ติดตามผู้แปลได้ที่ Lazy Meow นิยายแปล
ชาวเมืองต่างยังคงใช้ชีวิตปกติทั่วไป ทว่าสงครามกำลังใกล้เข้ามาแล้ว โถวปาหงจากไปชั่วคราวเพื่อเตรียมทำสงคราม
เซียวอวี๋ก็ออกตรวจสอบเมืองรัชเชตเพื่อเตรียมตัวด้วยเช่นกัน เขาสังเกตุดูสภาพภูมิประเทศเพื่อหาทำเลที่ดีที่สุดให้กับทัพอัศวินของเขา กำแพงของเมืองรัชเชตไม่ได้สูงมากนัก ที่ไม่สร้างขึ้นสูงนักก็เพราะสภาพภูมิประเทศของจักรวรรดิเอง
โดยทั่วไปแล้วมีเพียงเมืองขนาดใหญ่เท่านั้นที่มีกำแพงสูง เมืองรัชเชตเรียกได้ว่าอยู่ห่างไกลจากคำว่าเมืองใหญ่ ที่เมืองแห่งนี้ถูกก่อตั้งขึ้นก็เพราะอยู่ใกล้กับเทือกเขาอัลคาเกนและมีนักผจญภัยจำนวนมากได้แวะพักซื้อหาเสบียง
หากว่าศัตรูเป็นทัพม้าที่แข็งแกร่งแล้วล่ะก็ เช่นนั้นการบังคับม้ากระโดดข้ามกำแพงเมืองมาก็คงไม่ยากนัก หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กำแพงเมืองนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยในการป้องกันแต่อย่างใด
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าโถวปาหงจะเลือกที่จะตั้งรับ เขาได้นำทหารม้ามาด้วยจำนวนมาก ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะเข้าปะทะกับพวกโจรเคราแดงโดยซึ่งหน้า
โถวปาหงมีผู้ฝึกยุทธ์อยู่ข้างกายไม่มากนัก ทว่าทั้งหมดล้วนแต่เป็นมือดี แม้ว่าในด้านของจำนวนพวกเขาจะมีน้อยกว่า แต่เมื่อมองในด้านของคุณภาพแล้ว พวกเขาย่อมต้องสูงกว่า
เซียวอวี๋จัดคนของเขาประจำตำแหน่งหลังจากตรวจสอบสภาพพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ในเวลาเดียวกันโถวปาหงก็เข้ามาหาตัวเขา
"ข้าต้องการให้เจ้าส่งทหารม้าเกราะหนักเข้าโจมตีจากทางด้านข้าง พวกมันจะต้องคาดไม่ถึงว่าพวกเรามีทัพม้าเกราะหนักอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นพวกมันจะต้องสูญเสียอย่างหนัก"
"โอ้ งั้นหรือ"
เซียวอวี๋ไม่ต้องการใช้คนของเขาเป็นตัวหลอกล่อแม้กระทั่งในสงครามของเขาเอง ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงการช่วยเหลือโถวปาหงในครั้งนี้
โถวปาหงแย้มยิ้ม "ข้าทราบว่าเจ้าไม่ต้องการเป็นทัพหน้า....วางใจเถอะ นี่เป็นสงครามของพวกเราและพวกเราจะเป็นฝ่ายได้รับชัย ข้าเพียงต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า หลังจากตัดศีรษะเคราแดงลงได้ข้าจะติดค้างเจ้า"
เซียวอวี๋กล่าวขัด "เจ้ากำลังกลืนคำพูดแล้ว....เมื่อเป็นเช่นนี้ข้าก็ต้องได้รับสมบัติของพวกเคราแดงมากกว่าเดิม"
โถวปาหงยิ้ม "การเป็นสหายของข้านับว่ามีค่ายิ่ง"
ทั้งสองเฝ้ารอคอยอยู่ตลอดทั้งวัน แต่พวกโจรเคราแดงก็ไม่ได้เข้าโจมตีแต่อย่างใด หากมองจากภายนอกแล้วจะดูเหมือนว่าโถวปาหงกำลังสงบนิ่งอยู่ หากแต่ภายในจิตใจของเขาตอนนี้กำลังร้อนรุ่มวิตกกังวล ช่วงก่อนที่สงครามจะเริ่มขึ้นนั้นจะเป็นบททดสอบด้านจิตใจของผู้บัญชาการรบ
เซียวอวี๋หันไปมองเขา "ที่เจ้าต้องมาเป็นผู้บัญชาการก็เพราะตระกูลส่งเจ้ามางั้นหรือ? เจ้ายังขาดหลายสิ่ง....ผู้บัญชาการที่แท้จริงจะไม่มีท่าทีเช่นเจ้าในช่วงก่อนสงครามจะเริ่มขึ้น.....ดูสีหน้าเจ้าสิ...เจ้ากระทั่งยังไม่ดื่มแม้สักครึ่งแก้วมาทั้งวันแล้ว"
โถวปาหงประหลาดใจเมื่อเห็นการแสดงออกของเซียวอวี๋
"เจ้าเคยเป็นผู้บัญชาการกองทัพงั้นหรือ?" โถวปาหงเปิดปากถาม
เซียวอวี๋ตอบกลับ "เพียงไม่กี่ครั้ง....เป็นสงครามขนาดเล็ก....ข้าได้สังหารพวกโจรที่เข้าโจมตีดินแดนของข้า"
โถวปาหงส่ายหน้าขณะที่ทราบว่าเซียวอวี๋กล่าวต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่ "ดูเหมือนว่าเจ้าจะผ่านสงครามขนาดใหญ่มาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ....มีเพียงคนเช่นนั้นที่ยังสามารถสงบใจได้ในสถานการณ์เช่นนี้"
เซียวอวี๋ยิ้ม "เจ้ากำลังสอบสวนข้าอยู่หรือ?"
โถวปาหงส่ายหน้า "ไม่ เจ้าเป็นคนของอาณาจักรพยัคฆ์คำรน ขณะที่ข้าเป็นคนของจักรวรรดิ พวกเราเป็นเพียงสหายกัน"
เซียวอวี๋ยันกลับไป "จักรวรรดิเมฆาตะวันมักคิดเล่นงานอาณาจักรพยัคฆ์คำรนเสมอมา....ไฉนเจ้ายังต้องสนใจว่าข้าเป็นใครหรือชนะมาแล้วกี่สนามรบ? บางทีข้าจะเป็นท่านลอร์ดที่ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรพยัคฆ์คำรนก็ได้"
โถวปาหงยิ้ม "พวกเราปรารถนาที่จะครอบครองดินแดนของพยัคฆ์คำรนเสมอมา......แต่หลังจากทำสงครามอยู่หลายครั้ง พวกเราก็เข้าใจแล้วว่าไม่อาจกลืนกินพยัคฆ์คำรนลงไปได้ด้วยตนเอง....บางทีพวกเราอาจจะได้รับมาบางส่วน แต่การครองครองดินแดนทั้งหมดนั้นเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝัน อาณาจักรพยัคฆ์คำรนมีขนาดใหญ่กว่าพวกเราอย่างน้อยก็สิบเท่า ในด้านของประชากรและพรสวรรค์ก็เช่นเดียวกัน หากว่าพวกเราเลือกที่จะทำสงครามขนาดใหญ่กับอาณาจักรพยัคฆ์คำรน เช่นนั้นก็คงต้องสูญเสียอย่างหนักทั้งสองฝ่าย"
เซียวอวี๋ไม่ได้ดล่าวขัดขณะที่รับฟังคำกล่าวของโถวปาหง
แน่นอนแล้วว่าโถวปาหงต้องมาจากตระกูลทรงอำนาจของจักรวรรดิเมฆาตะวันตก อย่างน้อยที่สุดเขาก็ต้องเป็นแม่ทัพหนุ่มจึงจะถูกส่งตัวมากำจัดกลุ่มเคราแดง แล้วไฉนมันจึงเปิดเผยต่อเซียวอวี๋?
"กลียุคและความปั่นป่วนกำลังจะเกิดขึ้นในอาณาจักรพยัคฆ์คำรน.....นี่เป็นโอกาสอันหาได้ยากของจักรวรรดิ" เซียวอวี๋พยายามหยั่งเชิงโถวปาหง
โถวปาหงตอบกลับอย่างเฉื่อยชา "มันอาจจะเป็นโอกาสอันดีก็จริง แต่มันจะมีประโยชน์อะไรเล่า หากว่าพวกเราเข้าไปแล้วไม่ได้กลับออกมา? ไม่มีผู้ใดต้องการจมอยู่ในปลักโคลน"
เซียวอวี๋หัวเราะ "ผู้คนของจักรวรรดิคงจะโชคดีอย่างยิ่งหากได้เจ้าเป็นจักรพรรดิของพวกมัน......หากว่าพวกเจ้าตัดสินใจที่จะโจมตีอาณาจักรพยัคฆ์คำรนเช่นนั้นก็เตรียมตัวพบกับโศกนาฏกรรมได้เลย"
โถวปาหงตอบกลับ "มันไม่ได้หมายความว่าพวกเราหวาดกลัวต่อพยัคฆ์คำรน.....พวกเราไม่มีความสามารถที่จะครอบครองดินแดนของพวกเจ้า แต่หากว่าพวกเจ้ากล้ามารุกรานจักรวรรดิ เช่นนั้นเชื่อเถอะว่ามันจะไม่ง่าย"
เซียวอวี๋อมยิ้ม "มันไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด เจ้าคิดจริงหรือว่าทัพม้าของพวกเจ้ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก? หากว่าพวกเราต้องการ เช่นนั้นพวกเราก็สามารถเพาะสร้างทัพม้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อถล่มจักรวรรดิให้ราบเป็นหน้ากองได้"
โถวปาหงตอบว่า "แน่นอน ขึ้นอยู่กับว่าพวกเจ้ามีผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยมหรือไม่....ข้าหวังว่าข้าคงจะได้เจอกับกองทัพของเจ้าหากว่ามันเกิดขึ้นจริง"
เซียวอวี๋ยกไวน์ขึ้นจิบ "เจ้าคงไม่ใช่คู่มือของข้า หากว่าข้าได้เป็นผู้บัญชาการ"
โถวปาหงแค่นเสียง "เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้"
Copyright © 2025 xxxxx.com, All Right Reserved