ตอนที่ 270

ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล

เซียวอวี๋พักผ่อนจนถึงรุ่งสาง เขาไม่ได้ใส่ใจต่อกองทัพที่อยู่รอบเมืองฮัวเหลียนนัก เขาได้นำกองทัพของเขาออกไปโจมตีค่ายของพวกมันในคืนที่ผ่านมา เซียวอวี๋เชื่อว่านี่เป็นการโจมตีอยู่เพียงฝ่ายเดียว อีกฝ่ายกระทั่งยังไม่มีโอกาศจะตอบโต้กลับมา

พวกฮิฟโปกริฟได้แสดงความยอดเยี่ยมของมันออกมามากยิ่งขึ้นเมื่อเลือกช่วงลงมือเป็นตอนกลางคืน ทหารข้าศึกยากที่จะพบเห็นพวกมันได้ ตรงกันข้ามกับพวกเอลฟ์ที่มีสามารถมองผ่านความมืด ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถสังหารข้าศึกได้เป็นจำนวนมาก

ในคืนต่อมาเซียวอวี๋ไม่ได้พาคนไปโจมตีอีก เขากลับเว้นเอาไว้หนึ่งคืนก่อนจะเปิดฉากโจมตีในคืนถัดมา ทั้งสองครั้งที่บุกโจมตี กองทัพของเซียวอวี๋จะลงมือสังหารข้าศึกให้ได้มากที่สุดก็จะถอนกำลังก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ตอบโต้

คาร์นจะบุกทะลวงผ่านประตูค่ายและนำพวกนักรบออร์คเข้าเข่นฆ่าศัตรู การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้ศัตรูตกตะลึงจนมือไม้ปั่นป่วน ไม่อาจรับมือได้อย่างทันท่วงที

ผู้บัญชาการค่ายของฝ่ายศัตรูพยายามที่จะวางกับดักจัดการกับเซียวอวี๋ หากแต่เซียวอวี๋ได้ส่งลีอาและเมอีฟมาสำรวจกับดักล่วงหน้าทุกครั้ง พวกนางจะคอยเก็บกวาดและทำลายพวกมัน

ในบางครั้งพวกศัตรูยังจัดเตรียมเครื่องยิงบาริสต้าเอาไว้รับมือกับพวกออร์ค กระนั้นเมอีฟจะล่วงหน้ามาใช้ระเบิดโลหะทำลายพวกมันไป

นอกจากนี้เมอีฟยังลอบเข้าไปสังหารศัตรูภายในค่ายถี่มากขึ้น แต่เซียวอวี๋ได้กำชับนางไม่ให้ล่วงลึกเข้าไปในค่ายมากนัก อย่างไรเสียในหมู่อีกฝ่ายก็มีผู้ฝึกยุทธ์ที่แข็งแกร่งประจำการอยู่ นางอาจเกิดอันตรายได้หากว่าต้องเผชิญหน้ากับพวกมัน

หลังจากลงมือโจมตีอยู่หลายคืน กองทัพของเซียวอวี๋ก็สามารถสังหารศัตรูไปได้มากกว่าหนึ่งหมื่นคน พวกฮิฟโปกริฟนับว่ามีผลงานที่โดดเด่นอย่างมาก พวกมันจะกระจายตัวออกไปจนทหารศัตรูยากที่จะโจมตีพวกมันได้

ปาเทียนหมิงโมโหจนแทบจะคลั่งใจตาย กองทัพของมันจะถูกเซียวอวี๋บุกโจมตีแทบจะทุกคืน พวกมันได้สูญเสียอย่างหนัก แต่มันกลับไม่อาจจัดการกับศัตรูเหล่านี้ได้

เดิมทีมันคิดจะใช้นักรบหมาป่าและชาแมนซุ่มโจมตีเซียวอวี๋ แต่เซียวอวี๋กลับสามารถหลุดรอดกับดักไปได้เสียทุกครั้ง

"มือสังหาร! พวกมันจะต้องมียอดมีสังหารคอยสำรวจค่ายของพวกเราล่วงหน้า...แต่ไฉนพวกมันกลับสามารถหลุดรอดการเฝ้าระวังของนักรบหมาป่ามาได้?" ปาเทียนหมิงปวดหัวอย่างมากกับการรับมือยอดมือสังหารระดับสูงเช่นนี้

ซึ่งที่จริงแล้ว เหล่านักรบหมาป่าต่างเชี่ยวชาญในด้านการตรวจหาร่องรอยของมือสังหาร หากแต่เมอีฟและลีอาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนี้พวกนางยังสวมชุดเซ็ตที-หนึ่งและที-สองซึ่งช่วยหนุนเสริมความสามารถในด้านการพรางตัวและความคล่องตัวขึ้นมาก

"ปล่อยพวกมันไปก่อน....อีกไม่นานพวกมันก็จะต้องจบสิ้นเมื่อข้าได้รับกองกำลังนักรบภูติ!" ปาเทียนหมิงหันไปมองบุรุษที่ยืนอยู่ด้านข้าง บุรุษผู้นั้นมีสีหน้าว่างเปล่า หากแต่ดวงตาทั้งสองกลับแดงฉานดุจโลหิต ปาเทียนหมิงได้ทดสอบนักรบภูติมาแล้ว ทหารมือดีนับสิบนายกลับไม่อาจรับมือกับนักรบภูติที่สวมใส่เกราะเพียงหนึ่งนายได้

นักรบภูติเหล่านี้ไม่มีความเจ็บปวด ความรู้สึกสงสารหรือหวาดกลัวเองก็ไม่มีเช่นเดียวกัน อันที่จริงแล้วพวกมันไม่มีความรู้สึกเลยเสียด้วยซ้ำ กระนั้นพวกมันกลับแข็งแกร่งอย่างมาก รูปร่างของนักรบภูติสูงใหญ่กว่าไพร่พลทั่วไปเกือบสองเท่า พวกมันสามารถสังหารทหารมือดีได้ด้วยมือเปล่า

ปาเทียนหมิงเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่านักรบภูติเหล่านี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป หากแต่เป็น 'สิ่ง' ที่มันต้องการในการบุกยึดเมืองฮัวเหลียน นอกจากนี้โถวปากุ้ยจะอาจไม่ตำหนิมันได้หากว่ามันสามารถยึดเมืองฮัวเหลียนมาได้ด้วยกองกำลังนี้

"สามวัน....นักรบภูติทั้งหมดจะพร้อมรบในอีกสามวัน...ข้าจะทุ่มกำลังนักรบหมาป่าและชาแมนออกไป และนักรบภูติเหล่านี้ก็จะโจมตีโดยไม่ให้พวกมันได้ทันตั้งตัว เมืองฮัวเหลียนย่อมต้องตกเป็นของพวกเรา....ข้าไม่เชื่อว่าพวกออร์คจะสามารถต่อกรกับพวกมันได้!" ปาเทียนหมิงมีความมั่นใจอย่างยิ่งที่จะคว้าชัยชนะมาเมื่อได้รับกองกำลังนักภูติมาช่วยเสริม

"ไป" ปาเทียนหมิงพลิกตัวขึ้นม้าและนำคนกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองฮัวเหลียน

"ไปบอกโถวปาหงว่าแม่ทัพปาเทียนหมิงต้องการเจรจา!" ปาเทียนหมิงแหงนหหน้าตะโกนออกมาขณะมองไปบนกำแพง

ไพร่พลที่ประจำการอยู่รีบกลับไปรายงานทันทีที่ได้ยินคำพูดของปาเทียนหมิง

โถวปาหงมึนงงเมื่อได้รับรายงาน เขาหันไปทางเซียวอวี๋ "เจ้าคิดว่ามันต้องการอะไร?"

แววตาของเซียวอวี๋สว่างวูบ "มันกลับเป็นฝ่ายมาหาพวกเราเอง...ฮ่าฮ่าฮ่า...ไปกันเถอะ...รอชมข้ารับมือกับมัน"

โถวปาหงขมวดคิ้วเพราะไม่ทราบว่าไฉนเซียวอวี๋จึงมีความสุขขึ้นมา

"ลีอา! ลีอา! มากับข้า...เจ้าจะต้องร่วมมือกับข้า" เซียวอวี๋ตะโกนเรียกหาลีอา

.............................

.............................

ปาเทียนหมิงหรี่ดวงตาลงและตะโกนออกไปเมื่อได้เห็นโถวปาหงปรากฏกายขึ้นที่ด้านบนกำแพง "โถวปาหง! เจ้าก่อการล้มเหลวแล้ว ไฉนจึงต้องลากไพร่พลหลายชีวิตมาตกตายไปกับเจ้าด้วยเล่า? จงออกจากเมืองมายอมจำนนซะ! ข้าจะปฏิบัติดูแลเจ้าให้สมฐานะองค์ชาย...อย่าได้ตำหนิข้าหากว่าเจ้าไม่ยอมจำนน!"

ปาเทียนหมิงมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อมีนักรบภูติอยู่ที่ข้างกาย สายตาที่มันใช้มองดูโถวปาหงจึงคล้ายว่าโถวปาหงได้ตกเป็นเชลยของมันไปเรียบร้อยแล้ว

ก่อนที่โถวปาหงจะทันได้ตอบกลับ เซียวอวี๋ก็ชิงตะโกนออกมาก่อน "ท่านแม่ทัพแซ่ใดหรือ?"

ปาเทียนหมิงแค่นเสียงตอบอย่างเย็นชา "เจ้าก็คือเซียวอวี๋ ลอร์ดแห่งดินแดนไลอ้อน? เจ้าคิดว่าจะสามารถวิ่งเล่นอยู่ในดินแดนจักรวรรดิเมฆาได้หรือ?"

เซียวอวี๋ตะโกนถามอีก "เอาเถอะ! มารดาของท่านแซ่ใดหรือ?"

ปาเทียนหมิงกลายเป็นมีโทสะ "เจ้าสารเลวไร้ยางอาย! โถวปาหง! คนเยี่ยงนี้เจ้ากลับแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทัพหรือ? เจ้ากลับสมคบคิดกับคนนอก...นี่ไม่ใช่หลักฐานอย่างชัดเจนว่าเจ้าทรยศขายชาติหรือ?"

โถวปาหงแค่นเสียง "ปาเทียนหมิง! หรือเจ้าลืมไปแล้วว่าข้าเป็นใคร? เจ้าเป็นเพียงบุตรชายของแม่ทัพใหญ่ แต่บิดาของข้าเห็นความกล้าหาญของเจ้าจึงได้ชุเลี้ยงเจ้ามา ไม่นานพระองค์ก็เลื่อนเจ้าขึ้นเป็นผู้บัญชาการราชองค์รักษ์! พระองค์ให้เจ้าคุมกำลังเมื่อเห็นการแสดงออกที่โดดเด่นของเจ้า! แล้วดูเจ้าตอนนี้สิ บิดาของข้าเมตตาเจ้า....แต่ดูเจ้าสิ ไฉนจึงกล้าที่จะทรยศต่อพระองค์ ร่วมมือกับกองกำลังภายนอกมาชิงบัลลังก์? ใบหน้าของเจ้าต้องหนาเพียงใดจึงจะกระทำเช่นนี้ได้?"

ปาเทียนหมิงเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำต่อว่าจากโถวปาหง อันที่จริงถ้อยคำของโถวปาหงกลับตีถูกจุด ทุกสิ่งที่เขากล่าวออกไปล้วนแต่เป็นความจริง จักรพรรดิโถวป่าเย่สวรรคตไปแล้ว แต่ปาเทียนหมิงก็ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้นมันยังไม่ต้องการสังหารองค์จักรพรรดิแต่อย่างใด ปาเทียนหมิงกลับรู้สึกผิดบาปอยู่ในใจ

กระนั้นตอนนี้มันก็ไม่อาจถอยได้แล้ว มันตะโกนกลับไป "โถวปาหง! หยุดใส่ร้ายผู้อื่นได้แล้ว! เป็นเจ้าที่สมคบคิดกับคนนอกลอบปลงพระชนม์องค์จักรพรรดิ! วันนี้ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้า! ข้าหวังว่าเจ้าจะสำนึกดีชั่ว....มิเช่นนั้นข้าจะทุ่มกำลังโจมตีในอีกสามวัน! ถึงเวลานั้นเจ้าไม่อาจตำหนิข้าโหดเหี้ยม!"

ปาเทียนหมิงตัดสินใจกล่าวว่าจะโจมตีในอีกสามวันเพื่อหวังสร้างความกดดันต่อไพร่พลของโถวปาหง มันไม่ต้องการสังหารโถวปาหง เพียงต้องการกดดันอีกฝ่ายให้ยอมจำนน สุดท้ายแล้วโถวปาหงก็ยังเป็นจักรพรรดิโดยชอบธรรม ปาเทียนหมิงย่อมไม่ต้องการแบกรับชื่อเสียงอันเลวร้ายเอาไว้

ปาเทียนหมิงหันหัวม้ากลับเตรียมที่จะจากไป หากแต่เซียวอวี๋กลับตะโกนขึ้นมา "แม่ทัพปา! ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นแม่ทัพที่กล้าหาญที่สุดในจักรวรรดิเมฆา! เจ้าต้องการจะประลองหรือไม่? หากว่าเจ้าชนะ พวกเราจะยอมจำนน แต่ถ้าเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าจะต้องถอนกำลังจากไป"

ปาเทียนหมิงกลายเป็นแปลกใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอวี๋ มันไม่คาดคิดว่าเซียวอวี๋จะเสนอการประลองขึ้นมา มันขบคิดพิจารณาความสามารถของเซียวอวี๋ "เจ้าเด็กอมมือผู้นี้ใช่สามารถเอาชนะข้าได้หรือไม่?"

ปาเทียนหมิงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้า มีไม่กี่คนที่สามารถรับมือกับมันได้ เซียวอวี๋เป็นเพียงชายหนุ่มผู้หนึ่ง เช่นนั้นแล้วเขาจะมีความแข็งแกร่งระดับเดียวกับมันได้อย่างไร?

"ว่าอย่างไร? เจ้ากล้าหรือไม่? ข้าทราบอยู่แล้วว่าจะเจ้าซุกหัวหางดั่งเช่นมุสิก...ไม่เป็นไร ไม่ต้องละอายใจไป..." เซียวอวี๋ยังคงตะโกนออกมา

ปาเทียนหมิงเคยเหยียบย่ำผ่านหลายสถานที่ เผชิญกับการยั่วยุมานับครั้งไม่ถ้วน...แต่มันก็ไม่เคยถอยหรือยอมลงให้กับอีกฝ่าย! มันคิดขึ้นในใจขณะฟังถ้อยคำหยาบช้าของเซียวอวี๋ "ข้าต้องกลัวมันด้วยหรือ?"

"ช่างกล้าจริงๆ! เพียงแต่เจ้ายังไม่เจียมตัวที่หาญกล้ามาท้าทายข้า!...แต่เอาเถอะ ข้าจะให้เจ้าได้เห็นความแข็งแกร่งของแม่ทัพผู้นี้!" ปาเทียนหมิงตะโกนตอบกลับ

ดวงตาของเซียวอวี๋สว่างวูบเมื่อได้ยินว่าปาเทียนหมิงตอบรับแล้ว....