่งน้ำแข็ง(ระดับ 3),เขตแดนเยือกแข็ง(ระดับ 3),คลื่นเยือกแข็ง(ระดับ 3),อัญเชิญจิตวิญญาณน้ำ(ระดับ 3),ยุคเยือกแข็ง(ระดับ 2),เทเลพอร์ต(ระดับ 1),เกราะเหมันตร์(ระดับ 2),เพิ่มความแข็งแกร่งจิตวิญญาณน้ำ(ระดับ 3)

กรอมเองก็มาถึงระดับที่ 17 หลังสังหารพวกโจรไปมากมาย เซียวอวี๋จัดสรรแต้มทักษะไปที่ตีฝ่าจนถึงระดับสูงสุดและคำรามข่มขวัญ

กรอม(ระดับ 17) มีทักษะดังนี้ วินด์วอร์ค(ระดับ 2),โจมตีจุดตาย(ระดับ 3),อมนิแสลช(ระดับ 5),พายุคลั่ง(ระดับ 3),พุ่งทะยาน(ระดับ 1),ตีฝ่า(ระดับ 2),คำรามข่มขวัญ(ระดับ 1)

ทิรันด้า(ระดับ 17) มีทักษะดังนี้ ศรเวทย์(ระดับ 3),จิตวิญญาณแห่งสัตวป่า(ระดับ 1),รัศมีจ้าวแห่งธนู (ระดับ 5),ลักษณ์แห่งเหยี่ยว(ระดับ 3), ตาเหยี่ยว(ระดับ 3),ศรกระจาย(ระดับ 2),กระหน่ำยิง(ระดับ 1)

ทอร์ลนั้นเพิ่มขึ้นมา 3 ระดับจนมาถึงระดับที่ 15

ทอร์ล(ระดับ 15) มีทักษะดังนี้ สายฟ้าฟาด(ระดับ 3),อานุภาพแห่งรูปสลักปฐพี(ระดับ 3),อัญเชิญจิตวิญญาณปฐพี(ระดับ 3),โล่ปฐพี(ระดับ 2),คนทรง(ระดับ 1)

อูเธอร์เพิ่มขึ้นมา 4 ระดับมาอยู่ที่ 16 ค่าประสบการณ์ที่ไพร่พลธรรมดาได้รับลว้นถูกแบ่งมาให้กับเขา เซียวอวี๋เลือกเพิ่มทักษะการโจมตีของครูเซเดอร์เพิ่มยกระดับพลังโจมตีและทักษะโล่แห่งเทมพลาร์เพื่อเพิ่มพลังป้องกัน ทั้งยังเพิ่มระดับให้กับชำระล้างเพิ่มที่ในอนาคตเขาจะสามารถขจัดพิษร้ายได้

อูเธอร์(ระดับ 16) มีทักษะดังนี้ แสงศักดิ์สิทธิ์(ระดับ 3),การโจมตีของครูเซเดอร์(ระดับ 2),โล่แห่งเทมพลาร์(ระดับ 3),พรแห่งพละกำลัง(ระดับ 3),รัศมีแห่งศรัทธา(ระดับ 3),คำพิพากษา(ระดับ 1),ชำระล้าง(ระดับ 1)

คาร์นได้บุกหน้าตะลุยสังหารพวกโจรไปมหาศาลจนทำให้เขามีระดับ 14

คาร์น(ระดับ 14) มีทักษะดังนี้ คลื่นปฐพี(ระดับ 3),กระทืบปฐพี(ระดับ 3),กู่ร้อง(ระดับ 3),เหวี่ยงกวาด(ระดับ 3),เชี่ยวชาญด้านอาวุธ(ระดับ 1)

เหล่านักรบจากระบบเองก็มีระดับเพิ่มขึ้นมา ออร์คชุดแรกๆบางส่วนมีระดับถึง 10 อยู่แล้วดังนั้นหลังการต่อสู้ พวกมันจึงมีระดับมาอยู่ที่ 11 และสามารถทะลวงขีดจำกัดจนข้ามขั้นกลายมาเป็นฮีโร่ เซียวอวี๋ได้เฝ้ารอโอกาศนี้มาตลอด พวกออร์คส่วนใหญ่มีระดับมากกว่า 8 ซึ่งหมายความว่าพวกมันได้แข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกแล้ว ลองนึกจินตนาการถึงกองทัพที่เต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ขั้นแรกสิ

เอลฟ์หลายคนมาถึงระดับ 10 ขณะที่ส่วนมากยังอยู่ในระดับ 9 พวกเขาต่างมีทักษะยิงอย่างแม่นยำซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นมือธนูระดับสุดยอด ความรุนแรงของลูกศรเปรียบได้กับการยิงจากบาริสต้าขนาดย่อม

พลเดินเท้าอยู่ในระดับที่ 6 พลังป้องกันของพวกเขานั้นมหาศาล อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจเทียบได้กับพวกออร์คและเอลฟ์ในด้านพลังโจมตี อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงเป็นกองกำลังที่สำคัญของเซียวอวี๋ พวกเขาสามารถดันศัตรูไปด้านหน้าและปกป้องกองทัพโจมตีระยะไกล พวกเขามีทักษะสามทักษะที่สามารถเรียนรู้ได้ ยกโล่ โล่กระแทกและตั้งกำแพงโล่

พวกออร์คจะรับผิดชอบด้านการโจมตี ในขณะที่พลเดินเท้าจะรับหน้าที่ในการป้องกัน

การเพิ่มระดับของพลปืนนั้นค่อนข้างต่ำเนื่องเพราะความแม่นยำที่ต่ำของพวกเขา พลปืนโดยเฉลี่ยนนั้นมีระดับอยู่ที่ 6 ถึงกระนั้นเซียวอวี๋ก็ไม่ได้วิตกกังวลใดๆ หลังจากที่ไปถึงระดับ 10 แล้วพวกเขาก็จะได้เรียนรู้ทักษะยิงกระจายซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโจมตีได้หลายเป้าหมาย

สองทักษะแรกของพลปืนคือ ยิงอย่างแม่นยำ(เพิ่มความแม่นยำในการโจมตี) และกายศิลาซึ่งจะลดความเร็วในการเคลื่อนที่แต่เพิ่มพลังต่อสู้ในระยะประชิดขึ้นมา

เหล่านักล่าเองก็มีผลงานไม่น้อย นักล่าส่วนใหญ่นั้นอยู่ในระดับที่ 7 ขณะที่บางคนถูกทิ้งไว้อยู่ที่ระดับ 6 ทักษะแรกของพวกเขาทำให้พวกเขาสามารถใช้ใบมีดต่างบูมเมอแรงได้ ทักษะที่สองคือจิตวิญญาณแห่งสัตว์ป่าที่จะช่วยเพิ่มความเข้าใจกับเสือดาวสัตว์พาหนะ ทักษะที่สามเรียกว่า เซนทรี พวกมันสามารถถูกติดตั้งเอาไว้ในที่ต่างๆเพื่อคอยตรวจจับศัตรู หากว่าอีกฝ่ายเดินผ่านภายในระยะ เซียวอวี๋กำลังเฝ้ารอให้พวกเขาไปถึงระดับที่ 10 เพราะเมื่อถึงตอนนั้นเพียงนักล่าสิบตนก็จะสามารถทำให้เขาสามารถรวบรวมข่าวสารได้อย่างรวดเร็วแล้ว

บาทิเดอร์ ไรเดอร์ ชาแมนและอสูรโคโดนั้นอยู่ในระดับที่ 3

ทักษะของไรเดอร์คือ วางกับดัก ฟันซ้ำ รวมเป็นหนึ่ง

ทักษะของชาแมนคือ กระหายเลือด โล่อัสนี ล้างมลทิน

ชาแมนจะสามารถใช้ทักษะ กระหายเลือดเพื่อเพิ่มพลังให้กับพวกออร์คได้

ทักษะของอสูรโคโดคือ กระทืบ พุ่ง กลืนกิน

วิชดอกเตอร์มีทักษะ รักษา วางกับดักและทักษะตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม เซียวอวี๋ใช้พวกมันในการคอยเยียวยาพวกออร์ค เพราะกองทัพอันเข้มแข็มเช่นนี้ เซียวอวี๋จึงสามารถโค่นล้มกองทัพหนึ่งแสนนายลงได้โดยที่เกิดความสูญเสีเพียงเล็กน้อย เขาเชื่อว่าหากใช้ควบคู่ไปกลยุทธ์ที่เหมาะสมแล้ว เช่นนั้นเขาก็จะสามารถใช้นักรบจากระบบ 4,000 นายที่เขามีเอาชนะพวกโจรได้